นโยบายพรรคภูมิใจไทย 2569 กับ 8 นโยบายหลัก ชูแนวคิดลดค่าครองชีพ สร้างงาน เพิ่มสวัสดิการ และเสริมความมั่นคงประเทศ หลังการเลือกตั้ง 2569 โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่คุณภาพชีวิตประชาชน พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศนโยบายพูดแล้วทำ Plus+ ที่จะเป็นกรอบบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 โดยสรุปสาระสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมงบประมาณรวมกว่า 148,326 ล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดินส่วนใหญ่ ที่จัดสรรเป็นมาตรการส่งเสริมการเจริญเติบโตของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจคือ นโยบายภูมิใจไทย 2569 มีอะไรบ้าง ? นโยบายพูดแล้วทำ Plus+ มาตรการใดเป็นแนวคิดใหม่ที่เพิ่งเสนอในรอบนี้ นโยบายใดเป็นการสานต่อจากสิ่งที่เคยดำเนินการมาก่อน และแนวทางใดยังคงจุดยืนเดิมของพรรคเอาไว้ เรามาไล่เรียงให้เห็นภาพชัด ๆ กันค่ะ พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงในสาขาที่รับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพและผลลัพธ์จริงสำหรับประชาชน ไม่ใช่เพียงแต่งตั้งตามตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้พรรคยังคงเน้นการใช้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญร่วมกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและสังคม เพื่อความยั่งยืนและลดอุปสรรคด้านการบริหาร สานต่อโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” โดยรัฐร่วมรับผิดชอบ 50% ของค่าใช้จ่ายประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นระบบเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มแรงซื้อภายในประเทศ โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากคนละครึ่งในอดีตที่เคยมีผลกระตุ้นการใช้จ่ายหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งพรรคภูมิใจไทยใช้เป็นกลไกช่วยบรรเทาค่าครองชีพในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา (และกลับมาเป็นหัวใจของนโยบายใหม่) กำหนดค่าไฟฟ้าหน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับครัวเรือนทั่วไป เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนหลายล้านครัวเรือน เป็นมาตรการพื้นฐานในการลดค่าครองชีพโดยตรง นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ “Thailand 10 Plus” ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอในภาพใหญ่ เพื่อผลักดันการเติบโตและลดภาระรายจ่ายประชาชน เปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารให้เป็นทหารอาสา 100,000 คน ด้วยสัญญา 4 ปี พร้อมรายได้และสวัสดิการ รวมทั้งช่องทางเข้าเรียนหรือเติบโตในอาชีพทหาร เพื่อสร้างระบบกำลังพลที่มีคุณภาพมากขึ้น แนวคิดนี้สอดคล้องกับคำมั่นของพรรคว่า จะเสริมความมั่นคงภายในประเทศควบคู่กับการสร้างงานในระบบกำลังพลให้ทันกับยุคสมัยใหม่ จัดตั้งเครือข่ายพยาบาลอาสาทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุและแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ช่วยลดภาระโรงพยาบาล และเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขเชิงป้องกัน มาตรการนี้มีเป้าหมายทั้งสร้างงานในชุมชน และส่งเสริมระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับประชาชนทุกวัย พัฒนาการศึกษาให้เข้าถึงง่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เรียนฟรี พร้อมระบบ Learning Passport และเชื่อมโยงกับตลาดงานจริงผ่าน Skill Bridge เพื่อให้นักเรียนและแรงงานรุ่นใหม่พร้อมเข้าสู่ระบบอาชีพอย่างแท้จริง นโยบายเรียนฟรี มีงานทำ ต่อยอดจากแนวคิดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นสู่การมีงานที่มั่นคงและยั่งยืน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยให้ประชาชนสามารถซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ด้วยเงินผ่อนเพียง 300 บาทต่อเดือน พร้อมการสนับสนุนจากรัฐ เป้าหมายช่วยลดมลพิษ PM2.5 และผลักดันสู่ Net Zero 2050 นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวของพรรค ที่เชื่อมโยงกับการลดภาระค่าใช้จ่ายพลังงานและเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ โดยพรรคเสนอสร้างแนวกำแพงและถนนลาดยางตามแนวชายแดน เช่น ไทย-กัมพูชา เพื่อลดการค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แนวคิดด้านความมั่นคงนี้ยังสะท้อนท่าทีของพรรคที่จะผสานการป้องกันชายแดนเข้ากับนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยรวม ในบริบทท่ามกลางแรงกดดันนโยบายชายแดนในภูมิภาคปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยได้ขยับแนวคิดจากนโยบายสวัสดิการรายบุคคลไปสู่การวางโครงสร้างเชิงพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ค่าไฟฟ้าถูกลง, ระบบพักหนี้, SMEs และระบบภัยพิบัติ โดยยังคงสานต่อมาตรการพื้นฐานที่เคยผลักดันก่อนหน้า เช่น คนละครึ่ง พลัส และระบบสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง พร้อมขยายขอบเขตมิติสุขภาพ การศึกษา พลังงานสะอาด และความมั่นคงของชาติ ถือเป็นการผสานทั้งมาตรการรับมือปัญหาทันทีและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศ นโยบายพรรคภูมิใจไทยทั้ง 8 นโยบาย หรือ นโยบายพูดแล้วทำ Plus+ ทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ถูกจับตามองอย่างมากทั้งก่อนและหลังผลเลือกตั้ง 2569 ซึ่งสะท้อนท่าทีของพรรคที่ไม่ใช่แค่ตอบโต้ปัญหาฉุกเฉิน แต่ตั้งเป้าสร้างความมั่นคงระยะยาวให้ประเทศข่าวที่เกี่ยวข้อง - กางนโยบาย พรรคไหนมีอะไรเด่น จัดหนักจัดเต็มอย่างไร ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2562