![]()
มีผู้นำคริสตชนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" เขาเป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มาก โดยทุกๆ วันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็นไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้น ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน และถือว่าใครที่นับถือศาสนาคริสต์จะมีความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสตชนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนัก เพื่อบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง วาเลนตินัสก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ แต่เขาไม่ยอม จึงถูกจับเข้าคุกในข้อหาเป็นคริสตชน
ในขณะที่วาเลนตินัสถูกจับขังคุกนั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น และด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดรักษาตาของคนรักของเขาให้หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เอง จึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของเขาหันมานับถือพระเจ้าของชาวคริสต์ ต่อมาเรื่องนี้รู้ถึงจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม พระองค์ทรงกริ้วมาก จึงได้สั่งลงโทษวาเลนตินัสอย่างหนักด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ
ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น วาเลนตินัส ได้เขียนจดหมายสั้นๆ เป็นการอำลา เพื่อส่งไปให้หญิงคนรักของเขา และลงท้ายในจดหมายว่า "จากวาเลนไทน์ของเธอ"
รุ่งเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะ และเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คนทั่วไปประทับใจกับความรักของเขา และยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันวาเลนไทน์" ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentines Day หรือ Valentines Day หรือ "วันแห่งความรัก"
วันแห่งความรักที่ใครหลายคนรอคอย เพื่อจะได้บอกรัก เพื่อจะได้มอบช่อดอกไม้ เพื่อจะได้ซื้อของขวัญที่พิเศษๆ แก่คนที่เรารัก หรือเพื่อที่จะรับสิ่งเหล่านั้นในวันพิเศษนี้ด้วยเช่นเดียวกัน และก็อาจจะแตกต่างจากใครบางคน ที่เฝ้าฝันให้วันวันนี้ คือวันโชคดีที่จะได้พบเจอคนรักที่รอคอยมานานแสนนาน
มันจึงเป็นวันสากลที่ใครหลายล้านคนบนโลกใบนี้ เจาะจงเลือกให้เป็นวันที่พิเศษสุดสำหรับความรักที่กำลังเบ่งบานในหัวใจ แต่หารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้ว มันเป็นวันที่มนุษย์คนหนึ่งต้องยอมเสียสละชีวิตทั้งชีวิต เพื่อให้คนที่เขารักได้มีโอกาสอยู่รอดต่อไป
รัก = ให้ = เสียสละ
นี่หรือเปล่า คือคำตอบที่ถูกแอบซ่อนไว้ในเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า วาเลนตินัส คนนี้ คนที่ยืนยันในเจตนารมณ์ตราบจนสิ้นลมหายใจว่า รักคือการเสียสละ รักคือการไม่คาดหวัง ไม่ยึดติด ไม่มีตัวตน ไม่มีใครเป็นของเรา และเราไม่ได้เป็นของใครด้วยเช่นเดียวกัน รักคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุข โดยที่เราก็สุขใจตามไปด้วย ดังที่ กฎแห่งการไม่มี i ได้กล่าวไว้ว่า ช่วยเหลือผู้อื่นข้ามไปให้ถึงฝั่ง เราก็จะถึงฝั่ง ฝั่งที่เราไม่ได้ไปถึงพร้อมเขา แต่ก็เหมือนเราได้ไปถึง ไปถึงได้ด้วยการช่วยเหลือและเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อให้คนอื่นมีความสุข
"ความสุข" ที่ไม่มีตัวตนให้สัมผัส
แต่รู้สึกและรับรู้ได้ด้วย "หัวใจ"
ด้วย "การให้"
ที่หมายถึงการ "ได้รับ"
ที่เบ่งบานและงอกงาม...อย่างงดงาม
หากเราย้อนกลับมาทบทวนในความหมายของคำว่า "รักแท้" กันอีกครั้ง ก่อนอื่น เราคงต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขกันก่อนว่า เราต่างก็ปรารถนาอยากมี "คนรัก" อยากเจอ "รักแท้" และอยากเป็น "เจ้าของ" คนคนนั้นและความรักนั้นตลอดไป เมื่อเรายอมรับว่า "ใช่" ความรักที่พบเจอมาตลอดทั้งชีวิต มันคือคำตอบสุดท้ายของชีวิตหรือเปล่า มันทำให้เราสมความปรารถนาในท้ายที่สุดหรือไม่ หากคำตอบคือ ไม่ แน่นอนว่า ความเป็นจริงที่เราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นเดียวกันว่า ไม่มีใครได้และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนากันหมดทุกคนอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ความรักของแต่ละคนว่าจะทำให้ความปรารถนานั้นกลายเป็นความเฉยชา ความบอบช้ำ หรือความสุขสมหวังตามมาหรือเปล่า
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เราจึงพบว่า...
