
ประวัติ หลวงพ่อพิมพ์ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
หลวงพ่อพิมพ์ หรือ หลวงปู่พิมพ์ ละสังขาร กลายเป็นข่าวดังไปทั่ว อ่านประวัติ หลวงพ่อพิมพ์ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน กับสาเหตุที่ประกาศละสังขาร ท่ามกลางการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานาของผู้คนในสังคม
ฮือฮาไม่น้อยกับการประกาศละสังขารของ หลวงพ่อพิมพ์ หรือ พระครูเวฬุวันจันทะรังสี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน หมู่ 4 บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ระบุว่าจะเข้าไปนอนในโลงศพในวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 21.00 น. และห้ามเปิดโลงอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะถึงวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่จะให้แพทย์เข้ามาชันสูตรศพได้
แน่นอนว่าเมื่อข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้และทำบุญที่วัด ขณะที่สำนักพุทธฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างไม่สบายใจ เพราะมองว่าการที่หลวงพ่อพิมพ์ประกาศละสังขารล่วงหน้าไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย ทำให้ในที่สุดแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังวัดเวฬุวันเพื่อเปิดโลง และนำตัวหลวงพ่อพิมพ์ที่มีอาการอ่อนล้าอย่างมากส่งไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป
สำหรับ หลวงพ่อพิมพ์ หรือ หลวงปู่พิมพ์ มีชื่อว่า หลวงปู่ธนวัฒน์ สิริพิมโพ เกิดเมื่อปี 2492 ปัจจุบันอายุ 65 ปี ท่านเล่าว่าเดิมทีเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นย้ายมาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด สมัยหนุ่ม ๆ ได้เดินทางไปทำงานเป็นคนขับรถเทรลเลอร์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียนานกว่า 13 ปี ซึ่งระหว่างนั้นก็มีความสนใจและเลื่อมใสในหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ทำให้เมื่อเดินทางกลับเมืองไทยเมื่อปี 2536 จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดอนงคารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
หลวงพ่อพิมพ์ ศึกษาพระธรรมอยู่ที่วัดอนงคารามวรวิหารเป็นเวลาราว 1 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ จนในปี 2541 หลวงพ่อพิมพ์ เดินมาทางถึงบ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ จึงได้สร้างวัดป่าเวฬุวันขึ้นและดำรงอยู่มาจวบจนปัจจุบัน
สำหรับเรื่องที่ หลวงพ่อพิมพ์ ประกาศว่าจะละสังขารในคืนวันที่ 9 กันยายน 2557 นั้น ท่านเล่าว่า เมื่อปี 2538 ท่านได้เห็นและรู้วันเวลามรณภาพของตัวเองแล้ว จึงบอกลูกศิษย์คนใกล้ชิดไว้ว่าให้มองความตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องเสียใจ เพราะได้ใช้ชีวิตในชาติหนึ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว คนเราเกิดมาตัวเปล่าก็ต้องไปด้วยตัวเปล่าเช่นกัน
พร้อมกันนี้ หลวงพ่อพิมพ์ ยังได้สั่งเสียให้ลูกศิษย์ยึดถือรักษาศีลตามที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ อย่าสร้างวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ กำแพงวัด ประตูวัด เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุนอกกายที่ไม่มีความจำเป็นกับการรักษาศีล ปฏิบัติธรรม ที่สำคัญคือฝึกการมีสติ ใช้สติให้เกิดปัญญาด้วย
การประกาศละสังขารล่วงหน้าของหลวงพ่อพิมพ์ได้ทำให้พุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาแห่แหนกันไปกราบลาหลวงพ่อพิมพ์กันเป็นจำนวนมาก พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือวัด อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตั้งข้อสงสัยในกรณีดังกล่าว ดังเช่น มหาเถรสมาคมที่ระบุว่าในอดีตเชื่อว่ามีพระเถระนักปฏิบัติสามารถทราบถึงวันมรณภาพของตนเองได้ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกให้ผู้ใดทราบก็ได้
เช่นเดียวกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่หลวงพ่อพิมพ์กระทำนั้นเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่ ขณะที่แพทยสภาก็มองว่า การเข้าไปนอนภาวนาในโลงที่มีลักษณะปิดแน่นเช่นนี้ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าการที่ต้องเข้าไปอยู่ในโลงปิดแน่นที่ไม่มีอากาศ ไม่มีน้ำ และไม่มีอาหารนั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องเสียชีวิต และบุคคลแวดล้อมที่ทราบว่าหลวงพ่อพิมพ์จะเข้าไปนอนในโลงปิดแน่นหากไม่คิดเข้าไปช่วยเหลือก็ถือว่ามีความผิดทางอาญาด้วย
ด้วยเหตุนี้ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2557 นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และนายประพันธ์ ตั้นวัฒนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ ได้ประสานให้เจ้าคณะปกครองสงฆ์ระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร นำกำลังกว่า 50 นาย เข้าไปเจรจากับคณะกรรมการวัดเวฬุวันอีกครั้ง เพื่อขอนำตัวหลวงพ่อพิมพ์ออกจากโลง ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่า หลวงพ่อพิมพ์ออกมานั่งเจริญภาวนาอยู่นอกโลงอยู่แล้ว ไม่ได้นอนอยู่ในโลงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้เกลี้ยกล่อมขอให้เลิกล้มความคิดในการละสังขาร ก่อนจะส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลต่อไป
ภายหลัง หลวงพ่อพิมพ์ กล่าวกับญาติโยมว่า จริง ๆ อาตมาได้มรณภาพไปแล้ว แต่เทวดายังไม่ยอมรับจิตวิญญาณที่ล่องลอยออกจากร่าง จึงคืนวิญญาณให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง แล้วเข้ากรรมฐานวิปัสสนาจนขณะนี้ ทั้งนี้ได้มีการเข้าฌานเพื่อถอดจิต จึงได้รับรู้ว่าจะได้ต่ออายุขัยให้คงอยู่อีก 15 ปี จนอายุครบ 80 ปีพอดี ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้หลอกใคร
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสสังคมในวงกว้างและทำให้ผู้คนจับกลุ่มแสดงความคิดเห็นกันไม่น้อย ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่เชื่อและฝ่ายที่ไม่เชื่อ

(ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : ข่าวสด)


(ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : ข่าวสด)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








