แอพแรกที่คุณเลือก

วันเช็งเม้ง 2560 ตรงกับวันที่ 4 เม.ย.


วันเช็งเม้ง
    

            วันเช็งเม้ง 2560 ตรงกับวันที่ 4 เมษายน ประวัติวันเช็งเม้ง ประเพณีไหว้บรรพบุรุษของชาวจีน มีความเป็นมาอย่างไร ไปดูกัน

            วันเช็งเม้ง หรือ เทศกาลเช็งเม้ง เป็นการทำพิธีเซ่นไหว้และปัดกวาดหลุมศพบรรพบุรุษ โดยถือว่า เป็นประเพณีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรมการฌาปนกิจศพ เนื่องจากตามบันทึกทางประวัติศาสตร์เคยกล่าวไว้ว่า "สร้างหลุมศพไม่ต้องสร้างเนินสุสาน" ดังนั้น จึงไม่เคยมีบันทึกถึงการทำความสะอาดเนินสุสานมาก่อน

            แต่ในเวลาต่อมา เมื่อเริ่มมีความนิยมสร้างหลุมศพโดยสร้างเนินสุสานด้วยในภายหลัง จึงทำให้ประเพณีการเซ่นไหว้ที่สุสานเกิดขึ้น จนกลายเป็นประเพณีที่ละเว้นไม่ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ และในวันเช็งเม้ง 2560 ตรงกับวันที่ 4 เมษายน

            ส่วนความเป็นของวันเช็งเม้ง ตลอดจนตำนานหรือการประกอบพิธีกรรมในวันเช็งเม้งจะมีเป็นอย่างไรบ้างนั้น ลองไปดู ประวัติวันเช็งเม้ง ประเพณีไหว้บรรพบุรุษของชาวจีน ที่เรานำมาฝากกันเลย


ตำนานการเกิดวันเช็งเม้ง

            ในยุคชุนชิว องค์ชายฉงเอ่อแห่งแคว้นจิ้น หนีภัยออกนอกแคว้นไปมีชีวิตตกระกำลำบากนอกเมือง โดยมีเจี้ยจื่อทุยติดตามไปดูแลรับใช้

            เจี้ยจื่อทุยมีจิตใจเมตตาถึงขนาดเชือดเนื้อที่ขาของตนเป็นอาหารให้องค์ชายเสวยเพื่อประทังชีวิต ภายหลังเมื่อองค์ชายฉงเอ่อเสด็จกลับเข้าแคว้นและได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองแคว้น นาม จิ้นเหวินกง และได้สถาปนาตอบแทนขุนนางทุกคนที่เคยให้ความช่วยเหลือตน แต่ลืมเจี้ยจื่อทุยไป นานวันเข้าจึงมีคนเตือนถึงบุญคุณเจี้ยจื่อทุย จิ้นเหวินกงเพิ่งนึกขึ้นไป จึงต้องการตอบแทนบุญคุณเจี้ยจื่อทุย โดยจัดหาบ้านให้เขาและมารดาให้เข้ามาอยู่อย่างสุขสบายในเมือง แต่ทว่าเจี้ยจื่อทุยปฏิเสธ

            จิ้นเหวินกงได้คิดแผนเผาภูเขา โดยหวังว่าเจี้ยจื่อทุยจะพามารดาออกมาจากบ้าน แต่ผลสุดท้ายกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด สองแม่ลูกกลับต้องเสียชีวิตในกองเพลิง ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจี้ยจื่อทุย จิ้นเหวินกงจึงมีคำสั่งให้วันนี้ของทุกปี ห้ามไม่ให้มีการก่อไฟ และให้รับประทานแต่อาหารสด ๆ และเย็น ๆ จนกลายเป็นที่มาของเทศกาลวันกินอาหารเย็น หรือ เทศกาลหันสือเจี๋ย (寒食节) ซึ่งเป็นวันสุกดิบก่อนวันเช็งเม้ง 1 วัน

            เนื่องจากคนโบราณนิยมถือปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีวันหันสือเจี๋ยต่อเนื่องไปจนถึงวันเช็งเม้ง นานวันเข้าเทศกาลทั้งสองก็รวมเป็นวันเช็งเม้งวันเดียว การไหว้เจี้ยจื่อทุยจึงค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นการไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษแทน

    
ความหมาย วันเช็งเม้ง

            ชิงหมิง (qing-ming) หรือ เชงเม้ง หรือ เช็งเม้ง เป็นชื่อของสารท (1 ปี มี 24 สารท) โดยคำว่า "เช็ง" หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และคำว่า "เม้ง" หมายถึง สว่าง เมื่อนำคำว่า "เช็งเม้ง" มารวมกันแล้วหมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์ 

            ทั้งนี้ วันเช็งเม้ง ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน เนื่องจากเป็นประเพณีไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ

