HILIGHT NEWS

พระยันตระ ผู้เปิดตำนานฉาว สะท้านวงการผ้าเหลือง


พระยันตระ

พระยันตระ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ jone jond สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            น่าเศร้าใจจริง ๆ ที่ช่วงนี้มีข่าวพระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติตนในทางเสื่อมเสียออกมาให้เห็นติดต่อกัน อย่างล่าสุด กรณี หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ที่ใช้ชีวิตสุดหรูด้วยเงินทองทรัพย์สมบัติมหาศาล ซ้ำยังมีข่าวพัวพันกับสีกาอีกหลาย ๆ คน จนถูกสังคมตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ขณะเดียวกัน หลายคนก็นำเอากรณีของ หลวงปู่เณรคำ ไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ทำให้วงการผ้าเหลืองร้อนมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ทั้งกรณีของ เณรแอ พระนิกร ภาวนาพุทโธ และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ "พระยันตระ อมโรภิกขุ" หนึ่งในตำนานฉาวที่ทำให้วงการสงฆ์สั่นสะเทือน !

            ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2537 ชื่อของ "พระยันตระ อมโรภิกขุ" หรือ "พระวินัย อมโร" ในวัย 40 ปี เป็นข่าวโด่งดังในหน้าหนังสือพิมพ์นานหลายเดือน หลังจากมีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "พระยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย

            การออกมาเปิดโปงเรื่องนี้กลายเป็นข่าวช็อกของวงการพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องยอมรับว่า ในสมัยนั้น "พระยันตระ" ได้รับความศรัทธาเลื่อมใสจากพุทธศาสนิกชนมหาศาลตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักพรตฤาษี กระทั่งอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ในธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2517 ณ วัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ภายหลังจึงมีผู้สร้างสำนักถวายหลายแห่ง โดยทุกวัดที่สร้างในสำนักเขาจะใช้ชื่อว่า "สุญญตาราม" ประกอบด้วยเสมอ แต่สำนักที่เป็นที่รู้จักดีคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี

            ด้วยความที่เป็นพระรูปงาม มีลีลาการเทศนาที่ไพเราะจับใจ ทำให้ "พระยันตระ" เป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้น ทุกครั้งที่ไปเทศนาธรรมในแห่งหนตำบลใด หรือแม้แต่ในต่างประเทศ จะมีพุทธศาสนิกชนเข้ามาฟังจนแน่นขนัด เห็นได้จากครั้งหนึ่งที่ "พระยันตระ" มาเทศนาธรรมที่ท้องสนามหลวง ปรากฏว่ามีชาวพุทธแห่แหนกันไปฟังธรรมจนเต็มพื้นที่ แม้กระทั่งข้าราชการระดับสูง ตลอดจนข้าราชการทางการเมืองก็เคารพศรัทธาพระยันตระเป็นอย่างยิ่ง เพราะเลื่อมใสในคำสอนของพระยันตระที่เน้นแนวทางปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งคำสอนนี้ก็ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการศาสนาว่าถูกต้องกับพระไตรปิฎก

            แต่แล้ว...เมื่อ "พระยันตระ" เจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงผิดพระวินัยจนถึงขั้นปาราชิกเช่นนี้ แน่นอนว่า "พระยันตระ" ต้องปฏิเสธ ทำให้สื่อมวลชนพยายามขุดคุ้ยหลักฐานเพื่อเปิดโปง กระทั่งเห็นความไม่ชอบมาพากล ขณะที่ "จันทิมา" ก็ได้ฟ้องร้องพระยันตระ พร้อมกับขอท้าพิสูจน์ความจริงด้วยการตรวจดีเอ็นเอกับ "เด็กหญิงกระต่าย" ซึ่งในสมัยนั้นการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก ถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราอย่างมาก แต่ทว่า...พระยันตระกลับปฏิเสธที่จะเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก่อนจะแอบเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยทันที โดยที่คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล

            เวลาผ่านไป เรื่องราวของพระยันตระก็ยิ่งถูกเปิดโปงออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ มีพยานหลักฐานชี้ชัดว่า นอกจาก "จันทิมา" แล้ว พระยันตระยังพัวพันกับสีกาคนอื่น ๆ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติ ในช่วงเวลาที่ไปแสดงธรรมที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่า พระยันตระเคยเข้าไปใช้สถานบริการทางเพศ สถานบริการอาบอบนวด และเปิดโรงแรมกับหญิงสาวในต่างประเทศด้วย

