
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังไม่ฟันสรุป พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ปาราชิกหรือไม่ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการศาสนาพิจารณารายละเอียดใหม่อีกครั้ง
ตามที่มีการเผยแพร่ลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งมีพระลิขิตลงวันที่ 26 เมษายน 2542 นั้น ชี้ชัดว่า พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย นั้นเป็นปาราชิกขาดจากความเป็นภิกษุ เนื่องจากการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้น ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันในขณะนี้ว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เป็นปาราชิก ขาดจากความเป็นสงฆ์ หรือไม่
ล่าสุด วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยกับทีมข่าวศิลปวัฒนธรรมสำนักข่าวไทย อสมท ว่า เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรรมาธิการศาสนา สปช. ได้เชิญให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าไปชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยตนได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เป็นปาราชิก ขาดจากความเป็นสงฆ์ ตามลิขิตของสมเด็จพระสังราชฯ หรือไม่ เนื่องจากมีเอกสารบางส่วนที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ประกอบกับข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ 2542 และในส่วนของคณะกรรมการผู้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับพระลิขิตดังกล่าว ก็พบว่าบางรายได้เกษียณอายุราชการและเสียชีวิตไปแล้ว
ขณะเดียวกันสำนักงานพระพุทธศาสนาต้องใช้เวลาในการสืบค้นหาข้อมูล เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนและถูกต้อง พร้อมกับสืบค้นมติมหาเถระสมาคมเมื่อ 16 ปีก่อนด้วยว่า มีมติอย่างไรหลังจากมีพระลิขิตดังกล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อว่า เบื้องต้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นำข้อมูลทั้งหมดที่มียื่นให้กับคณะกรรมาธิการศาสนาไปพิจารณารายละเอียดใหม่อีกครั้งแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลงพระลิขิตเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 ที่มีใจความสำคัญ 2 ประการ คือ
- ต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกับผู้ที่ไม่ใช่พระปลอม แต่เป็นพระด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา
- ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก dmc.tv, ทวิตเตอร์ @TNAMCOT
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






