แท็กซี่สุวรรณภูมิทำชาวไทยขายขี้หน้า ประธานบริษัทจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นั่งแท็กซี่ไปโรงแรมเจอฟันค่ารถไป 6 พันบาท ตามเรื่องกับหน่วยงานราชการ ไม่ได้ความ ทางโรงแรมต้องตามเรื่องเอง สุดท้ายเจอตัว คืนเงินมาให้ 5,400 บาท ล่าสุดโชเฟอร์โดนปรับแล้ว 3,000 บาท และโดนเพิกถอนใบอนุญาตด้วย พบมีประวัติร้องเรียนมาแล้ว
เรื่องราวอุทาหรณ์แท็กซี่มีไม่จบไม่สิ้น โดยเฉพาะแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีดราม่ามีการร้องเรียนจนเป็นข่าวใหญ่โต ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาจัดการ แต่กระนั้นก็ยังคงมีเหตุการณ์ที่ทำเอาคนไทยอายกับพฤติกรรมของแท็กซี่ฉวยโอกาสเหล่านี้
ด้านประธานไม่อยากมีเรื่องจึงจ่ายเงินและไปแจ้งกับทางโรงแรม โดยไปบ่นให้ฟังว่ารู้สึกอารมณ์เสียมาก เพราะเคยมีคนเตือนแล้วเรื่องความหน้าเลือดของแท็กซี่ไทยแต่ก็ไม่นึกว่าจะเจอกับตัว ด้านคุณ Krit Karnchanabatr จึงได้ขอให้ทางโรงแรมดูกล้องวงจรปิดเพื่อดูทะเบียนรถแท็กซี่ดังกล่าว จากนั้นก็โทรแจ้งตำรวจท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามาดูไม่ได้ เลยแจ้งไปยังสถานีตำรวจท้องที่เอง จากนั้นก็แจ้งไปยัง จส.100 และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งกว่าจะได้เริ่มแจ้งก็ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง
อย่างไรก็ดี ทางพนักงานโรงแรมที่ต้อนรับแขกทั้งสองต่างก็รู้สึกไม่ดีมาก ๆ ที่แท็กซี่ไทยทำขายขี้หน้า รู้สึกอายมาก ๆ ทางโรงแรมจึงดำเนินการเอง ให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่รับพนักงานที่สุวรรณภูมิไปยังจุดจอดรถแท็กซี่ และเจอแท็กซี่คันดังกล่าว พร้อมกับขู่ว่าจะแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ด้านแท็กซี่จึงคืนเงินจำนวน 5,400 บาทให้
ในตอนท้าย เจ้าของเรื่องบอกด้วยว่า อยากจะฝากไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และสมาคมคนขับรถแท็กซี่ อย่าได้แสดงความเป็นโจรหากินกับนักท่องเที่ยวอีกเลย ซึ่งเคสนี้ถือว่าน่าอายแต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ โดยประธานบริษัทไม่ได้ติดใจเอาความและได้มอบเงินเป็นสินน้ำใจให้กับพนักงานที่ตามเรื่องได้ เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาทด้วย
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @Nalinee_PLE
อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อเวลา 11.40 น. รายงานระบุว่า กรมขนส่งฯ ได้นำตัวโชเฟอร์แท็กซี่ ทะเบียน มฉ-0936 ที่ฟันค่าโดยสารมหาโหด มาจ่ายค่าปรับแล้วเป็นเงิน 3,000 บาท นอกจากนี้ ที่ทวิตเตอร์ของ @Wiphusa ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ระบุว่า แท็กซี่คันนี้อ้างว่าไม่ได้กดมิเตอร์เพราะตกลงจะเหมาจ่าย 600 บาท แต่ผู้โดยสารจ่ายแบงก์พันเอง และก็ได้คืนเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เมื่อเช็กประวัติพบว่าคนขับแท็กซี่คันนี้เคยถูกร้องเรียนเรื่องเก็บค่าโดยสารเกินกำหนดมาแล้ว จึงสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่สาธารณะทันที
ภาพและข้อมูลจาก คุณ Krit Karnchanabatr