HILIGHT NEWS

โรคหนังแข็ง โรคประหลาดที่ยังไม่มีทางรักษาหาย

โรคหนังแข็ง


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก bcbsri.com

       หลังมีข่าวหญิงอุตรดิตถ์ วัย 57 ปี ป่วยเป็นโรคหนังแข็ง โรคร้ายชนิดเรื้อรัง ต้องนอนทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านกว่า 2 ปี ในสภาพที่ผอมโซ ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น เพราะไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนเหมือนคนธรรมดา หรือช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากผิวหนังตึงและแข็งเกือบทั้งตัว ซึ่งตอนนี้แม้แต่จะพูดจาก็ลำบาก เพราะลิ้นก็เริ่มแข็งแล้ว!!!

       นี่เป็นเรื่องราวของ นางวารินทร์ ม่วงทิม อายุ 57 ปี ที่นอกจากจะสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นและรับรู้อาการป่วยของเธอแล้ว ยังทำให้หลายคนอยากรู้จักโรคประหลาดที่ชื่อว่า "โรคหนังแข็ง" ที่แพทย์ได้ออกมาระบุมีโอกาสพบเพียง 1 ในล้าน และถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3-5 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคดังกล่าวที่จังหวัดอุตรดิตถ์แล้วกว่า 10 ราย ซึ่งเทียบกับอัตราส่วนของประชาชนที่มีเพียง 400,000 คน ถือว่ามีจำนวนมาก และน่าเป็นห่วง เพราะเป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษา เพียงแค่รักษาไปตามอาการของโรคเท่านั้น

       โรคหนังแข็ง หรือโรคผิวหนังแข็ง (Systemic scleroderma) เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ใช่โรคติดต่อ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคแน่ชัด ลักษณะของโรคคือ ผู้ป่วยจะมีการสะสมของพังผืดเส้นใยคอลลาเจนมากผิดปกติ ที่บริเวณหนังแท้และผนังหลอดเลือด ทำให้อวัยวะภายในร่างกายเกิดการแข็งตัวและหนา ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น อาการผิวหนังแข็งตึง ปลายนิ้วเขียวคล้ำเวลาสัมผัสความเย็น ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น ลำไส้หด พังผืดเพิ่มขึ้นในปอด ทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อย

       ส่วนใหญ่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหนังแข็งจะพบมากในวัยทำงาน อายุ 30-40 ปี จากสถิติที่พบในประเทศตะวันตกประมาณ 1-2 ราย ต่อ 10,000 ประชากรในชุมชน สำหรับสถิติของสถาบันโรคผิวหนังพบประมาณ ร้อยละ 0.2 ของผู้ป่วยโรคผิวหนังทั้งหมดที่เข้ารับการรักษา โดยพบเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 1:4

       สำหรับผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการหลายแบบ ขึ้นกับความรุนแรงของโรค หากเป็นไม่มากจะไม่ปรากฏอาการให้เห็น

อาการ

อาการทางผิวหนัง

       ผิวหนังจะสีดำ กำมือไม่ได้ มือจะขาวหรือซีด ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดหดตัว ต่อมาจะมีสีม่วงหรือคล้ำ เนื่องจากผิวหนังขาดออกซิเจน หลังจากนั้นผิวหนังจะมีสีแดง เพราะเลือดจะไหลไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น ผิวหนังจะเกิดอาการเหล่านี้เมื่อสัมผัสอากาศหรือน้ำเย็นเ ต่อมาจะลามมาที่แขน หน้าและลำตัว หน้าผากย่น ยิ้มยาก ตามตัวพบด่างขาวเป็นจุด ถ้าเป็นมากจะกลืนลำบาก

อวัยวะภายใน

       หลอดอาหาร พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 80 มีอาการทางหลอดอาหาร จะมีอาการกลืนลำบาก เจ็บเวลากลืน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารน้อย หรือมีกรดไหลย้อน หรือหลอดอาหารอักเสบ หัวใจถูกบีบรัด ถ้าเกิดที่ลำไส้จะพบว่า ระบบการทำงานของลำไส้ผิดปกติ มีอาการท้องผูกหรือถ่ายเหลว เจ็บจุกยอดอก หลังรับประทานอาหารจะเรอมากผิดปกติ

       พังผืดที่ปอด พบได้บ่อยรองจากทางเดินอาหาร โดยพบได้ตั้งแต่ร้อยละ 40-90 ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย ความหลอดเลือดในปอดเพิ่ม ทำให้เกิดหัวใจห้องขวาวาย

       หัวใจและหลอดเลือด มักจะไม่ค่อยมีอาการ จากการตรวจศพพบว่า อัตราการเกิดโรคที่หัวใจพบได้ร้อยละ 30-80 หากมีอาการทางหัวใจพบว่า จะมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 70 ใน 5ปี

