
วานนี้ (16 เม.ย.) นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเตือนว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะเป็นการแก้กฎระเบียบของประเทศ หากทำการไม่สำเร็จแล้ว อาจจะทำให้รัฐนาวาอับปางลงได้ ทางที่ดีทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากัน ไม่ควรคิดทิ่มแทงกัน เพื่อนำพารัฐนาวาให้ผ่านพ้นไปได้ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ควรที่จะกระทำการเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ควรที่จะทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง
นายเสนาะ ยังได้แนะให้รัฐบาลควรคิดเร่งแก้ไขปัญหายุติวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆ ของประเทศให้มากขึ้น ทั้งด้านเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคประชาราช ยังเชื่อว่าหลังจากนี้จะไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น หากทุกฝ่ายไม่คิดทิ่มแทงกัน และกระทำการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะนำประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเคลื่อนไหว
ทางด้านนายกระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ว่าผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มองว่ามาตราดังกล่าวเป็นมาตราที่จะช่วยป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง จึงเขียนไว้ให้มีโทษที่รุนแรง แม้จะเป็นการกระทำของกรรมการบริหารพรรค แต่อาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้ เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการบริหารพรรคปล่อยปละละเลยการทำงานของกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่ามาตราดังกล่าวเปิดช่องให้มีการยุบพรรคง่ายเกินไป และมีคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นโทษที่แรงเกินไป
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราต่างๆ โดยเฉพาะ มาตรา 237 และ 309 ไม่มีทางทำสำเร็จ เพราะมีการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรง เมื่อการเมืองในสภาทำท่าจะไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การเมืองนอกสภาก็จะแรง จึงมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ยังไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะแก้ไขควรทำให้เป็นระบบ ทำโดยภาพรวม เช่น แก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ อำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ระบบเลือกตั้ง ภาพรวมที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
นายกระมล ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้ทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลือง แต่หากจะทำประชามติหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะมีประเด็นชัดเจน ดังเช่นการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คุณคิดว่าควรแก้