วันเชงเม้ง
ภาพจาก Chaloemwut / Shutterstock.com


วันเช็งเม้ง

            สำหรับวันเช็งเม้งในประเทศจีนนั้น จะเริ่มต้นช่วงวันที่ 4-5 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 19-20 เมษายน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ที่อากาศจะเริ่มเข้าสู่ความอบอุ่น มีฝนตกปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใสสว่าง และด้วยบรรยายกาศดังกล่าวนี่เอง ที่เป็นที่มาของชื่อ "เช็งเม้ง"

            ขณะที่ประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง อยู่ในช่วงวันที่ 4-5 เมษายนของทุกปี และช่วงเวลาในเทศกาลเช็งเม้ง มี 7 วัน คือ ระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน โดยให้นับวันก่อนถึงเทศกาลเช็งเม้ง 3 วัน และเลยไปอีก 3 วัน

            แต่ในปัจจุบันเนื่องจากมีปัญหาการจราจร จึงทำให้มีการขยายช่วงเวลาเทศกาลเช็งเม้งในประเทศไทย ให้เร็วขึ้นอีก 3 สัปดาห์ คือ ช่วงระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-8 เมษายน ขณะที่ภาคใต้ อาทิ จังหวัดตรังจะจัดเทศกาลเช็งเม้ง เร็วกว่าที่อื่น 1 วัน คือ วันที่ 4 เมษายนของทุกปี

    
ความสำคัญวันเช็งเม้ง

            วันเช็งเม้ง ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน เนื่องจากเป็นประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วของชาวจีน โดยก่อนวันพิธีจะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ

            หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารหวานคาวที่หลุมฝังศพ เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ และเป็นการส่งอาหารให้ทุกปี เพื่อมิให้อดอยาก เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง คนจีนส่วนใหญ่จะหยุดงานมาร่วมพิธีกัน พร้อมหน้าพร้อมตา หรือถือว่าเป็นวันพบญาติของคนจีนก็ว่าได้

    
ประเพณีการทำความสะอาดฮวงซุ้ย

            เริ่มมาจากการที่พระเจ้าฮั่นเกาจู ปราบดาภิเษกและสถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นแล้ว เกิดระลึกถึงบุญคุณบิดา มารดาที่เสียชีวิตไปแล้วที่บ้านเกิด จึงเร่งรัดกลับบ้านเกิด แต่ทว่าป้ายชื่อของฮวงซุ้ยแต่ละที่เลือนรางเต็มทนจากสงคราม พระเจ้าฮั่นเกาจูจึงอธิษฐานต่อสวรรค์ด้วยการโปรยกระดาษสีขึ้นบนฟ้าแล้วให้ลมพัดปลิวไป ถ้ากระดาษตกที่ฮวงซุ้ยไหน ถือว่าเป็นฮวงซุ้ยของบิดา มารดาพระองค์ และเมื่อดูป้ายชื่อชัด ๆ แล้วก็พบว่า เป็นฮวงซุ้ยของบิดา มารดาพระองค์จริง ดังนั้น ประเพณีการทำความสะอาดฮวงซุ้ยและโปรยกระดาษสีบนหลุมศพก็เริ่มมาจากตรงนี้เอง


วันเชงเม้ง


ประเพณีปฏิบัติในวันเช็งเม้ง

            1. การทำความสะอาดสุสาน

            ลงสีที่ป้ายชื่อให้ดูใหม่ โดยคนตายแล้วลงสีเขียว หรือสีทองขลิบเขียว ขณะที่ป้ายชื่อคนเป็นให้ลงสีแดง แต่ทั้งนี้ ห้ามถอนหญ้า เพราะอาจกระทบตำแหน่งห้าม เช่น ทิศอสูร ทิศแตกสลาย ทิศดาวเบญจภูติ เป็นต้น

            สำหรับการตกแต่งสุสานนั้น อาจใช้กระดาษม้วนสายรุ้ง โดยสุสานคนเป็น ให้ใช้สายรุ้งสีแดง ส่วนสุสานคนตาย สามารถใช้สายรุ้งสีอะไรก็ได้ แต่ห้ามห้ามปักธงลงบนหลังเต่า เพราะถือว่า เป็นการทิ่มแทงหลุม และบางความเชื่อ ถือว่า เป็นการทำให้หลังคาบ้านของบรรพบุรุษรั่ว

            2. กราบไหว้ เจ้าที่ เป็นการให้เกียรติ และขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองดูแล

            การจัดวางของไหว้ (เรียงลำดับจากป้าย)

            - เทียน 1 คู่ + ธูป 5 ดอก ( อาจปักลงบนฟักได้ )

