

เสียงเตือนจาก "อัล กอร์" "หยุดโลกร้อน...คุณทำได้ !"
ว่ากันว่า "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" แต่ก็รับไม่ได้ ...ถ้าได้ยิน (ฮา) โดยเฉพาะความจริงที่ไม่มีใครอยากฟังอันเกิดจากกฎแห่งกรรมที่เป็นการกระทำของมนุษย์อย่างเรา
ความจริงที่ว่าคือ ภาวะโลกร้อน (global warming) หายนะคุกคามโลกที่มนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับผลพวงที่ตามมาในรูปแบบต่างๆ อาทิ ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น, พายุถล่มเมือง, น้ำท่วมฉับพลัน, ภัยแล้ง, ไฟป่า, การแพร่กระจายของเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ และควันพิษ...
ความจริงที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ขณะนี้กำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ซึ่งอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นผู้หนึ่งที่ส่งเสียงเตือนภัยจนก้องดังมาแล้ว !
เสียงเตือนจาก "อัล กอร์" เสียงเตือนของอัล กอร์ ก้องดังยิ่งหลังภาพยนตร์สารคดี
An Inconvenient Truth เข้าฉาย เสมือนเป็นการจุดชนวนด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ระอุขึ้นมาอีกครั้ง ในเวทีการหารือระดับโลกหลายเวทีไม่ว่าจะเป็น เวทีสหประชาชาติ เวทีธนาคารโลก กรีนพีซ นาซ่า นาโต้ ฯลฯ โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่แค่โลกบนแผ่นฟิล์มที่อัล กอร์ ตัดสินใจแสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัว หากแต่ในโลกบรรณพิภพกับหนังสือชื่อเดียวกับหนังผลงานการเขียนของเขา ก็น่า สะพรึงกลัวไม่แพ้กัน ด้วยข้อมูลที่เขานำมาตีแผ่ภาพต่อภาพ หลักฐานต่อหลักฐาน ซึ่งบัดนี้สำนักพิมพ์มติชนได้ลิขสิทธิ์ในการจัดแปลเป็นฉบับภาษาไทย โดยมีคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ เป็นผู้แปล และน่าจะเป็นหนังสือ อินเทรนด์ที่สุดในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติของปีนี้
อัล กอร์กล่าวว่า "ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องที่จำกัดอยู่ในวงวิทยาศาสตร์ หรือในประเด็นทางการเมืองเท่านั้น แต่มันเป็นประเด็นทางจริยธรรมด้วย" เพราะในมุมมองของเขา จริยธรรมของมนุษย์คือหนทางเยียวยาโลกร้อนได้ เนื่องจากหลักฐานมากมายมหาศาลบอกกับเราว่า หากเราไม่จัดการกับปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็วและจริงจังแล้ว โลกของเราก็อาจต้องเผชิญกับหายนภัย !
