


ติณฑ์ แชมป์โกคาร์ทเอชีย หวังสร้างชื่อไทยสู่ระดับโลก (เดลินิวส์)
ถูกคุณพ่อ "บุรินทร์ ศรีตรัย" อดีตนักแข่งแรลลี่ของไทย อุ้มลงสนามซ้อม มาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ทำให้ "ติณฑ์ ศรีตรัย" หรือ น้องนิว หลงใหลกีฬาท้าความเร็วแบบเข้าเส้น จนวันนี้เขากลายเป็นแชมป์โกคาร์ทเอเชีย และมุ่งมั่นจะพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโลกอย่างที่วาดฝันไว้
ติณห์มีโอกาสฝึกหัดขับรถโกคาร์ทอย่างจริงจังตอนอายุ 6 ขวบ จากการสนับสนุนอย่างสุดตัวของคุณพ่อ ความสามารถของเขาฉายแวว กระทั่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันรถโกคาร์ท รุ่นจูเนียร์ ระดับอายุไม่เกิน 12 ปี ที่สนามไบเทคบางนา ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ เท่านั้น
จากการฝึกซ้อมอย่างจริงจังมากว่า 10 ปี หนุ่มน้อยวัย 19 ปีคนนี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ
และเขาก็ไม่ได้ทำให้คนไทยผิดหวัง เพราะล่าสุดติณฑ์สร้างผลงานก้องโลกโดยคว้าแชมป์สูงสุดรถโกคาร์ทระดับเอเชีย "อาเซียนคาร์ท ติงโอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ 2008" (Asian Karting Open Championship 2008) รุ่นฟอร์มูล่า 125 โดยได้รับการรับรองจาก FIA หรือ สหพันธ์ ยานยนต์นานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุมและดูแลจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกหลายรายการ อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน
โดยการแข่งขันเป็นการเก็บคะแนนสะสมตลอดทั้งปี จากการแข่งขัน 5 สนามใน 4 ประเทศ ประเดิมสนามแรกที่เกาะมาเก๊า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ประเทศไทย และปิดท้ายสนามสุดท้ายที่มาเก๊า ซึ่งมีนักขับชั้นเยี่ยมทั่วเอเชียเข้าร่วมแข่งขันนับร้อยคน และ ติณฑ์ สามารถคว่ำแชมป์เก่าชาวฟิลิปปินส์ สเตฟาโน มาร์เซโล จนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
จากการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในครั้งนี้ ทำให้ติณฑ์ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเสื้อสามารถ จากกลุ่มปัญจมิตรขอนแก่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อยกย่องในฐานะเป็นเยาวชนที่ดี ถือเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น และทั่วประเทศที่กล้าแสดงออกในทางที่ดี และที่สำคัญเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการหลีกเลี่ยงยาเสพติด
แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย "ผมไปแข่งรายการนี้มาแล้ว 2 ปี ปีแรกที่ไปก็ได้อันดับไม่ดีเกาะอยู่ในกลุ่มท้ายๆ อาจเป็นเพราะตอนนั้นประสบการณ์ยังน้อย ไม่คุ้นเคยกับสนาม แต่ก็ไม่ท้อครับ ผมพยายามฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งประสบความสำเร็จ"
ปัจจุบันติณฑ์ขึ้นล่องขอนแก่น-พัทยา ชลบุรี แทบทุกสัปดาห์ เพื่อมาฝึกซ้อมที่สนามพัทยาเซอร์กิต ก่อนจะลงสู้ศึกการแข่งขันโกคาร์ทระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.-ก.ย. ที่เกาะมาเก๊า ซึ่งเขาก็หวังว่าจะได้ผงาดให้ต่างชาติรับรู้ถึงความสามารถของคนไทยในสนามนี้ด้วย
"การแข่งขันระดับโลกในปีนี้จัดที่ มาเก๊า จากที่ผ่านมามักจะแข่งในยุโรป อเมริกา ผมว่าไทยเรามีโอกาสสูงมาก เพราะเป็นสนามใกล้บ้าน เราสามารถไปฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับสนามได้ง่าย และผมก็เคยไปแข่งในสนามนี้มาแล้วหลายครั้ง นอกจากสภาพพื้นที่แล้ว สิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น อากาศ ก็เอื้ออำนวย ผมก็หวังจะได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียมในการแข่งขันระดับโลก และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย อีกครั้ง"
ความสามารถของติณฑ์ทำให้ได้รับชักชวนจากทีมเบียร์สิงห์ให้เป็นตัวแทนในการแข่งขันรถยนต์วัน เมคเรซในปีนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการขยับอีกก้าวในฐานะนักแข่งรถ
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของติณฑ์ คือ การคว้าแชมป์รายการเจแปนออล แชมป์เปี้ยนชิพ ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ได้ เพราะนั่นหมาย ถึงบทพิสูจน์ที่จะก้าวสู่การได้รับเลือกให้เป็นนักแข่ง สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน ของทีมโตโยต้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของเส้นทางนี้ ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่อาชีพนักแข่งรถเต็มตัวต่อไปในอนาคต
ติณฑ์บอกว่า หากโอกาสเปิดให้ และถึงแม้เขาจะลงแข่งขันในนามของประเทศญี่ปุ่นก็ตาม แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่เขาลงแข่ง ก็จะมีคำว่า ไทยแลนด์ พ่วงท้ายชื่อนักแข่งที่ชื่อ "ติณฑ์ ศรีตรัย" ในทุกสนาม...
