
สภาวุ่นอีก! เหวง ถูกจี้ให้ถอนคำพูด หลังระบุกลางสภาว่า ทหารใช้ปืนจี้ชาวบ้านให้ลงประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ด้าน นิคม เสนอให้ส่งญัตติตั้ง กมธ. เกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา
วันนี้ (2 ตุลาคม) การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ จะเป็นเรื่องการรับทราบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีผู้ร้องให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เกี่ยวกับการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 โดยก่อนหน้าการประชุม ที่ประชุมก็เปิดโอกาสให้สภาชิกรัฐสภาหารือกันก่อน
เมื่อเข้าสู่วาระการประชุม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประชาธิปไตยไทย เพราะขณะที่กำลังจะลงมติวาระ 3 ซึ่งเป็นวาระสุดท้ายก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีผู้ร้องทั้งหมด 5 คณะ มายื่นคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีผู้ถูกร้องเป็นประธานรัฐสภา และเสนอให้ถึงขั้นยุบพรรค ซึ่งถือว่าเรื่องนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ทางรัฐสภาสามารถพิจารณาที่จะลงมติต่อได้ใช่หรือไม่ แม้ว่าคำวินิจฉัยบางส่วนจะบอกให้ทำประชามติก่อน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกลับเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวโจมตีการใช้อำนาจเกินขอบเขตของศาลรัฐธรรมนูญ และพาดพิงอีกว่า ทหารใช้ปืนบังคับให้ชาวบ้านไปลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ด้วยเหตุนี้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา จึงประท้วงให้ นพ.เหวง ถอนคำพูดเกี่ยวกับเรื่องทหาร เพราะเป็นการใส่ร้าย ด้าน นพ.เหวง จึงได้ท้าให้ พล.อ.สมเจตน์ ไปพบกับชาวบ้านที่ถูกบังคับได้ สุดท้าย นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประธานสภาบอกให้ นพ.เหวง ถอนคำพูด ซึ่ง นพ.เหวง ก็ยอมถอนคำพูดแต่โดยดี
ในเวลาต่อมา นายนิคมก็เสนอว่า ควรมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาพิจารณาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้เหรือไม่ แต่นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท้วงว่า เรื่องนี้คงตั้ง กมธ. ไม่ได้ เพราะเป็นการรับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย บอกว่า เรื่องนี้ทำได้ แต่ต้องมีการเสนอญัตติเข้าสู่สภา ด้วยเหตุนี้นายบุญยอดจึงกล่าวว่า รัฐสภาไม่สามารถลงมติในวาระที่ 3 ได้ และประธานสภาต้องส่งคำวินิจฉัยให้ทุกพรรคการเมืองก่อน เพื่อระงับการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ การประชุมใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งนายนิคมเห็นว่าใช้เวลานานมากเกินไปแล้ว จึงตัดบทว่า ถ้าหากจะให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ก็ส่งญัตติเข้ามา เชื่อว่า การประชุมของพรรคร่วมรัฐบาลจะหาข้อสรุปได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก