เจาะลึกชีวิต กรรณิกา ธรรมเกษร อดีตพิธีกรชื่อดัง

กรรณิกา ธรรมเกษร



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thaifilm.com, komchadluekkhonthai.com

          ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จักรายการ "ทีวี วาที" และรายการ "โต้คารมมัธยมศึกษา" ที่มี "กรรณิกา ธรรมเกษร" เป็นหนึ่งในทีมพิธีกรฝีปากกล้า ยุคนั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของเธอ ทั้งงานพิธีกร ผู้ประกาศข่าว งานแสดงละครหลั่งไหลเข้ามาหาเธอไม่ขาดระยะ ก่อนที่เธอจะหายไปจากหน้าจอโทรทัศน์ และแทบไม่มีใครรู้เลยว่า ช่วงที่เธอเงียบหายไปนั้น เธอต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ ชีวิตที่รุ่งโรจน์ในอดีตเกือบจะต้องจบลงด้วยการฆ่าตัวตายเพื่อตัดปัญหา วันนี้กระปุกจะพาไปสัมผัสชีวิตของเธอกันค่ะ

          "กรรณิกา ธรรมเกษร" หรือ "แอ้" อดีตพิธีกรชื่อดังที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 61 เป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ (แผนกภาษาศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มเข้าสู่วงการจอแก้วในฐานะสื่อมวลชนตั้งแต่ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 ด้วยตำแหน่งผู้ประกาศข่าวที่ ช่อง 4 บางขุนพรหม และเมื่อจบการศึกษาจึงได้เข้าทำงานเป็นหัวหน้าแผนกผู้ประกาศที่ช่อง 3 ซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้น

กรรณิกา ธรรมเกษร


          ด้วยความสามารถทางการพูด และคารมที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้กรรณิกาได้รับเกียรติเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หลายรายการ รวมทั้งได้แสดงละครทางช่อง 3 อีกด้วย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของช่อง 3 ไปโดยปริยาย  แต่หลังจากทำงานกับช่อง 3 ได้ 17 ปี ในปี พ.ศ.2530 กรรณิกาตัดสินใจลาออก และข้ามวิกมาช่อง 9 ร่วมงานกับ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่บริษัทแปซิฟิก ในช่วงที่ ดร.สมเกียรติ กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข่าว โดยเธอรับหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์คู่กับ ดร.สมเกียรติ และเธอมักจะจบรายการข่าวด้วยการแสดงภาษามือเพื่อสื่อสารกับผู้พิการทางหู ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล "เพื่อคนพิการ" จากสมาคมโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2532

          นอกจากนี้กรรณิกายังเปิดบริษัทภาษรโปรดักชั่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ และบริษัทฟีนิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด อีกทั้งยังรับงานพิธีกรหลายรายการ โดยเฉพาะรายการโต้วาทีที่มีผู้ชมทั้งประเทศ และสร้างชื่อเสียงโด่งดังให้กับเธอ ไม่ว่าจะเป็นรายการ "ทีวี วาที" ทางช่อง 5 หรือ "โต้คารมมัธยมศึกษา" ฯลฯ


กรรณิกา ธรรมเกษร

 

 

 

 


          แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อในปี พ.ศ.2540 ประเทศไทยประสบกับวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ภาคธุรกิจและบริษัทหลายแห่งล้มระเนระนาดอย่างไม่ทันตั้งตัว บริษัทของกรรณิกาก็โดนหางเลขไปด้วย จนต้องหยุดกิจการและมีหนี้สิ้นท่วมตัวกว่า 40 ล้านบาท อีกทั้งหมายศาลที่ส่งถึงกรรณิกามีไม่เว้นแต่ละวัน ครั้งนั้นเธอตัดสินใจขายทรัพย์สมบัติของตัวเองเพื่อเอาไปใช้หนี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

          วิบากกรรมของเธอยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อเธอถูกลูกศิษย์ที่ไว้ใจหักหลัง แอบอ้างชื่อบริษัทของเธอไปรับงานเองโดยที่เธอไม่รู้เรื่อง เธอจึงตัดสินใจหันหลังให้กับวงการสื่อมวลชน และไปเริ่มเดินเส้นทางสายการเมืองแทน โดยการลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ.2544 ที่พื้นที่เขต 4 พญาไท ในนามพรรคไทยรักไทย แต่ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ก่อนจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ.2548 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร แต่การตัดสินใจครั้งนั้นกลับทำให้เธออกหักจากสนามการเมืองอีกเป็นครั้งที่ 2

