เจาะข่าวเด่น เผยความในใจ เสก โลโซ ร็อค...ต้องทุบ!?


เสก โลโซ เจาะข่าวเด่น


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram sorrayuth9111, รายการเจาะข่าวเด่น โพสต์โดย คุณ CiNNtv3 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            เสก โลโซ เปิดใจรายการเจาะข่าวเด่น ถึงเหตุคลิปฟาดกีตาร์ ยันเป็นฟีลลิ่งแบบร็อคแอนด์โรล นักร้องเมืองนอกก็ทำกันมานานแล้ว พ้อ คนมองอคติเพราะเคยเสพยา แต่ตอนนี้เลิกยาได้แล้ว พร้อมขอเป็นตัวแทนชวนน้องเลิกยา

            ตกเป็นประเด็นให้สังคมพูดถึงกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ เสก โลโซ ร็อคเกอร์คนดัง ฟาดกีตาร์ลงบนเวทีคอนเสิร์ตที่ร้านตะวันแดง จังหวัดขอนแก่น แถมยังกระทืบกีตาร์ซ้ำต่อหน้าผู้ชม จนคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เสก โลโซ เสพยาเข้าไปหรือไม่จึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ก่อนที่ภายหลังเจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าการฟาดกีตาร์นั้นเป็นศิลปะ และเป็นฟีลลิ่งตามสไตล์ร็อคแอนด์โรล พร้อมกับโชว์คลิปตรวจปัสสาวะ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแน่นอน

            อย่างไรก็ตาม เพื่อไขข้อข้องใจในทุกประเด็นให้เคลียร์ชัด ๆ อีกครั้ง เสก โลโซ จึงได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการเจาะข่าวเด่น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556

            ทั้งนี้ ก่อนจะพูดถึงเรื่องคลิปฟาดกีตาร์บนเวที ผู้ดำเนินรายการได้เกริ่นนำถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ เสก โลโซ เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนมีอาการประสาทหลอน และตื่นตระหนก (Panic) ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนก็คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย จนสุดท้ายก็ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด กระทั่งหายเป็นปกติแล้ว สามารถคุยกันรู้เรื่อง ซึ่ง เสก โลโซ ก็ยอมรับว่าตอนที่เคยใช้ยานั้นแทบไม่ได้พูดคุยกับใคร เพราะปกติก็เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงอยู่แล้ว เลยยิ่งเป็นคนหวาดระแวง แต่พอรักษาหายแล้วตอนนี้รู้สึกสบายมาก

            เรียกได้ว่าตอนนี้ เสก โลโซ มีชีวิตใหม่แล้ว แต่ก็ยังมาพร้อมกับความดุเดือดจากคลิปฟาดกีตาร์ที่เห็นกันนั้น ซึ่ง เสก โลโซ อธิบายว่าจริง ๆ สมัยก่อนตนก็เคยทุบกีตาร์แบบนั้นมาแล้ว แถมยังเละละเอียดกว่านี้อีก แต่สมัยนั้นไม่มีกล้องถ่าย ไม่มีคลิป ไม่มีเฟซบุ๊ก เลยไม่ได้เป็นข่าวอะไรขนาดนี้ ต่างจากครั้งนี้ที่พอกลางคืนทุบกีตาร์เสร็จ วันรุ่งขึ้นก็เป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากความเมามายอะไร เพราะคนดูก็ยังสนุกสนานกันอยู่


เสก โลโซ เจาะข่าวเด่น


            "บอกตรง ๆ ว่ามันเป็นฟีลลิ่ง มันถึงจุดพีคแบบร็อคแอนด์โรล ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน" เสก แจง พร้อมปฏิเสธด้วยว่า ที่ทุบกีตาร์นั้นไม่ได้เป็นเพราะอารมณ์เสียที่เสียงกีตาร์ไม่ดี แต่เป็นเพราะยิ่งเล่นยิ่งมัน "ลองไปถามลูกน้องได้เลย เพราะลูกน้องตนจะตามเก็บกีตาร์ตลอด แต่ทุบไม่บ่อยหรอก สัก 5 ปีทุบทีนึง (หัวเราะ)"

            เจ้าตัวบอกด้วยว่าตอนทุบกีตาร์ไม่ได้คิดไม่ได้วางแผนมาก่อน ไม่งั้นก็ไม่เรียกว่าฟีลลิ่ง แต่หลังจากทุบกีตาร์เสร็จแล้วก็เริ่มมาคิดว่าจะทุบทำไมเสียดายกีตาร์ ตัวที่ทุบไปราคาเป็นแสน ก็เลยคิดจะเอามาประมูลซะเลย เพราะยังใช้งานได้อยู่ ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในชีวิตที่เล่นดนตรีมาก็เคยทุบไปหลายตัวเหมือนกัน มีฟีลลิ่งบ่อย (หัวเราะ)

            เชื่อเลยว่าใครที่ไม่ได้เป็นขาร็อคอาจจะไม่เข้าใจว่าฟีลลิ่งแบบร็อค ๆ เป็นอย่างไร เลยอาจมองเรื่องนี้ในแง่ลบ ร็อคเกอร์คนดังก็เลยอธิบายให้ฟังว่า สำหรับตนมองว่าการทุบกีตาร์ไม่ได้เป็นการดิบป่าเถื่อนอะไรแบบนั้น หรือเป็นคนเลวแบบที่บางข้อความในเฟซบุ๊กเขียนด่าตน แต่การทุบกีตาร์เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุค 60 แล้ว ยุคหลัง ๆ ก็ยังมีอยู่ นักร้องดัง ๆ ในต่างประเทศเขาก็ทุบกัน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ชมมากกว่า ส่วนคนที่โพสต์ด่าแรง ๆ น่าจะเกิดจากความอคติที่เมื่อก่อนตนใช้ยาเสพติดมากกว่า