            เมื่อข้อมูลหลักฐานออกมาเช่นนี้ ในที่สุด มหาเถรสมาคมก็ได้พิจารณาปรับให้พระยันตระพ้นจากความเป็นสงฆ์ เนื่องจากถูกตั้งอธิกรณ์ผิดวินัยร้ายแรงด้วยการล่วงละเมิดเมถุนธรรม ต้องอาบัติถึงขั้นปาราชิก แต่ทว่า...พระยันตระ หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ไม่ยอมรับมติสงฆ์ จึงปฏิญาณตนเองว่ายังเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ แล้วเปลี่ยนไปนุ่งจีวรสีเขียวแทน อันเป็นที่มาที่ทำให้สื่อมวลชนตั้งสมญาให้ว่า "จิ้งเขียว" "สมียันดะ", "ยันดะ" เป็นต้น

            กระทั่งวันหนึ่ง อดีตพระยันตระ ได้ไปพูดวิจารณ์ก้าวล่วงหมิ่นองค์สมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดต้องถูกดำเนินคดี ทำให้อดีตพระยันตระพร้อมบริวารส่วนหนึ่งปลอมหนังสือเดินทางหลบหนีไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ภายหลัง ได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง จึงสามารถพักอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ จวบจนปัจจุบันนี้ 

พระยันตระ

            อย่างไรก็ตาม แม้อดีตพระยันตระจะถูกเปิดโปงเรื่องฉาว และได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีคนสนิทคอยดูแลรับใช้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี ข่าวคราวต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ เงียบหายไป

            แต่แล้วในปี พ.ศ. 2554 ก็เกิดกระแสฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เมื่อชาวเน็ตได้ส่งต่อภาพอดีตพระยันตระสวมจีวรสีน้ำตาล ไว้ผมเผ้า หนวดเครารุงรัง ออกมาเดินบิณฑบาตที่งานบุญของคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานด้านพระพุทธศาสนาในประเทศไทยก็ได้ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่สามารถเอาผิดใด ๆ ได้ เพราะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ที่กฎหมายของไทยไม่มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ดี ภาพนี้ได้แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่ยังเลื่อมใสศรัทธาพระยันตระอยู่ไม่น้อยเลย

            จนถึงวันนี้ แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เรื่องของพระยันตระที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ก็ยังถูกพูดถึงกันอยู่เนือง ๆ และมักถูกยกขึ้นมาเปรียบกับกรณีอื่น ๆ ที่เป็นข่าวในเชิงเสื่อมเสียต่อวงการสงฆ์ รวมทั้งกรณี "หลวงปู่เณรคำ" ที่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เชื่อได้ว่าบทสรุปของเรื่องอาจซ้ำรอยกรณีของพระยันตระก็เป็นได้



คลิป พระยันตระ อมโร โพสต์โดย คุณ jone jond



คลิป พระยันตระ อมโร 2 โพสต์โดย คุณ jone jond



เรื่องอื่นๆ
  1. เครื่องบินเล็กสหรัฐฯ ตกที่อลาสกา ดับแล้ว 10 ศพ
  2. ทอม ดันดี โว ได้ ปชต. เต็มใบเมื่อไร คนไทยอายุ 60 ปี ได้ 1.5 หมื่นบาท
  3. สุดเอือม ! คลิปชายแก้ผ้า หลับ ฉี่ ในลิฟต์สถานีรถไฟอังกฤษ
  4. ยิ่งลักษณ์ เผย ยุทธศักดิ์ โทรคุยปมคลิปเสียงแล้ว ปัดข่าวขอลาออก
  5. DSI นัดทุกฝ่ายถกเอาผิด หลวงปู่เณรคำ พรากผู้เยาว์-ยาเสพติด-ฉ้อโกง
  6. เจนี่ – โจอี้ – วู้ดดี้ พรีเซนเตอร์ใหม่ยามาฮ่าฟีโน่ ตะลุยถ่ายหนังโฆษณาไกลถึงฝรั่งเศส
  7. ไฟช็อตบึ้มไหม้ รร. เรือนไม้วอดวายทั้งหลัง 8 ห้อง
  8. หลวงพ่อคูณ อาการดีขึ้น-เตรียมกลับวัดบ้านไร่ 10 ก.ค.นี้
  9. พบหญิงชราอายุยืน 105 ปี เผยกินผักจิ้มน้ำพริก-ออกกำลังกายตลอด
  10. พบซากพะยูนกลางทะเลเกาะลิบง จ.ตรัง คาดตายเพราะคลื่นลมมรสุม

เรื่องน่าสนใจ