
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก อีกแล้วรถโดยสารไทย
เผยสถิติอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554-มีนาคม 2556 ผลปรากฏว่า รถตู้ รถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารนำเที่ยว ครองแชมป์ 3 อันดับ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
สืบเนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทางบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แนวหน้า จึงได้หยิบยกประเด็นนี้มากล่าวถึง โดยยกตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งส่งให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เช่น
กรณีที่ 1 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2556 ที่รถตู้เถื่อนป้ายดำสายปราจีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่จอดพักริมทางเป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียชีวิตทันที 9 ราย บาดเจ็บสาหัส 7 ราย โดยเหตุเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
กรณีที่ 2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 รถตู้มรณะซิ่งตกทางด่วนพระราม 6 จนถังแก๊สระเบิด ไฟคลอกผู้โดยสารเสียชีวิตทันที 9 ราย
กรณีที่ 3 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 รถตู้ซิ่งอัดท้ายรถบรรทุกผู้โดยสารทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ บาดเจ็บสาหัส 7 ราย บนถนนสายมอเตอร์เวย์
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์แนวหน้ายังเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยมีอัตราส่วนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากถนนสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติทางถนน 2 ราย โดยสาเหตุหลักก็คือคนขับหลับใน ประมาท เมาสุรา และการทำผิดกฎจราจร (อ้างอิงจากรายงานความปลอดภัยทางถนนของโลก พ.ศ. 2556 หรือ Global Status Report on Road Safety 2013)
ซึ่งนอกจากข้อมูลในข้างต้นแล้ว ยังพบว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 เฟซบุ๊ก อีกแล้วรถโดยสารไทย ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เผยแพร่ข้อมูลภาพรวมอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2554 - มีนาคม 2556 ผลปรากฏดังนี้...
อย่างไรก็ตาม หากนำตัวเลขทั้งหมดมาคำนวณ จะพบว่า รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ก่อให้เกิดอุบัติเหตุถึง 234 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บกว่า 3,692 คน และเสียชีวิตเป็นจำนวนถึง 292 คน และจากข้อมูลดังกล่าวยังสรุปได้ว่า รถโดยสารสาธารณะ 3 อันดับ ที่มีสถิติเกิดอุบัติสูงสุดได้แก้ รถตู้ รถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารนำเที่ยว ซึ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะที่มีผู้ใช้บริการต่อเที่ยวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอัตราการบาดเจ็บและล้มตายมากขึ้นด้วยนั่นเอง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