            เสก ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาเขาเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนเป็นเรื่องใหญ่ บอกตรง ๆ ว่าคนที่ใช้ยาแล้วการจะเลิกได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่วันนี้ตนเลิกได้แล้วก็อยากให้จบเรื่องนี้เสียที แต่ตนยังโชคดีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวนี้ออกไป ทำให้ตนมีไอเดียพลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังจากคนมองว่าตนจะกลับไปใช้ยาหรือเปล่า ตนก็เลยเชิญหมอมาตรวจปัสสาวะให้เลย ตอนนั้นไปเล่นคอนเสิร์ตที่ปัตตานีก็เลยให้คุณหมอที่ปัตตานีมาเป็นพยานให้ ให้เห็นกันจะจะไปเลย


เสก โลโซ เจาะข่าวเด่น


            อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีคลิปตรวจปัสสาวะออกมา หลายคนก็ยังไม่เชื่ออีก คิดว่าตนไปเอาปัสสาวะของคนอื่นมา ทำให้เมื่อวันอังคารที่ 4 มิถุนายน ตนก็เลยเชิญพี่ ๆ น้อง ๆ นักข่าวให้เข้ามาดูในห้องน้ำเลย จะได้เป็นพยานว่านี่คือปัสสาวะของตนจริง แล้วให้หมอตรวจให้ดูจะจะ ซึ่งผลก็คือไม่มีสารเสพติดเลย

            เสก บอกว่าที่หลายคนมองตนเป็นคนไม่ดี เพราะเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ติดภาพคนไม่ดีในเรื่องเก่า ๆ แต่จริง ๆ เราต้องแยกแยะให้ออก ส่วนที่คนว่าตนนั้น ตนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร แต่ก็คิดว่าเมื่อไรคนเหล่านั้นจะเข้าใจ และให้โอกาสคนอื่นบ้าง ถ้าใครสักคนก้าวผิดไปแล้วเราไปเหยียบย่ำซ้ำเติมอีก อันนี้ก็ไม่ใช่คนดี เราควรจะให้โอกาสคน ให้อภัย และให้กำลังใจว่าคนนั้นจะต้องปรับตัวได้ ซึ่งตนเองก็ได้รับกำลังใจจากครอบครัวและแฟนเพลงเป็นอย่างมาก

            งานนี้ เสก โลโซ ก็ไม่ได้มาเปิดใจเฉย ๆ แต่ยังโชว์เพลง "เอาอยู่" แบบสด ๆ ให้ได้ฟังกันด้วย โดยเพลงนี้มีเนื้อหาสอดแทรกเกี่ยวกับการเลิกยาเสพติด และเพิ่งแต่งขึ้นไม่นานนี้ หลังจากตนเลิกยาแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าแต่งเพลงได้ดีขึ้นมาก เพราะนิ่งขึ้น มีสติมากขึ้น ดังนั้น ใครที่บอกว่าต้องเสพยาถึงจะแต่งเพลงได้ดีอันนี้ไม่จริงแน่นอน

            แน่นอนว่าการก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ได้ เพราะ เสก โลโซ มีภรรยาคือ คุณกานต์ วิภากร ศุขพิมาย คอยเป็นกำลังใจมาโดยตลอด หากไม่มีเขา ตนก็คงไม่สามารถกลับมาร้องเพลงได้ เพราะเขาเป็นกำลังใจให้ตน เมื่อก่อนที่ตนเลิกยาได้ใหม่ ๆ กลับมาอยู่ที่บ้าน เขาต้องมาดูแลตนตลอด 24 ชั่วโมง เพราะตนมีอาการเครียดตลอดเวลา เนื่องจากตอนที่ใช้ยาเสพติดจะทำให้สารเอ็นดอร์ฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมา 20% แต่พอเลิกยาแล้ว สารตัวนี้มันลดลงไปเหลือ 3% ทำให้ตนเกือบคิดสั้นไปหลายครั้ง เกิดอาการซึมเศร้า หวาดระแวง แทบจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ หงุดหงิดตลอดเวลา

            "ถ้าเขาไม่รักก็คงทนเราไม่ไหวแล้ว ผมก็เลยแต่งเพลงให้เขา ชื่อเพลงขอตายในอ้อมกอดเธอ อยู่ในอัลบั้มล่าสุด" เสก พูดอย่างมีความสุข

            ในตอนท้าย เสก โลโซ ย้ำด้วยว่า ชีวิตหลังจากนี้จะอุทิศให้เพื่อการต่อต้านยาเสพติด และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ที่หลงผิดเลิกยาให้ได้ โดยผุดไอเดียมาจากวันที่มีกระแสว่าตนกลับไปติดยาเสพติดอีก เลยคิดจะจัดโครงการ "ชวนน้องเลิกยา" ขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

            สำหรับรายละเอียดของโครงการดี ๆ โครงการนี้ ติดตามชมต่อได้ในรายการเจาะข่าวเด่น วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เจาะข่าวเด่น เผยความในใจ เสก โลโซ ร็อค...ต้องทุบ!? อัปเดตล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09:33:42 3,588 อ่าน
TOP
x close