HILIGHT NEWS

ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี สวรรค์ของนักช้อป-นักชิม

ตลาดสามชุก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก samchuk.in.th

       ฮิตสุดๆ ฮอตไม่หยุดสำหรับตลาดโบราณที่ได้รับการกล่าวขานมานานกว่า 100 ปี อย่าง "ตลาดสามชุก" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ตลาดร้อยปี" สวรรค์ดีๆ ของเหล่านักช้อป - นักชิม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดสุพรรณบุรี

       เดิมที . . . "ตลาดสามชุก" เป็นตลาดเก่าแก่ที่ใช้ในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต มานานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อเส้นทางการจราจรทางบกเข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ คนมาใช้บริการเส้นทางบกหันหลังให้กับเส้นทางน้ำอย่างแม่น้ำท่าจีน ทำให้ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำจึงเริ่มลดลง บรรยากาศการค้าขายในตลาดสามชุกเริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว

ของเล่นโบราณ - ตลาดสามชุก

       เพราะเหตุนี้ ชาวตลาดสามชุกจึงรวมตัวกันหาทางฟื้นฟูตลาดให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้การท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นเครื่องมือการพัฒนาอาคารไม้เก่าแก่ในตลาดสามชุก ที่ก่อสร้างเป็นแนวตั้งฉากกับแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าเป็นลักษณะของตลาดจีนโบราณ เป็นชุมชนชาวไทย - จีน ที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น เสน่ห์ของตลาดสามชุก จึงเป็นความเก่าแก่ที่ไม่ได้ถูกจัดสรรปั้นแต่งขึ้น แต่เป็นความเก่าแก่โดยแท้ที่ผ่านเวลาจากรุ่นสู่รุ่น จากอดีตสู่ปัจจุบัน

       เอ . . . ว่าแต่ว่า ณ ตลาดแห่งนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ได้เวลาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวกันแล้ว

พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์

       เริ่มกันที่ . . . "พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์" สถานที่เก็บของโบราณมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมเพื่อศึกษาหาความรู้ ขอบอกว่าเจ้าของของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นั่นก็คือ ขุนจำนงจีนารักษ์ หรือที่มีนามเดิมว่า "หุย แซ่เฮง" คนจีนที่เกิดในประเทศไทย มีประวัติที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ (เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์กันเลย)

โรงแรมอุดมโชค

       ต่อกันที่ "โรงแรมอุดมโชค" โรมแรมเก่าแก่แห่งตลาดสามชุก ตั้งอยู่ เลขที่ 47 หมู่ 2 ซอย 2 เจ้าของคนปัจจุบัน คือ แปะซิม พิศิษฎ์ สิริภิญโญ อายุ 85 ปี และภรรยา คือ คุณทองพูน วงษ์ราย อายุ 44 ปี ทั้งนี้ โรงแรมอุดมโชคเปิดบริการมาตั้งแต่สมัยเตี่ยของแปะซิมแล้ว แต่เดิมโรงแรมนี้มีคนเดินทางมาพักมาก คนเต็มเกือบทุกห้อง เพราะสมัยก่อนต้องอาศัยการเดินทางที่ใช้เวลา ส่วนใหญ่คนที่จะมาพักเป็นเซลล์ขายของต่างจังหวัด รวมถึงคนทางใต้ที่เดินทางมาทำงานแถบนี้ สำหรับโรงแรมอุดมโชค มีลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้น กั้นห้องออกเป็น 12 ห้อง เปิดใช้อยู่ 6 ห้อง เนื่องจากบางห้องไม่มีห้องน้ำในตัว ปัจจุบัน โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เปิดบริการแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นร้านกาแฟแทน โดยมีงานศิลปะและภาพวาดให้ชมมากมาย

