เรื่องน่าสนใจ

หลังแต่งงาน . . . ไม่หวานเหมือนเคย?

แต่งงาน

        สมัยยังเป็นแฟนกัน ชี้นกแล้วบอกว่าไม้ ก็เชื่อ ประมาณว่า "เธอว่าไงฉันก็ว่าตาม" แต่หลังจากแต่งงานกันแล้ว ที่เคยชี้นกแล้วเป็นไม้ นอกจากไม่เป็นเหมือนเคยแล้วอาจถูกเหมารวมว่าไร้สาระ คิดได้ไง อะไรประมาณนั้น....มันเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป
 
        สถานการณ์ชีวิตคู่อย่างนี้ต้องให้ น.พ.สุกมล วิภาวีพลกุล จิตแพทย์และคอลัมนิสต์สำนวนพริ้ว มาช่วยแจกแจงวิเคราะห์เหตุและผลผ่านประสบการณ์อันช่ำชอง (แต่ได้รับการยืนยันว่ารักเดียวใจเดียว มีภรรยาเพียงหนึ่งเท่านั้นจ้ะ)
 
จูงมือกันอยู่ดีๆ แต่งไปไม่นานแค่เดินยังไม่อยากเข้าใกล้ รึจะใช่สัญญาณ
 
        ห่างเหิน...ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกครับ เพราะปกติผู้ชายเดินเร็วก้าวเท้าเร็ว ผู้หญิงมักเดินอ้อยอิ่ง ตอนสมัยเป็นแฟนกัน มันก็ยังรอกันได้ แต่พอแต่งงานกันไปแล้ว การเอาอกเอาใจ ความเกรงใจมันก็น้อยลง นอกเหนือจากการเดินห่างกันแล้ว ต้องดูพฤติกรรมอื่นๆ ของสามีด้วยว่าเขายังเอาใจใส่และเทคแคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่หรือเปล่า
 
ก็ทำอย่างนี้น่ะสิ...เธอถึงบ่น เขาถึงบ่น เราทั้งสองจึงต่างบ่น
 
        จริงๆ มันก็ไอ้พฤติกรรมเดิมๆ ที่เป็นมาตั้งแต่ยังเป็นโสดนั่นแหละครับ แต่ที่ต้องบ่น เพราะ 2 สาเหตุ คือ
 
        1. ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะตอนเป็นแฟนกันมันปิดบังมาตลอด หรือสร้างภาพให้ดูดี เพิ่งมารู้ธาตุแท้หรือตัวตนที่แท้จริงหลังจากเป็นสามีภรรยากันแล้วนี่แหละ เช่น กินมูมมาม ผายลมอย่างเปิดเผยและสง่างาม เรอแบบไม่เกรงใจใคร หรือพฤติกรรมบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว เช่น นอนกรน เป็นต้น
 
        2. รู้มาตั้งแต่เป็นแฟนกันแล้ว แต่พอแต่งงานแล้ว มันมีความคาดหวังมากขึ้นว่าเธอจะต้องเปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ยังเหมือนเดิม เช่น ชอบเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง กินเหล้า สูบบุหรี่ บ้าช้อปปิ้ง ขี้เหนียว หมกมุ่นเรื่องทางเพศ ฯลฯ
 
        ตอนเป็นแฟนกันนะ คนทั้งสองยังมีความอดทนต่อกันอยู่ แต่หลังจากนั้นเราจะทนกันน้อยลงและอยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงและดูดีในแบบที่เราต้องการ...นี่แหละที่มาของคำบ่น
 
ยิ่งบ่นก็ยิ่งทำ นานวันเข้ารอยร้าวจะมาเยือน
 
        การกระทำเหล่านั้นจะส่งให้เกิดรอยร้าวขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือความอดทนและการปรับตัว คือถ้าฝ่ายหนึ่งรู้ว่าพฤติกรรมของเราเขาไม่ชอบ ก็ลด ละ เลิก...อย่างนี้อีกฝ่ายเขาก็สบายใจหายห่วง
 
        แต่ถ้าฝ่ายนั้นเขาไม่เปลี่ยนแปลง ก็ต้องอาศัยความอดทน อดกลั้นหรือปล่อยวางของอีกฝ่าย ภาษาไทยมักใช้คำว่า "ทำใจ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันเฝือ แต่มีความหมายลึกซึ้ง คือแปลว่า การอยู่กับสิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ ด้วยสภาพจิตที่ไม่เป็นทุกข์ ภาษาธรรมะเรียกว่าอุเบกขา ภาษาชาวบ้านเรียกง่ายๆ ว่าปล่อยวาง
 
        ถ้ามีสองปัจจัยนี้ ถึงกระทบแต่ก็ไม่กระเทือน ก็อยู่กันได้อย่างไม่ทุกข์ใจมากนัก ไม่ต้องถึงกับเลิกร้างแยกทางกัน
 