อันหมายถึงพายุทรงพลังร้ายกาจและรุนแรงขึ้น การละลายของผืนน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือและธารน้ำแข็งทั้งหมดบนภูเขาทั่วโลก ก้อนน้ำแข็งมหึมาบนเกาะกรีนแลนด์ และก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่โตมโหฬารเหนือเกาะแก่งในแอนตาร์กติกาตะวันตกถูกทำลาย จนอาจทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 20 ฟุต
นี่ไม่นับการคุกคามในรูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร และกระแสลมทั่วโลกอีก โดยสาเหตุสำคัญที่เขามองว่าเป็นตัวการก็คือ ...การที่มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลเข้าสู่สภาพแวดล้อมโลก
มีการสำรวจพบว่า มนุษย์ทั่วโลกได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศถึงปีละ 24,000 ล้านตัน ขณะที่ประเทศไทยปล่อยก๊าซชนิดนี้ปีละ 172 ล้านตัน หรือคนละ 2.8 ตันต่อปี นับว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มาจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และการขนส่งที่ใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (โรงงานอุตสาหกรรม 40 เปอร์เซ็นต์, ตึกรามบ้านช่อง อาคารบ้านเรือน 31 เปอร์เซ็นต์, การขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ 22 เปอร์เซ็นต์, เกษตรกรรม 4 เปอร์เซ็นต์)
น่าสนใจก็คือ มีการจัดอันดับประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดก็คือ สหรัฐอเมริกา (5,762 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 24 ของปริมาณก๊าซทั่วโลก)
อัล กอร์ เห็นได้ถึงความน่าตกใจนี้ เขาจึงพยายามออกมาประกาศเตือนทุกคน จนกลายเป็นเจ้าของวาทะเด็ด "เราทุกคนล้วนมีส่วนในการสร้างภาวะโลกร้อน และความสะดวกสบายที่เราเคยชินกันมานับศตวรรษกำลังจะหมดไป ขณะที่การรับผิดชอบต่อผลกระทบดังกล่าวกำลังจะตามมา"
เขาตั้งมั่นทุ่มเทชีวิตการทำงานโดยให้ความสำคัญกับเรื่องวิกฤตสภาพอากาศเป็นลำดับแรกสุด โดยเขาไม่เคยละทิ้งความมุ่งมั่นนี้ อัล กอร์ ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาเรื่องสภาวะความเปลี่ยนแปลงของอากาศ เริ่มสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยสองแห่งที่รัฐเทนเนสซี
และยังร่วมกับเพื่อนชื่อเดวิด บลัด ก่อตั้ง "เจเนอเรชั่นอินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์" บริษัทที่อุทิศตัวให้กับการพิสูจน์ว่าสิ่งแวดล้อมและปัจจัยเพื่อความยั่งยืนอื่นๆ สามารถผสานเข้ากับกระบวนการการลงทุนกระแสหลักและยังช่วยเสริมผลกำไรให้ลูกค้าได้ ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้มีการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนยิ่งขึ้น
จงเปลี่ยนชีวิตเพื่อหยุดโลกร้อน ภาวะโลกร้อนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ฉันใด การหยุดโลกร้อนก็เริ่มต้นได้ด้วยน้ำมือของมนุษย์ฉันนั้น ทางออกที่อัล กอร์ แนะนำไว้ในหนังสือเล่มสำคัญของโลกเล่มนี้ ไม่ยาก (ถ้าเราคิดจะทำ และลงมือทำอย่างจริงจัง) โดยสิ่งที่เขาแนะเอาไว้เป็นคู่มือการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 มีตั้งแต่
การคำนวณผลกระทบที่คุณมีต่อสภาพอากาศในแง่ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คุณก่อให้เกิดขึ้นว่ามีมากเท่าใด โดยเข้าไปเช็กได้ที่ www.climatecrisis.net ซึ่งจะทำให้คุณพบมาตรวัดพลังงาน ที่จะช่วยให้คุณประเมินได้ว่า กิจกรรมใดของคุณเป็นต้นเหตุปล่อยคาร์บอนปริมาณมากที่สุด เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือ คุณก็สามารถเริ่มเปลี่ยนไปใช้ชีวิตที่สร้างมลพิษคาร์บอนน้อยลงได้
การเปลี่ยนชีวิตเพื่อหยุดโลกร้อน ด้วยหลายวิธีตั้งแต่ภายในบ้าน อาทิ การทำบัญชีพลังงานให้บ้านอย่างครบถ้วนจะช่วยให้เห็นว่าส่วนใดของบ้านที่กินพลังงานมากที่สุด โดยสามารถดูข้อมูลการทำบัญชีพลังงานด้วยตนเองได้ที่ www.energyguide.com การหันมาใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบประหยัดพลังงาน, เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน, การปรับอุณหภูมิในบ้านให้เหมาะสม, ติดฉนวนให้บ้านของคุณ, ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ ฯลฯ
เลือกการเดินทางแบบไม่เปลืองพลังงาน อาทิ ลดการใช้รถยนต์ด้วยการเดิน ปั่นจักรยาน ทางเดียวกันไปด้วยกัน หรือใช้บริการขนส่งมวลชนถ้าทำได้, ใช้รถอย่างฉลาด ด้วยการเปลี่ยนนิสัยในการขับรถเล็กๆ น้อยๆ, หลีกเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน, ขับรถตามความเร็วที่กำหนดไว้, คอยหมั่นตรวจสภาพรถ อยู่เสมอ, วางแผนการเดินทางล่วงหน้าทุกครั้งที่ทำได้, จะซื้อรถคันใหม่ต้องคิด ให้มากขึ้น ฯลฯ (พบคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนเดินทางแบบไม่เป็นพิษต่อ สิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนโครงการลดคาร์บอนได้ที่ www.betterworldclub.com/travel/index.htm)
เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้น้อยลง มาสู่การอนุรักษ์ให้มากขึ้น อาทิ "ลดการซื้อของใหม่และนำของเก่ากลับมาใช้อีกครั้ง" ที่ปัจจุบันกลายเป็นกระแสที่กำลังมาแรงในอเมริกาและทั่วโลก, อย่าใช้กระดาษเปลือง, ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก
เชื่อไหมว่า บรรจุภัณฑ์ที่เราทิ้งกันคิดเป็นสัดส่วนถึงราว 1 ใน 3 ของขยะที่อัดแน่นอยู่ในหลุมกำจัดทุกวันนี้ทรัพยากรธรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมหาศาลถูกผลาญไปในแต่ละปีเพื่อผลิตกระดาษ พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และสไตโรโฟมสำหรับบรรจุและห่อหุ้มสินค้าที่เราซื้อ !
ในคำแนะนำดังกล่าวอัล กอร์ ยังเน้นในเรื่องของการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่ปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ดังตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ www.weathervane.rff.org, www.environet.policy.net, www.climaleark.org, www.gcrio.org, www.ucsusa.org/global_warming หรือ www.net.org/warming
อัล กอร์ ยังบอกไว้ในหนังสืออีกว่า คุณต้องไม่ลืมคำนึงถึงผลกระทบจากการลงทุน ถ้าจะลงทุน คุณควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลงทุนของคุณ โดยอ่านเนื้อหาบางส่วนของงานวิจัยนี้ได้ www.socialinvest.org/aress/research หาคำตอบว่าคุณจะมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสนับสนุนการรักษาสภาพแวดล้อมโลกโดยที่ยังประสบความสำเร็จด้านการเงินด้วยการเลือกลงทุนอย่างชาญฉลาดได้อย่างไรที่ www.socialinvest.org/ Areas/SRIGuide สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เขาว่า ...อย่าลืมบอกต่อกันไปให้ช่วยกันเห็นความสำคัญของการหยุดโลกร้อน
ดังที่ วินสตัน เชอร์ชิล เคยกล่าวว่า "ยุคสมัยของการผัดวันประกันพรุ่งไม่ยอมตัดสินใจเด็ดขาด ปลอบใจตัวเอง คิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และอ้อยอิ่ง ได้ปิดฉากลงแล้ว และเรากำลังล่วงเข้าสู่ยุคแห่งการรับผลพวงจากสิ่งที่เราก่อไว้ !!!"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมืองมืดเพื่อโลกสว่าง
"สมิทธ" เตือนมหาวิบัติภัย ยัน "ภาวะโลกร้อน" ของจริง
An Inconvenient Truth : โลกร้อน...ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง จริงหรือ?
ภาวะโลกร้อน ความจริงช็อกโลก!!!
พิษวิกฤตโลกร้อนน้ำตกแห้ง-ป่าลด
เผย กทม.ปีนี้ ร้อนทะลุ 40 องศา
"โลกร้อน"พาโลกมนุษย์ ย้อนกลับสู่ยุคไดโนเสาร์!
ไทยมีเอี่ยวทำโลกร้อน ติดอันดับ 9 โลกปล่อยก๊าซสูงสุด
ปี 2549 ทำสถิติ ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
|