       หรือจะเลือกแวะช้อปที่ร้านขายนาฬิกาโบราณ "ร้านรัชพร" ตั้งอยู่เลขที่ 27 ซอย 1 เป็นร้านขายนาฬิกาที่เปิดมานานกว่า 50 ปี สำหรับนาฬิกาที่มีขายนั้น ส่วนมากจะเป็นนาฬิกาโบราณและสมัยใหม่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทั้งตัวเรือนแบบไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมี "ร้านบุญช่วยหัตถกิจ" ที่เป็นร้านขายนาฬิกาโบราณเก่าแก่อีกหนึ่งร้าน ซึ่งเปิดขายมานานหลายสิบปีเช่นกันค่ะ คนที่ชอบนาฬิกาคลาสสิกพลาดไม่ได้ ลองแวะเวียนมาหาซื้อได้ในราคาไม่แพง

ร้านกาแฟท่าเรือส่ง

       เดินไปเดินมาคอเริ่มแห้ง เราขอแนะนำให้รู้จักกับ "ร้านกาแฟท่าเรือส่ง" (ศิวะนันต์พานิช) เลขที่ 1 ซอย 1 เจ้าของร้านชื่อ เจ๊ชั่ง ศิวะนันต์วงษ์ อายุ 67 ปี และเจ๊ม่วยเล็ก ศิวะนันต์วงษ์ อายุ 51 ปี เปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ.2508 อย่างไรก็ตาม เจ๊ชั่ง ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชงกาแฟ เพราะแกชงให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาที่นี่ทุกวัน เรียกได้ว่า ร้านนี้เป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยของชาวตลาดก็ว่าได้ และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานของเจ๊ชั่ง บวกกับรสชาติที่ยังคงเอกลักษณ์มาช้านาน จึงทำให้ร้านกาแฟโบราณ ยืนหยัด และคงคู่ตลาดสามชุกมาจนถึงปัจจุบันนี้ (อย่างนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว...!!)

       ต่อกันที่ "ร้านขายของชำป้านา" เลขที่ 417 หมู่ 2 ซอย 3 เจ้าของบ้านคือ ป้าสันทนา ลอยจินดารัตน์ อายุ 63 ปี เป็นร้านขายของชำ ของกิน ของทำขนมแป้ง ข้าว น้ำตาล และเครื่องเทศต่างๆ “ป้านา” เป็นหลานสาวของ เถ้าแก่เนี้ยม แซ่โค้ว กับคุณยายแห้ว ระวิพงษ์ เจ้าของตลาดสามชุกซอยนี้ ทั้งนี้ ภายในร้านมีสิ่งของที่น่าสนใจ คือ เครื่องทองเหลือง ได้แก่ ถาด ขันและพาน เก็บรักษาไว้ในตู้ไม้สักเก่าแก่อายุร่วมร้อยปี (ว้าว...)

ร้านขายของชำป้านา

       อย่างไรก็ตาม ข้าวของทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องใช้สำคัญกับวิถีชีวิตคนไทยในอดีต และมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมากๆ เพราะเดิมเป็นของใช้สมัยคุณแม่ป้านา ซึ่งบางชิ้นเป็นของตกทอดที่ได้รับมาจากคุณยายแห้วอีกต่อหนึ่ง สิ่งของเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจของลูกหลานมาก เพราะเป็นของที่บรรพบุรุษมอบให้ลูกหลานเพื่อเก็บรักษา

       "ร้านศิลป์ธรรมชาติ" ตั้งอยู่เลขที่ 393 หมู่ 2 ซอย 3 เป็นร้านถ่ายรูปเก่าแก่แห่งที่ 2 ของตลาดสามชุก เปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กล้องที่ใช้ในปัจจุบัน คือ กล้องที่ใช้เมื่อสมัยเปิดร้านครั้งแรก เป็นกล้องนำเข้าจากประเทศเยอรมัน ราคาประมาณ 8,000 บาท นอกจากนี้ ในร้านก็ยังคงใช้อุปกรณ์ดั้งเดิม

       "ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสามชุก" สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2370 ต่อมาได้สร้างที่ตลาดสามชุกใหม่ โดยบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน และเจ้าของผู้ก่อสร้างตลาดสามชุก เป็นผู้ริเริ่มอัญเชิญเถ้าธูปจากศาลเจ้าพ่อสุพรรณบุรี มาใส่กระถางธูปใหม่ ดำเนินการด้วยวิธีโบราณเสร็จสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2467 มีภาษาจีนเรียกว่า "เจี๊ยปึงเถ่ากง" หน้าศาลเจ้าต่อมากลายเป็นท่าเรือบริษัท ผู้ที่เดินทางทางเรือผ่านไปผ่านมาก็จะมากราบไหว้ขอพรให้เจริญรุ่งเรือง เดินทางโดยปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข ซื้อง่ายขายคล่อง และเป็นที่สักการะบูชามาจนถึงปัจจุบัน

       "วัดสามชุก" ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.สามชุก อ.สามชุก เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาแต่สมัยใด แต่มีสิ่งที่เป็นหลักฐานว่าเป็นวัดเก่า คือ...

