HILIGHT NEWS

โทษใหม่ เมาแล้วขับ หมดสิทธิขับตลอดชีวิต ติดคุก 10 ปี

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

เมาแล้วขับ
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

          จากกรณีที่คนไทยได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศที่บริโภคสุรามากเป็นอันดับ 5 ของโลก นับเป็นท็อปชาร์ตที่ประเทศไหนๆ ในโลกก็คงไม่พิสมัย ซึ่งอาจเป็นเพราะมาตรการที่ภาครัฐได้ออกมารณรงค์ทั้งในการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายอยู่ไม่รุนแรงจึงไม่ส่งผลกระตุ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นแม่งานหลัก จึงร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิเมาไม่ขับและพันธมิตรในการลดอุบัติเหตุ ได้เสนอแก้ไขเพิ่มโทษผู้ขับขี่ที่เมาสุราขณะขับรถนั้น 

          ล่าสุดวานนี้ (3 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยว่า จากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ผ่านความเห็นชอบ แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 7) เกี่ยวกับการเพิ่มโทษผู้ขับขี่ขณะเมาสุรา ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการตั้งด่านตรวจจับผู้ขับขี่ที่มึนเมาสุรา ได้แจ้งข้อมูลให้ประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนนได้ทราบ 

          "การกำหนดโทษตามกฎหมายใหม่นี้จะมีโทษสูงตามลำดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ ไม่เหมือนกับกฎหมายเก่าที่ผ่านมา ที่ไม่ว่าผู้ขับขี่รถจะเพียงแค่มีแอลกอฮอล์เกินกว่าปกติ หรือไปก่อเหตุชนคนตาย ก็มีโทษตามพ.ร.บ.จราจรทางบกเท่ากันคือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม 12-48 ชั่วโมง ถูกบันทึกคะแนน 40 คะแนน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 15 วัน จะเห็นได้ว่ากฎหมายดังกล่าว ยังมีความปรานีต่อผู้กระทำผิดมาก แต่ในกฎหมายใหม่นี้ จะมีโทษในเรื่องของการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เข้ามาด้วยเป็นคำสั่งที่มีผลในทุกกรณี ไม่ว่าจะเพียงแค่ขับขี่รถในขณะเมาสุรา หรือการขับขี่ในขณะเมาแล้วไปก่ออุบัติเหตุทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต"  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าว

          พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวอีกว่า ซึ่งคำสั่งในเรื่องการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ก็จะมีระยะเวลายาวนานขึ้นตาม ระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ และศาลมีอำนาจตัดสินถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เลยก็ได้ ซึ่งหมายถึงบุคคลนั้นจะไม่สามารถขับขี่รถได้อย่างถูกกฎหมายอีกต่อไป สำหรับคนที่มีอาชีพในการขับรถแล้วยิ่งต้องเพิ่มความตระหนักในเรื่องนี้ เพราะมิฉะนั้นก็คือหมดหนทางทำมาหากินด้วยการขับรถเป็นการถาวร 

          "การแก้ไขปรับปรุงเพิ่มโทษ "เมาแล้วขับ" ครั้งนี้ คงจะทำให้คนใช้รถใช้ถนนมีสติในการขับขี่มากขึ้น เพราะหากขับไปชนคนตายเข้า งานนี้แม้จะเป็นคนดังก็คงไม่ใช่แค่เป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ลดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่จะหมดสิทธิขับรถไปตลอดชีวิต และมีสิทธิติดคุกถึง 10 ปี และถูกปรับสูงถึง 200,000 บาท" พล.ต.ต.ภาณุ กล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ไฟเขียวกฎหมายเชือด "เมาแล้วขับ"
- เพิ่มโทษ เมาแล้วขับ เป็นติดคุก 1 ปี
- "โทร.แล้วขับ" เท่ากับ "เมาแล้วขับ!"


ข้อมูลจาก
 

เรื่องอื่นๆ
  1. ขี้ยาบุกข่มขืนแม่ 4 ขวบกระโดดกัด ดิ้นหลุดพ้นมือมาร
  2. พบกิ้งก่าสายพันธุ์ใหม่สีประหลาด
  3. สนธิ ออกปากชม สมัคร นักสู้เพื่อชาติ จงรักภักดี
  4. นักวิชาการแนะ ครม. ขี้เหร่ นายกฯต้องมีบทบาทโดดเด่น
  5. รูปภาพ เคน-ธีรเดช จูงมือ หน่อย-บุษกร ฉลองวิวาห์
  6. แพ้เกมเพลย์สเตชั่น โจ๋ผูกคอ พ่อเผยติดงอมแงม
  7. กินดิน... ประทังชีวิต!?!
  8. แม่หัวลำโพง
  9. ภาพหลุด! จางป๋อจือ สาวสวยสุดฮอต
  10. จ๋า เคลิ้มหลง หลุยส์

เรื่องน่าสนใจ