       ไต พบได้ร้อยละ10-40 ของผู้ป่วย และพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตสูง อาการของโรคไตมีสองชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันผู้ป่วยจะปวดศรีษะ ความดันโลหิตสูง ตามัวลง และชนิดเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจทำให้เกิดไตวายได้ในที่สุด

       กล้ามเนื้อและข้อ พบว่า ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ และมีการอักเสบของข้อและมีหินปูนเกาะที่เอ็น 

โรคหนังแข็งแบ่งเป็น 2 ชนิด

       1. โรคผิวหนังแข็งเฉพาะที่ (LOCALIZED SCLERODERMA)

พบในวัยเด็ก จะมีอาการผิวหนังแข็งผิดปกติเกิดเฉพาะที่ เช่น ปลายมือ ปลายเท้าเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็งเฉพาะที่ อาจเกิดอาการจากอวัยวะภายในบางระบบขึ้นได้ แต่พบน้อยมาก

       2. โรคผิวหนังแข็งทั่วตัว (SYSTEMIC SCLEROSIS)

       พบในวัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ อายุเฉลี่ย 40 ปี

       พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในอัตราส่วน 4:1

       มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ผิวหนังและในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปอด หัวใจ หลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร

       หลอดเลือดฝอยบริเวณปลายนิ้วหดรัดตัวและมีขนาดเล็กลง ทำให้อุดตันได้ง่าย เมื่อสัมผัสอากาศเย็น จึงเกิดอาการปลายนิ้วซีด เขียวคล้ำหรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงได้ และเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นที่ปลายนิ้ว แผลจะหายช้ากว่าคนปกติ

       ผู้ป่วยบางรายเท่านั้นที่มีอาการเกิดขึ้นกับอวัยวะภายใน ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน

การรักษา

       การรักษาโรคผิวหนังแข็ง ต้องการการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง การรักษาในปัจจุบันเน้นการรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น ให้ยาที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการสร้างและสะสมตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในอวัยวะต่างๆ ให้ยาขยายหลอดเลือดเพื่อลดอาการปลายนิ้วซีดเขียวและลดอาการปวด ในกรณีทีมีอาการกลืนลำบาก ปวดแสบท้องบริเวณลิ้นปี่ ให้ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร หรือ ยาที่ช่วยการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร ผู้ป่วยบางรายสามารถหยุดพักการรักษาได้เมื่อโรคสงบลง เนื่องจากอาการรุนแรงไม่เท่ากันในแต่ละราย ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็งแต่ละคนจึงได้รับการรักษาไม่เหมือนกัน การรักษามุ่งเน้นเพื่อจะลดหรือบรรเทาอาการต่างๆ ลง ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การปฏิบัติตัวเมื่อป่วยโรคหนังแข็ง

       หลีกเลี่ยงการสัมผัสความเย็น อากาศเย็น การสูบบุหรี่ เพราะปัจจัยเหล่านี้หลอดเลือดบริเวณปลายนิ้วหดตัวมากขึ้น อาการของโรค เช่น ปลายนิ้วมือซีด เขียว ปวด จะกำเริบมากขึ้น

       มารับการตรวจและรับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

       ควรทำกายภาพบำบัด นิ้วมือเพื่อป้องกันการติดยึดและข้อผิดรูปของนิ้วมือ

       ทำความเข้าใจกับโรคที่เป็น เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง อย่าซื้อยารับประทานเอง โดยไม่มีความรู้เรื่องยาที่จะใช้เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงจากยา

       หลีกเลี่ยงกิจกรรม หรือการทำงานที่จะก่อให้แผลบริเวณปลายนิ้ว

       ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น กลืนลำบาก หายใจลำบากอึดอัด ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งให้แพทย์ทราบ

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

-สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 
-siamhealth.net

เรื่องอื่นๆ
  1. กักขัง อุ๋ย-นนทรีย์ คดีเมาแล้วขับ เป็นเวลา 7 วัน
  2. 5 อาชีพที่ทำได้ แม้อยู่บ้าน
  3. โต้ควง มดดำ หวาน อั้ม ซื้อบ้านใกล้ พิ้งกี้
  4. Terminator Salvation
  5. L.O.G ปลื้มเพลง หวานต้นจืดปลาย ฮิตติดชาร์ท
  6. เอ็ม อรรถพล ส่ง ตัวอิจฉา ครองแชมป์อันดับหนึ่ง
  7. ผิดด้วยเหรอ ที่เห็นเธอเป็นเพียงเพื่อนสนิท
  8. ถึงคุณผู้ชาย เลือก กางเกงลิง อย่างไรไม่ให้น้องเจ็บ!!
  9. เรื่องย่อละคร พระจันทร์สีรุ้ง
  10. อัพเดทเทรนด์ โชว์เข่า

เรื่องน่าสนใจ