แบบนี้สิ มากกว่าความห่างเหิน ยิ่งกว่าความห่างไกล เพราะมันกำลังเปลี่ยนไป
 
        เฉยเมย ไม่สนใจกัน ตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างอยู่ ผู้หญิงเริ่มเห็นว่าผัวคนอื่นดีกว่าผัวตัวเอง และผู้ชายก็รู้สึกว่าเมียเพื่อนสวยกว่าเมียเรา . . . เริ่มเกิดความคิดว่าเราคิดผิดที่มาอยู่กินกับคนๆ นี้ หากปล่อยให้เกิดจุดเริ่มต้นนี้ได้ ขั้นตอนถัดไป ก็คือเริ่มมองหาคนอื่นที่ดีกว่าคู่เดิมที่มีอยู่ . . . ตอนแรกก็แค่คิดในใจ ตอนหลังคิดนอกใจ จากมโนกรรมก็กลายเป็นวจีกรรมและกายกรรมในที่สุด
 
เราคิดมากไป หรือ เขาเปลี่ยนไปจริงๆ วัดจากอะไร
 
        การที่มีเรื่องนิดเดียวแต่ฟุ้งซ่านเยอะแยะ เพราะมันมีประสบการณ์เดิมๆ สะสมในใจ เหตุการณ์เล็กน้อยก็อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่นำไปสู่การมีปากเสียงกันได้
 
        ถ้าสังเกตตัวเองแล้วเจอว่าเราเป็นคนที่เจอเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่โมโหโกรธาใหญ่โต . . . อย่างนี้แปลว่าเรามีแผลใจ แล้วคำพูดหรือการกระทำนั้นๆ มันไปสะกิดโดนแผลใจ ทำให้เจ็บเยอะหรือเจ็บนาน
 
 เล็กๆ น้อยๆ คลี่คลายสถานการณ์ห่างเหิน
 
        1. อย่าถกเถียงกันเวลาโกรธ เพราะผู้หญิงบางคนมักใช้คำพูดว่า "มาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้" ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเราคุยกันตอนกำลังยัวะ มันจะเป็นการเอาชนะกัน ไม่นำไปสู่การคลี่คลาย...หน้าที่ของแต่ละคนตอนโกรธ คือต้องจัดการกับการโกรธนั้นให้สงบเสียก่อน ตอนนี้เราจึงจะคุยกันอย่างรับฟังกันมากขึ้น
 
        2. เรียกกันด้วยสรรพนามหวานๆ เช่นชื่อเล่น หรือ ฉัน/เธอ ดีที่สุดคือ "ที่รัก/Darling" ไม่ควรเรียกกันว่า "ข้า/เอ็ง" หรือไอ้ที่หยาบกว่านั้น...เพราะถึงเวลาทะเลาะกัน คำหยาบมันหมดสต็อก และจะดูยิ่งรุนแรงด้วยน้ำเสียงและหน้าตาท่าทาง เรื่องราวอาจบานปลายไปกันใหญ่
 
        ไม่มีใครกำหนดว่าการฮันนีมูนทำได้ครั้งเดียวหลังแต่งงาน เราสามารถดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ได้ปีละครั้ง ...การฮันนีมูนแต่ละครั้งนี่เปรียบเสมือนการกระตุ้นยอดขายให้กับสินค้าชิ้นเดิมๆ แต่ละเดือนก็จัด Midnight Sale ลดแลกแจกแถม พยายามจัดโปรโมชั่นเป็นระยะๆ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย : นภัส


สมาชิกกระปุก

E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....
เกาะติดเรื่องฮิต อัพเดทก่อนใคร
สมัคร สุนทรเวช , นาธาน โอมาน , วันพ่อแห่งชาติ , กลอนวันพ่อ , คิมบอม , ปาย , ทุ่งทานตะวัน , เสื้อกันหนาวเกาหลี , ภูทับเบิก , วัดถ้ำปลา , ดอยอ่างขาง , new moon , 2012 วันสิ้นโลก , แหยมยโสธร2 , 32 ธันวา , เรื่องย่อละคร , พรุ่งนี้ก็รักเธอ , รหัสโลกันตร์ , สูตรเสน่หา , คุณหนูฉันทนา , ธิดาวานร2 , บ่วงร้ายพ่ายรัก , มงกุฎแสงจันทร์ , ซินยุนบก , รักฉบับใหม่หัวใจ4ดวง , แชทหมากฮอส , msn 9.0 , ไวรัส msn
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com
เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
หากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจที่มีประโยชน์ต่อคนไทยโดยส่วนรวมและต้องการนำเสนอ กรุณาส่ง E-mail มาที่ webmaster@kapook.com
ทีมข่าวของเราจะพิจารณาเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป ขอบคุณครับ