กรรณิกา ธรรมเกษร


          โชคชะตายิ่งเล่นตลกขึ้นไปอีก เพราะแม้ผ่านพ้นเรื่องงานมาได้ แต่ปัญหาส่วนตัวก็ยังเข้ามารุมเร้า เมื่อเธอต้องแยกทางกับคนรักที่คบกันมาหลายสิบปี หนำซ้ำยังต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพ จากโรคเนื้องอกที่กระดูกสันหลังจนต้องเข้ารับการรักษาตัวนานนับปี แม้วันนี้อาการจะดีขึ้น แต่ก็ต้องรับการดูแลตามขั้นตอนของแพทย์อย่างใกล้ชิด

          มรสุมทั้งหมดที่ประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน เกือบทำให้ชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่งแบกรับไม่ไหวกับทางที่มืดแปดด้าน ขณะนั้นเองกรรณิกาเกือบจะเลือกทางออกของปัญหาด้วยการทำลายชีวิตของตัวเอง แต่ในที่สุดฟ้าก็ดลใจให้เธอคิดได้และลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง

กรรณิกา ธรรมเกษร



          ครั้งนี้ทำให้กรรณิกาหันกลับมานั่งทบทวนปัญหาของตัวเอง และค่อยๆ แก้ไปทีละเปลาะ จนฝ่ามรสุมของชีวิตมาได้ ปัจจุบันเธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยมีแสงสว่างจากธรรมะเป็นผู้นำทาง

          ชีวิตส่วนตัว กรรณิกาได้สมรสกับสามีคนแรกซึ่งเป็นนักบินพาณิชย์ มีลูกชายหญิงด้วยกัน 2 คน และหย่าขาดกันในเวลาต่อมา ก่อนจะหมั้นกับฮาร์ดมุต วิดเดอร์ ชาวเยอรมัน แต่ปัจจุบันแยกทางกันไปแล้ว



รางวัล และเกียรติคุณที่ได้รับ

           โล่ห์รางวัล "คนดีศรีสังคม"จากมูลนิธิ ศาสตราจารย์ประภาสน์ อวยชัย เพื่อการสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาสังคม

           โล่ห์เกียรติคุณจากมูลนิธิ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานดีเด่นเพื่อคนพิการด้วยความเข้มแข็งเสียสละ

           เกียรติบัตร และโล่ห์ชูเกียรติในฐานะที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำประโยชน์ ด้านวิชาภาษาไทยจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

           เข็มกลัดเพชรในฐานะผู้ทำงานดีเด่น ช่อง 3 อ.ส.ม.ท.

           เป็นตัวแทนศิลปินไทยช่อง 3 ไปแลกเปลี่ยนศิลปะกับศิลปินอาเซียน ปี พศ.2520 

           รางวัลเมขลาผู้อ่านข่าวหญิงดีเด่นคนแรก ปี 2523

           รางวัลตุ๊กตาทองมหาชน พิธีกรหญิงดีเด่น ปี 2527 (รายการเวที-วาที)

           รางวัลเสาอากาศทองคำ ผู้ดำเนินรายการหญิงดีเด่น ปี 2529 และ 2541

           รางวัล "เพื่อคนพิการ" จากสมาคมโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยในฐานะที่เป็นโฆษกทีวีคนแรก ผู้สนับสนุนใช้ภาษามือสื่อสารเพื่อคนหูหนวก ในรายการทางโทรทัศน์ ปี 2532

           ประกาศเกียรติคุณสดุดี ในฐานะผู้ผลิตผลงานสื่อมวลชนดีเด่นเพื่อเยาวชน ประจำปี 2535-2536

           รางวัล "เพชรสยาม 36" ซึ่งเป็นรายการที่จุดประกายกระตุ้นสำนึกในเอกลักษณ์ไทยแก่ส่วนรวม ปี 2537 




          คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

 



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เจาะลึกชีวิต กรรณิกา ธรรมเกษร อดีตพิธีกรชื่อดัง อัปเดตล่าสุด 7 ตุลาคม 2551 เวลา 11:34:43 89,272 อ่าน
TOP
x close