
พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด เผยมี 5 กลุ่มคลื่อนไหวต่อต้าน เหตุยังไม่เกิดสังคมยังไม่เห็นรัฐจึงต้องใช้มาตรา 44 คุม ชี้ข้อเสนอเพื่อไทยนำกลุ่มขัดแย้งเซ็นเอ็มโอยูไม่มีประเทศไหนทำ ลั่นทุกฝ่ายต้องเคารพกติกาบ้านเมือง
วันที่ 8 เมษายน 2558 พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าฝ่ายความมั่นคงได้รายงานว่ายังมีสถานการณ์ไม่เป็นที่วางใจจาก 5 กลุ่มที่จ้องปั่นป่วน ว่า สังคมอาจจะมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวของ 5 กลุ่มที่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่าเป็นภัยต่อบ้านเมือง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อดูแลความสงบ เพราะยังไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี จากที่ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกบุคคลกลุ่มต่าง ๆ เข้ามาพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเมืองที่เสียผลประโยชน์ ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิรูปประเทศ รวมไปถึงกลุ่มที่สร้างสถานการณ์อันเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศ ไม่สามารถวางใจได้รัฐบาลจึงไม่สามารถปล่อยปะละเลยได้
ส่วนกรณีอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยเสนอให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งมาเซ็นเอ็มโอยูเพื่อยุติปัญหานั้น ตนมองว่าที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงานใดที่จะต้องมาเซ็นเอ็มโอยู การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเคารพกติกาและเข้าใจในสถานการณ์ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้อยู่บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงได้นำเรื่องต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการ แต่ที่ผ่านมาเป็นไปได้ว่ามีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งรู้สึกเสียประโยชน์ หรือร้อนตัวว่าเคยทำอะไรมา จึงเกิดอาการต่อต้าน
ทั้งนี้การทำเอ็มโอยูมันเกิดประโยชน์หรือถ้าทำแล้วจะทำได้จริงหรือเปล่า ส่วนข้อตกลงในเอ็มโอยู จะมีอะไรบ้าง ซึ่งถ้ามีการเซ็นเอ็มโอยูเกิดขึ้น ต่อไปนี้จะกลายเป็นว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ต้องมาเซ็นเอ็มโอยูกับคนในประเทศ มีประเทศไหนเขาทำบ้าง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