         มณฑป เป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง – ยาว ด้านละ 6 เมตร โดยประมาณ หลังคาเป็นทรงจั่วแต่มีสภาพค่อนข้างผุพังและทรุดตัวลงมาบางส่วน แต่เดิมภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทโลหะ ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเก็บไว้บนศาลาการเปรียญของวัด เมื่อพิจารณารูปทรงของอาคาร สันนิษฐานว่ามณฑปนี้คงสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์

         รอยพระพุทธบาทสำริด เดิมประดิษฐานอยู่ในมณฑป แต่เนื่องจากมณฑปทรุดโทรม และถูกมิจฉาชีพลักตัดบางส่วนของรอยพระพุทธบาทไป ทางวัดจึงย้ายมาไว้ที่ศาลาการเปรียญ รอยพระพุทธบาทดังกล่าวมีขนาดกว้าง 85 เซนติเมตร ยาว 200 เซนติเมตร เป็นรอยพระพุทธบาทซ้อนกัน 4 รอย (อันหมายถึงการประทับรอยพระบาทซ้ำกันของพระพุทธเจ้า 4 องค์ ในภัทรกัลป์นี้ โดยในแต่ละรอยทำเป็นลายตารางรูปมงคล 108 ประการ อยู่ภายใน

         เจดีย์ อยู่ริมถนนด้านหน้าทางเข้าวัด เป็นลักษณะของเจดีย์ทรงกลม สภาพทรุดโทรมมาก

         พระพุทธรูป ซึ่งประดิษฐานในมณฑป เป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยา ปัจจุบันปฏิสังขรณ์และนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานบนศาลาการเปรียญ

         หงส์สัมฤทธิ์ 1 คู่ อดีตตั้งอยู่หน้ามณฑป จะมีงานปิดทองรอยพระพุทธบาทเป็นงานประจำปี

         หลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดมานาน เดิมชาวบ้านเรียกวัด "อัมพวัน" มาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสามชุกภายหลัง เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2481

       อ๊ะๆ เป็นไงกันบ้างคะ เพลิดเพลินกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ต่างๆ ในตลาดสามชุกกันเลยใช่ไหมล่ะ อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์ของการมาตลาดร้อยปีแห่งนี้ ก็คือ . . . การได้ถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์โบราณ ที่ด้านหน้าตลาด ลองลิ้มชิมกาแฟโบราณและขนมหวานจากร้านกาแฟท่าเรือส่ง ชิมข้าวห่อใบบัวของร้านหรั่งศรีโรจน์ แวะชักภาพถ่ายรูปย้อนยุคกับกล้องโบราณร้านศิลป์ธรรมชาติ แวะชมร้านบ้านโค้ก ยลของสะสมที่เกี่ยวกับโค้กล้วนๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังถือเป็นสวรรค์ของบรรดานักช้อปและนักชิม เพราะมีทั้งอาหารคาวหวาน อาหารสด อาหารแห้ง อาทิ ทอดมันปลากราย บะหมี่เกี้ยวร้านเจ็กอ้าว ขนมกง ข้าวห่อใบบัว กาแฟโบราณ พร้อมของใช้ของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย ก็มีให้เลือกซื้อเลือกชมกันแบบจุใจเลยทีเดียว


การเดินทางสู่ตลาดสามชุก

 รถยนต์

       จากกรุงเทพฯ ผ่าน อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี ไปจนถึงตัว จ.สุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร จากนั้นไปตามหลวงหมายเลข 340 แยกเข้า อ. สามชุก ตัวตลาดอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก

 รถตู้

       มีรถตู้จากกองสลาก จอดบริเวณสี่แยกคอกวัว จะเขียนป้ายว่า “สามชุก” ถ้าเขียนว่าสุพรรณบุรีอย่าไปนะคะ เพราะว่ารถจะไปแค่ตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งนี้ จะมีรถตู้ให้บริการตลอดเวลาตั้งแต่ ตี 5 ถึง 2 ทุ่ม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที – 1 ชั่วโมง 45 นาทีค่ะ

 รถโดยสารปรับอากาศ

       มีรถโดยสารปรับอากาศ ที่สถานีขนส่งสายใต้ โดยมีสาย ปอ.1 และ ปอ.2 ซึ่งตารางรถต้องสอบถามที่สถานีค่ะ (สถานีขนส่งสายใต้ โทร. 0-2434-5558 , 0-2435-1199) จะต้องเป็นรถสาย กรุงเทพฯ - ท่าช้าง นะคะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

       มีรถโดยสารปรับอากาศ ที่สถานีขนส่งหมอชิต สายกรุงเทพฯ - ท่าช้าง ซึ่งจะมีรถสายเก่าและสายใหม่สลับกัน ถ้าได้นั้งสายใหม่ก็จะวิ่งออกจากหมอชิต ไปแยกเกษตรเลี้ยวซ้ายผ่านหน้า The Mall งามวงศ์วาน ไปบางใหญ่ บิ๊กคิงแล้วเลี้ยวเข้าเส้น 340 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

       ถ้าเป็นสายเก่าจะออกจากหมอชิตไปทางถนนวิภาวดี แวะรับคนตลอดเส้นทาง เช่น หน้าวัดเสมียน วัดดอนเมือง และฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต สามารถดักรอรถได้นะคะ แล้ววิ่งผ่าน จ.อยุธยา จ.อ่างทอง แล้วก็จะถึงสามชุก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

เวลาเปิด

       ตลาดสามชุก เปิดทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ถ้าจะมาถ่ายรูปแนะนำให้มาในวันธรรมดา แต่ถ้าจะมาเดินชิม เดินช้อป เดินชิวๆ ขอแนะนำให้มาวันเสาร์ - อาทิตย์ เพราะจะมีแม่ค้ามาขายของเยอะค่ะ

       ทั้งนี้ เพื่อนๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ได้ที่ คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก โทร. 0-3557-2449, 0-3550-4498 และ 0-1640-3327 . . . แล้วเจอกันที่ "ตลาดสามชุก" นะคะ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
samchuk.in.th


ทุ่งดินดำ รีสอร์ท...
รีสอร์ทสำหรับคนรักธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น อากาศสดชื่นเย็นสบาย ต้นไม้ยังเยอะ เรียกได้ว่าเป็นการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบริมเชิงเขา พร้อมบริการอันแสนอบอุ่นเป็นกันเอง...คลิกที่นี่



โรงแรมไม้เอก...
ดอกไม้... ธรรมชาติ... สายลม... แสงแดด... สายน้ำ... ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่โรงแรมแห่งความสุข “โรงแรมไม้เอก” (Mai Ake Hotel) โรงแรมแนวใหม่ สไตล์เป็นกันเอง ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศดี๊... ดี ...คลิกที่นี่
เรื่องอื่นๆ
  1. นับถอยหลัง . . . วันเปิดเทอม
  2. แฟต เรดิโอ จะเจ๊งหรือไม่ คุณเท่านั้นที่ช่วยได้ The Fatter
  3. เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ม.3 ปี4 เรารักนาย
  4. หมอศิริราชไม่ฟันธง เหตุพลทหารดับ ถูกตีหรือลื่นล้ม
  5. ชีวิตลิขิตเองของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล
  6. Da killerz ปลอมตัวจนป่วนกันสุดๆ ใน MV Warn นิดนิด
  7. จ๋า รับบุกเคลียร์ หยาด เครียดถูกมองร้ายนอกจอ
  8. ผู้ชายคนนี้จะใช่เลย ... หรือเปล่านะ
  9. เรื่องย่อ ตระกูลใหญ่ในม่านเมฆ
  10. ฉุดสาวข่มขืน ศาลาข้างทาง

เรื่องน่าสนใจ