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

นภาพร พานิชชาติ
ถูกคุณพ่อ "บุรินทร์ ศรีตรัย" อดีตนักแข่งแรลลี่ของไทย อุ้มลงสนามซ้อม มาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ทำให้ "ติณฑ์ ศรีตรัย" หรือ น้องนิว หลงใหลกีฬาท้าความเร็วแบบเข้าเส้น จนวันนี้เขากลายเป็นแชมป์โกคาร์ทเอเชีย และมุ่งมั่นจะพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโลกอย่างที่วาดฝันไว้
ติณห์มีโอกาสฝึกหัดขับรถโกคาร์ทอย่างจริงจังตอนอายุ 6 ขวบ จากการสนับสนุนอย่างสุดตัวของคุณพ่อ ความสามารถของเขาฉายแวว กระทั่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันรถโกคาร์ท รุ่นจูเนียร์ ระดับอายุไม่เกิน 12 ปี ที่สนามไบเทคบางนา ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ เท่านั้น
จากการฝึกซ้อมอย่างจริงจังมากว่า 10 ปี หนุ่มน้อยวัย 19 ปีคนนี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ
และเขาก็ไม่ได้ทำให้คนไทยผิดหวัง เพราะล่าสุดติณฑ์สร้างผลงานก้องโลกโดยคว้าแชมป์สูงสุดรถโกคาร์ทระดับเอเชีย "อาเซียนคาร์ท ติงโอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ 2008" (Asian Karting Open Championship 2008) รุ่นฟอร์มูล่า 125 โดยได้รับการรับรองจาก FIA หรือ สหพันธ์ ยานยนต์นานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุมและดูแลจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกหลายรายการ อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน
โดยการแข่งขันเป็นการเก็บคะแนนสะสมตลอดทั้งปี จากการแข่งขัน 5 สนามใน 4 ประเทศ ประเดิมสนามแรกที่เกาะมาเก๊า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ประเทศไทย และปิดท้ายสนามสุดท้ายที่มาเก๊า ซึ่งมีนักขับชั้นเยี่ยมทั่วเอเชียเข้าร่วมแข่งขันนับร้อยคน และ ติณฑ์ สามารถคว่ำแชมป์เก่าชาวฟิลิปปินส์ สเตฟาโน มาร์เซโล จนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
จากการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในครั้งนี้ ทำให้ติณฑ์ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเสื้อสามารถ จากกลุ่มปัญจมิตรขอนแก่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อยกย่องในฐานะเป็นเยาวชนที่ดี ถือเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น และทั่วประเทศที่กล้าแสดงออกในทางที่ดี และที่สำคัญเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการหลีกเลี่ยงยาเสพติด
แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย "ผมไปแข่งรายการนี้มาแล้ว 2 ปี ปีแรกที่ไปก็ได้อันดับไม่ดีเกาะอยู่ในกลุ่มท้ายๆ อาจเป็นเพราะตอนนั้นประสบการณ์ยังน้อย ไม่คุ้นเคยกับสนาม แต่ก็ไม่ท้อครับ ผมพยายามฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งประสบความสำเร็จ"
ปัจจุบันติณฑ์ขึ้นล่องขอนแก่น-พัทยา ชลบุรี แทบทุกสัปดาห์ เพื่อมาฝึกซ้อมที่สนามพัทยาเซอร์กิต ก่อนจะลงสู้ศึกการแข่งขันโกคาร์ทระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.-ก.ย. ที่เกาะมาเก๊า ซึ่งเขาก็หวังว่าจะได้ผงาดให้ต่างชาติรับรู้ถึงความสามารถของคนไทยในสนามนี้ด้วย
"การแข่งขันระดับโลกในปีนี้จัดที่ มาเก๊า จากที่ผ่านมามักจะแข่งในยุโรป อเมริกา ผมว่าไทยเรามีโอกาสสูงมาก เพราะเป็นสนามใกล้บ้าน เราสามารถไปฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับสนามได้ง่าย และผมก็เคยไปแข่งในสนามนี้มาแล้วหลายครั้ง นอกจากสภาพพื้นที่แล้ว สิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น อากาศ ก็เอื้ออำนวย ผมก็หวังจะได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียมในการแข่งขันระดับโลก และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย อีกครั้ง"
ความสามารถของติณฑ์ทำให้ได้รับชักชวนจากทีมเบียร์สิงห์ให้เป็นตัวแทนในการแข่งขันรถยนต์วัน เมคเรซในปีนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการขยับอีกก้าวในฐานะนักแข่งรถ
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของติณฑ์ คือ การคว้าแชมป์รายการเจแปนออล แชมป์เปี้ยนชิพ ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ได้ เพราะนั่นหมาย ถึงบทพิสูจน์ที่จะก้าวสู่การได้รับเลือกให้เป็นนักแข่ง สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน ของทีมโตโยต้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของเส้นทางนี้ ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่อาชีพนักแข่งรถเต็มตัวต่อไปในอนาคต
ติณฑ์บอกว่า หากโอกาสเปิดให้ และถึงแม้เขาจะลงแข่งขันในนามของประเทศญี่ปุ่นก็ตาม แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่เขาลงแข่ง ก็จะมีคำว่า ไทยแลนด์ พ่วงท้ายชื่อนักแข่งที่ชื่อ "ติณฑ์ ศรีตรัย" ในทุกสนาม...
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
นภาพร พานิชชาติ