            - ชา 5 ถ้วย

            - เหล้า 5 ถ้วย

            - ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้ (ควรงดเนื้อหมู เพราะเคยมีปรากฎว่า เจ้าที่เป็นอิสลาม)

            - กระดาษเงิน กระดาษทอง
  
            กราบไหว้ ระลึกถึงพระคุณ ของพ่อแม่ บรรพบุรุษ

            การจัดวางของไหว้

            - ชา 3 ถ้วย

            - เหล้า 3 ถ้วย

            - ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้ (ของไหว้ ตามความเชื่อประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็น ขนมถ้วยฟู)

            - กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ

            - เทียน 1 คู่ + ธูป ตามจำนวนบรรพบุรุษ ท่านละ 1 ดอก

หมายเหตุ

            ห้ามวางของตรงแท่นหน้า เจีี๊ยะปี ( ป้ายหิน ที่จารึกชื่อ บรรพบุรุษ ) เพราะเป็นที่เข้าออกของวิญญาณบรรพบุรุษ ไม่ใช่เก้าอี้นั่ง อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด


            อาหารที่ใช้ในการประกอบพิธีเช็งเม้ง  มีรายละเอียด ดังนี้

            1. ไก่ต้ม 1 ตัว

            2. หมูสามชั้น ต้ม 1 ชิ้น (โดยประมาณขนาด 1/2 กิโลกรัมขึ้นไป)           

            3. เส้นบะหมี่สด

            4. ขนม 3 อย่าง คือ เต่เหลี่ยว ข้าวเหนียวกวน ขนมเต่า (ขนมกู้)

            5. ขนมถ้วยฟู (ฮวดโก้ย)

            6. สับปะรด 2 ลูก (ใช้ทั้งก้านและหัวจุก)
   
            7. น้ำชา

            8. ธูปเทียน, กระดาษเงิน, กระดาษทอง, ประทัด


วันเช็งเม้ง

    
การทำพิธีเช็งเม้ง

            ให้ผู้อาวุโส เป็นผู้นำกราบไหว้ และเมื่อเทียนใกล้หมดก้านก็ให้ลูกหลานตีวงล้อมด้วยหวาย เผา กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ เป็นการกำหนดขอบเขตว่า สิ่งเหล่านี้ลูกหลานส่งให้บรรพบุรุษของครอบครัวนั้น ๆ เป็นการเฉพาะ เพื่อป้องกันการแย่งชิง ( ผู้ตีวงล้อม ต้องเป็นลูกหลานเท่านั้น )

            ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว บางครอบครัวอาจจะมานั่งล้อมวงทานอาหารกันต่อ เพื่อแสดงความสมานสามัคคีแก่ บรรพบุรุษ


ประโยชน์ของการไป ไหว้บรรพบุรุษ วันเช็งเม้ง

            1. เพื่อรำลึกถึงคุณความดี ที่บรรพบุรุษของเราได้กระทำไว้ ได้ดูแลเรา ลำบากเพื่ื่อเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดี เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต "เราสบาย เพราะพ่อแม่ บรรพบุรุษลำบาก"

            2. เป็นศูนย์รวมตระกูล ผังตระกูล โดยทั่วไป การไหว้ที่ดีที่สุด ต้องนัดหมายไปไหว้พร้อมกัน (วันและเวลาเดียวกัน) ทำให้ลูกหลานที่อยู่กระจายกันไป ได้มาพบปะ สังสรรค์กันพร้อมหน้า เป็นการสร้างความสามัคคี สร้างจุดศูนย์รวม กล่าวได้ว่าเป็น "วันรวมญาติ"

            3. เป็นกรอบถนนชีวิตของลูกหลานทุกคน "พ่อแม่ตายแล้ว ยังกำหนดชะตาชีวิตลูกหลาน" เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เน้นความกตัญญูที่มีต่อบุพการีและลูกหลานควรปฏิบัติตาม

            4. เป็นการเตือนสติตน ความตายต้องเกิดขึ้นกับทุกคน และเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน
 
            อย่างไรก็ดี แม้ว่าปัจจุบันรูปแบบการไหว้วันเช็งเม้งของชาวจีนในแต่ละพื้นที่ จะต่างกันออกไป แต่เชื่อว่า ความหมายของ "วันเช็งเม้ง" ยังคงเรื่องของการรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างตระหนักรู้แก่ลูกหลานรุ่นหลังให้เห็นประวัติและคุณงามความดีของบรรพบุรุษที่ทำให้ลูกหลานมีชีวิตที่ดีเช่นทุกวันนี้

    
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, psu.ac.th








วันเช็งเม้ง 2560 ตรงกับวันที่ 4 เม.ย. โพสต์เมื่อ 14 สิงหาคม 2557 เวลา 08:20:25 80,700 อ่าน แสดงความคิดเห็น