x close

พ่อแม่ใช้เทคโนโลยี แช่แข็งร่างลูกสาว หวังสักวันการแพทย์จะทำให้เธอฟื้น


น้องไอนส์


           เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2558 เว็บไซต์ เดลิเมล รายงานว่า ด.ญ.เมธรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ หรือ น้องไอนส์ เด็กน้อยอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากอาการเนื้องอกในสมองนั้น ถูกนำร่างไปแช่แข็งไว้ เพื่อหวังว่าสักวันที่การแพทย์ก้าวหน้ากว่านี้ แพทย์จะสามารถปลุกเธอขึ้นมาได้ และทำให้น้องไอนส์ เป็นคนที่อายุน้อยที่สุด ที่เคยมีการแช่แข็งร่างกายเอาไว้

            เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 น้องไอนส์เองไม่ได้ตื่นนอนในตอนเช้า จนถูกแอดมิทส่งเข้าโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะมาทราบว่าน้องไอนส์ มีเนื้องอกขนาด 11 เซนติเมตรอยู่บริเวณสมองด้านซ้าย ซึ่งแพทย์เผยว่า น้องไอนส์เป็นโรค ependymoblastoma โรคมะเร็งสมองที่หาได้ยากที่เกิดขึ้นกับคนอายุน้อย โรคนี้มีโอกาสรอดเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ และผู้ที่รอดสามารถอยู่ได้แค่ 5 ปี และน้องไอนส์ ก็อยู่ในสภาพโคม่า


น้องไอนส์


            หลังจากที่น้องไอนส์ต้องรักษาตัวในห้องไอซียูเป็นเวลานาน ต้องผ่านการผ่าตัดสมองถึง 12 ครั้ง รวมถึงการทำคีโมอีก 20 ครั้ง การฉายแสงอีก 20 ครั้ง จนกระทั่งน้องไอนส์ต้องสูญเสียสมองด้านซ้ายกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายซีกขวาเป็นอัมพาต จนกระทั่งวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558 น้องไอนส์ ก็ได้จากไปอย่างสงบ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ ตัดสินใจปิดเครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้น้องไอนส์หลับไปอย่างสบาย

            แต่การเสียชีวิตของน้องไอนส์ก็ไม่สูญเปล่า เมื่อทางครอบครัว ได้ตัดสินใจรักษาร่างกายของน้องไอนส์เอาไว้ โดยมูลนิธิอัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น จากแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ได้จัดการแช่แข็งสมองและร่างกายของน้องไอนส์เอาไว้ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อหวังว่าสักวัน เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า น้องไอนส์จะสามารถฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และนอกจากนี้ การแช่แข็งน้องไอนส์ อาจจะทำให้เกิดการศึกษาเกี่ยวกับโรคร้ายนี้ในอนาคตอีกด้วย


น้องไอนส์


            การเป็นสมาชิกของมูลนิธิอัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่นนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่าย 770 ดอลลาร์ต่อปี (24,000 บาท) และหากต้องการเก็บรักษาเส้นประสาท จะต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) หรือเสียค่าใช้จ่าย 200,000 ดอลลาร์ (6.4 ล้านบาท) สำหรับการเก็บรักษาทั้งร่างกาย

            ด้านคุณพ่อของน้องไอนส์ เผยว่า วิธีการแช่แข็งนี้ จะเปิดโอกาสให้น้องไอนส์ได้กลับมาหายใจอีกครั้ง เมื่อมีเทคโนโลยีที่พร้อมและเหมาะสมในการรักษาโรคของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น คุณหมอของน้องไอนส์ เผยว่า น้องไอนส์มีชีวิตรอดมาได้เพราะวิทยาการที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน น้องไอนส์เกิดจากการผสมเทียม เนื่องจากคุณแม่ของน้องเองได้สูญเสียมดลูกเมื่อให้กำเนิดลูกชาย ทางครอบครัวเองไม่อยากให้น้องไอนส์เสียชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ พวกเขาหวังว่า การเก็บรักษาเนื้อเยื่อของมะเร็งแบบนี้ จะทำให้พวกเขาสามารถหาวิธีบำบัดดีขึ้นในอนาคต  หรืออาจจะเป็นการรักษาก็เป็นได้

 เกาะติดข่าวน้องไอนส์ เด็กแช่แข็ง แบบอัพเดททั้งหมด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Matheryn Naovaratpong



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
พ่อแม่ใช้เทคโนโลยี แช่แข็งร่างลูกสาว หวังสักวันการแพทย์จะทำให้เธอฟื้น โพสต์เมื่อ 19 เมษายน 2558 เวลา 03:21:20 64,985 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP