เปิดประวัติพรรคไทรวมพลัง จากพรรคเล็กสู่ผู้เล่นใหม่ คว้า 6 สส. เลือกตั้ง 2569 ว่าแต่ พรรคไทรวมพลัง หัวหน้าพรรคเป็นใคร นโยบายพรรค มีอะไรบ้าง มาดูกัน พรรคไทรวมพลัง กลายเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามอง หลังผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าสามารถคว้าที่นั่ง สส. ได้ถึง 6 ที่นั่ง พร้อมบทบาทใหม่ในสมการการเมืองไทย พรรคไทรวมพลัง เป็นพรรคการเมืองไทยที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 โดยเป็นลำดับที่ 14/2564 มีที่ทำการพรรคในระยะแรกตั้งอยู่ในตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งใช้เป็นที่ทำการพรรคมาจนถึงปัจจุบัน หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง คือ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู นักการเมืองที่มีพื้นฐานครอบครัวทางการเมือง และมีประสบการณ์ทั้งด้านธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตร รวมถึงการทำงานทางการเมืองท้องถิ่น เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และมีบทบาทในการขยายเครือข่ายพรรคในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งนี้ กังฟู วสวรรธน์ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ยังเป็นที่รู้จักในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในอำเภอน้ำยืนและอำเภอม่วงสามสิบ จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องยาวนาน พร้อมสร้างภาพลักษณ์นักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าถึงประชาชน และนำเสนอแนวคิด “พรรคเล็กที่ตั้งใจ” เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนตัวเล็กในสังคม ก่อนใช้ชื่อ “พรรคไทรวมพลัง” พรรคการเมืองพรรคนี้เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2 ครั้ง โดยเริ่มจาก “พรรคใจถึงใจ ภูมิใจไทย” ในปี 2561 ต่อมาเปลี่ยนเป็น “พรรคเพื่อไทรวมพลัง” ในปี 2563 และเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2565 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน พรรคได้จัดประชุมใหญ่สามัญและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายวสวรรธน์กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง พร้อมแต่งตั้งนายวรเชษฐ เชิดชู เป็นเลขาธิการพรรค ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคไทรวมพลังส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 19 คน โดยไม่ได้เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตในจังหวัดอุบลราชธานี 2 เขต ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะได้ทั้ง 2 เขต ขณะที่บัญชีรายชื่อไม่ได้รับการจัดสรรที่นั่ง สำหรับการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทรวมพลัง เบอร์ 21 ส่ง สส.เขต 11 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 15 คน ในส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่เสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 พรรคไทรวมพลังส่งผู้สมัครรวม 26 คน แบ่งเป็นผู้สมัคร สส.เขต และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทรวมพลังสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้จำนวน 6 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 5 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง โดยได้คะแนน 152,414 คะแนน ในส่วน สส.เขต ของพรรคมาจากจังหวัดอุบลราชธานี 4 เขต ได้แก่ สมศักดิ์ บุญประชม เขต 10, จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เขต 9, พิมพกาญจน์ พลสมัคร เขต 3 และ ณรงค์ชัย วีระกุล เขต 2 รวมถึงอีก 1 เขตจากภาคใต้ คือ ชิราภรณ์ กาญจนะ เขต 3 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สมัคร สส.เขต ของพรรคไทรวมพลัง มาจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพรรคส่งผู้สมัครถึง 5 เขต และสามารถคว้าชัยชนะในหลายเขตเลือกตั้ง ส่งผลให้พรรคขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6 ของผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ พรรคไทรวมพลังได้ยื่นนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 โดยกำหนดกรอบงบประมาณรวมประมาณ 200,800 ล้านบาท ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคม อาทิ การดูแลปากท้องประชาชน การลดภาระค่าครองชีพ ความปลอดภัยในชุมชน การสร้างโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน และการยกระดับสวัสดิการแรงงาน ควบคู่กับแนวทางการเมืองที่เน้นความโปร่งใส นโยบายดังกล่าวสะท้อนการให้ความสำคัญต่อปัญหาภาคเกษตรและพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมเกษตรให้เป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป ปากท้องมั่นคง : ประกันรายได้พืชผล คุมต้นทุนปุ๋ย-ยา และหนุนกีฬาไก่พื้นเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ : คุมราคาสินค้า ค่าไฟ ค่าน้ำ และส่งเสริมโซลาร์เซลล์ในชุมชน ชุมชนปลอดภัย : สร้าง "กำแพงประเทศไทย" ป้องกันภัยคุกคาม ปราบยาเสพติด และยกระดับระบบแจ้งเหตุ โอกาสลูกหลาน : ทุนเรียนและทุนอาชีพเด็กชนบท สนับสนุนคนรุ่นใหม่กลับบ้านเกิด ดูแลคนทำงาน : สวัสดิการแรงงานนอกระบบ และเพิ่มค่าตอบแทนผู้เสียสละทำงานแนวหน้า การเมืองโปร่งใส : เปิดเวทีฟังปัญหา ลดขั้นตอนราชการ และงบประมาณต้องตรวจสอบได้ กังฟู วสวรรธน์ ประวัติส่วนตัว เขาเติบโตในครอบครัวนักการเมือง สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ สาขาภาษาอังกฤษและภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ รวมถึงผ่านโครงการแลกเปลี่ยนด้านภาษาจีน ณ Guilin University of Aerospace and Technology ภายหลังสำเร็จการศึกษา เขาเริ่มต้นทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศในธุรกิจแป้งมันของครอบครัว และเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งปี 2569 ทำให้พรรคไทรวมพลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยจำนวน สส. 6 ที่นั่ง อย่างไม่เป็นทางการ จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของพรรคการเมืองขนาดเล็กที่พยายามสร้างพื้นที่ทางการเมืองของตนเอง และอาจกลายเป็นตัวแปรใหม่ในสมการการเมืองระดับชาติภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ขอบคุณภาพจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, เฟซบุ๊ก กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี Wasawat Poungponsri