ใครหลายคน...ไม่เชื่อในรักแท้ไปเสียแล้ว
ใครหลายคน...ยังเชื่อว่าจะต้องเจอรักแท้นั้นๆ
และใครหลายคน...ก็ตระหนักแล้วว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง
สำหรับผม ผมเคยเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง ผมต้องเจอคนที่ผมพร้อมจะมอบความรักและความเข้าใจให้เขาได้อย่างจริงใจ และแอบคาดหวังว่าสิ่งที่ผมให้ไป อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้รับคืนกลับมาในปริมาณที่เท่าๆ กัน เพราะผมคิดอยู่เสมอว่านั่นคือความหมายของรักแท้ รักแท้ที่เมื่อเราให้ไป เราก็ต้องได้คืนกลับมา แต่เมื่อคืนและวันหมุนผ่าน ความเชื่อมั่นที่เคยมีก็ถูกลดทอนลงไปทีละนิดๆ ด้วยความเป็นจริงของมนุษย์ที่อยากได้มากกว่าอยากให้ ทำให้ความผิดหวังเวียนวนเข้ามาในชีวิตอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า ทำไมเราถึงไม่เคยพบรักแท้สักที ทำไมรักที่เคยๆ มี ถึงเป็นได้แค่เกม และทำไมเราถึงไม่โชคดีเหมือนใครต่อใคร
เป็นเพราะว่า
เราให้คนที่เรารักน้อยเกินไปหรือเปล่า
หรือแท้จริงแล้ว
จิตใต้สำนึกสั่งให้เราเป็นผู้ได้รับเพียงฝ่ายเดียวกันแน่
จนเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่งที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างจริงใจจริงๆ ทำให้ผมได้พบคำตอบที่เคยสงสัยมานานแสนนานว่า หากผมเผลอมุ่งประเด็นไปที่รูปแบบของรักแท้ โดยลืมมองไปว่า ความหมายของคำว่ารักแท้คืออะไร รักแท้มีตัวตนหรือไม่ รักแท้ที่ว่า ใครคือผู้กำหนด ใครคือผู้สร้างสัญลักษณ์นี้ขึ้นมา แล้วใครกันเล่าอ้างอิงขึ้นมาว่า มันมีคุณค่าและความหมายสำหรับชีวิต ผมอาจติดบ่วงเสียจนไม่รู้ว่า
รักแท้คือการแสดงออก
ที่แสดงออกได้ด้วยการกระทำ
รับรู้และสัมผัสได้ด้วยหัวใจ
หากวันนั้น วันที่ผมมัวเพียรพยายามตามหารักแท้ ผมลองทำความเข้าใจความหมายของรักแท้ให้ชัดเจนขึ้นเหมือนเช่นวันนี้ ผมคงมีความรักดีๆ และคนรักดีๆ เหมือนเช่นใครๆ ที่เขามีกัน แต่ผมกลับนึกขอบคุณวันเวลาที่ผ่านมา และไม่คิดที่จะเสียใจหรือชอกช้ำใจเลยด้วยซ้ำ เพราะว่ามันได้ช่วยทำให้ผมเรียนรู้และเข้าใจว่า อย่างไรแล้ว รักแท้ก็ยังหมายถึงการให้อยู่ดี เป็นการให้ที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่มีให้มาก ไม่มีให้น้อย ไม่มีขอบเขต ไม่มีหวง ไม่มีห้าม ไม่มีสัญลักษณ์ชี้นำ และไม่มีการแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น
ที่จะมี
ก็คงมีแค่ความงดงาม
ที่รอคอยการงอกเงยจากใจของคนทุกคน
และความงดงามนั้น
แม้จะไม่มีตัวตน
แต่ก็ตรึงตราอยู่ในหัวใจใครได้ยาวนาน
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก Glitter.Kapook.com
จากหนังสือ จิตใจเบิกบานด้วยกฎแห่งการไม่มี i
โดย คุณ TARO







