

คนเรา...ถ้าไม่รู้จักทุกข์ที่แสนทรมาน ก็จะไม่รู้จัก "ความสุข" ที่ยอดเยี่ยม...ว่าเป็นอย่างไร
เพราะไม่รู้ว่า...เป็นทุกข์ จึงยึดติดอยู่กับความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ว่านี้คือ "ความสุข" แต่เป็นความสุขในรูปแบบของความทุกข์
บางคนไม่รู้จักความสุขที่แท้จริงเป็นเช่นไร พอเกิดความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ ก็พาลบอกว่า "ไอ้นี้หรือที่เขาเรียกว่าสุข"
การหลงยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ว่านั่นชื่อว่าสุข...นั่นเรียกว่าทุกข์
แต่ถ้าเราไม่ยึดติดในเรื่องสุข เรื่องทุกข์ เพียงแต่วางใจเป็นกลาง และรู้อย่างเข้าใจโดยแท้จริง ว่านี่สุข นี่ทุกข์ นี่ไม่ใช่สุข ไม่ใช่ทุกข์ นี่เฉยๆ
เมื่อเรารู้อย่างเข้าใจเช่นนี้ ความสุข ความทุกข์ ก็ไม่เกิดขึ้น...
แต่ที่เราเป็นอยู่เช่นนี้ในปัจจุบัน ก็เพราะหลงยึดติด ทั้งทางวัตถุนิยมและอารมณ์นิยมทางวัตถุนิยม เพราะยึดมั่นว่า...นี่ของเรา แฟนเรา เพื่อนเรา ครอบครัวเรา ญาติเรา บ้านเรา รถเรา สารพัดจะ เรา
พอยึดติดมากๆ ก็ต้องคอยกังวลในสารพัดเรื่องเหล่านี้ ยิ่งห่วงหวงมาก หวังมาก ก็เป็นทุกข์มาก...
ส่วนทางอารมณ์นิยม...ก็ยึดมั่นทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้อื่นกระทำต่อเรา เช่น ยึดมั่นในอารมณ์โลภ ก็นิยมที่จะรับมากกว่าที่จะให้ จึงไม่รู้จักแบ่งปันอะไรกับใคร ยึดมั่นในอารมณ์โกรธ ก็นิยมโกรธ ฝังใจโกรธแค้น จึงไม่รู้จักที่จะให้อภัยใคร และไม่ยอมใคร ยึดมั่นในอารมณ์หลง ก็นิยมหลงผิด คิดผิด ทำผิด พูดผิด จึงไม่รู้จักสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ตามครรลองครองธรรม
เพราะฉะนั้น
วิธีแก้ทางวัตถุนิยม และอารมณ์นิยม ก็คือพยายามให้รู้เท่าทันสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะนั้น วินาทีนั้น ว่าคืออะไร เป็นอย่างไร เมื่อรู้อย่างเข้าใจเช่นนี้แล้ว ใจก็จะรับรู้อารมณ์-ความรู้สึกในขณะนั้นได้ ก็เริ่มที่จะปล่อยวาง และรับรู้มัน เพราะไม่รู้จึงไม่ยอม แต่พอรับรู้อย่างเข้าใจแล้ว จึงปล่อยวาง ลด เลิก ละการยึดมั่นถือมั่นให้เบาบางลงได้...
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
บทความ : ชายน้อย
ภาพประกอบจาก glitter.kapook.com
|
|