
เพิ่งจะผ่านพ้นปี 2557 ไปได้ไม่นานในความรู้สึก แป๊บ ๆ ปี 2558 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปอีกปีแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจริง ๆ และเช่นเดียวกับทุก ๆ ปี กระปุกดอทคอมได้สรุป 10 ข่าวเด่นรอบโลกประจำปีนี้ให้ได้ทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งก็น่าสลดไม่น้อยเมื่อพบว่า ประเด็นข่าวเด่นรอบโลกประจำปีนี้เกี่ยวเนื่องกับ "ความสูญเสีย" ซะเป็นส่วนใหญ่ และนับเป็นอีกปีที่มีการก่อการร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
10 ประเด็นข่าวเด่นรอบโลกประจำปี 2558 จะมีประเด็นอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก AirAsia

ภาพประกอบจาก PRASETYO UTOMO / ANTARA / AFP
นับเป็นข่าวช็อกโลกรับปีใหม่ สำหรับโศกนาฏกรรมเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ที่เดินทางจากสนามบินสุราบายา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2557 พร้อมกับผู้โดยสาร-ลูกเรือรวม 162 ชีวิต โดยมีจุดหมายที่สนามบินชางงี สิงคโปร์ แต่แล้วเที่ยวบินนี้กลับไปไม่ถึงจุดหมาย เมื่อระหว่างการเดินทางเครื่องบินกลับขาดการติดต่อไปดื้อ ๆ ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าจะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ก่อนที่ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ทีมค้นหาก็ได้พบซากศพและซากชิ้นส่วนเครื่องบินลอยอยู่ในทะเลชวา เป็นสิ่งยืนยันว่า QZ8501 ตกกลางทะเลจริง หลังจากพบศพ ปฏิบัติการกู้ศพและซากเครื่องบินก็เริ่มต้นขึ้นทันที เพียงไม่กี่วันก็สามารถกู้ศพขึ้นมาได้หลายสิบ และแตะ 100 ศพในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนกล่องดำที่จะไขปริศนาการตกของเครื่องบินก็ถูกพบเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม แน่นอนมันถูกส่งไปตรวจสอบทันทีหลังจากนั้น
เหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้ทำให้ช่วงเวลาปีใหม่ของหลาย ๆ คนกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกสลด และตลอดทั้งเดือนมกราคม 2558 สื่อทั่วโลกต่างเกาะติดปฏิบัติการกู้ศพและซากเครื่องบินจากทะเลชวา เรียกว่า 2558 เป็นปีที่เริ่มต้นขึ้นอย่างหดหู่ โดยเฉพาะกับญาติและเพื่อนฝูงของผู้เสียชีวิตบนเที่ยวบินนี้
ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ทีมสอบสวนเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความขัดข้องบนเครื่องบินเอง แต่เป็นความขัดข้องที่นักบินสามารถควบคุมแก้ไขได้ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นความผิดพลาดของนักบินเอง ที่ไม่สามารถรับมือกับความขัดข้องของระบบบนเครื่องบินได้ ส่งผลให้เครื่องดิ่งตกทะเลจนนำมาซึ่งการเสียชีวิตยกลำดังกล่าว

วิสามัญสองพี่น้องถล่มชาร์ลี เอ็บโด แล้ว | ภาพประกอบจาก GABRIELLE CHATELAIN / AFPTV / AFP

มือปืนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณออฟฟิศ นสพ.ชาร์ลี เอ็บโด | ภาพประกอบจาก ANNE GELBARD / AFP
แรงบันดาลใจของการก่อการร้ายในครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่ความโกรธเกลียดหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด ของสองพี่น้องโกวาชี เพราะหนังสือพิมพ์หัวนี้มักจะเขียนการ์ตูนล้อเลียนศาสนาอยู่เนือง ๆ และล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลามอย่างไม่เกรงกลัวอะไร
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นซ้ำ ข่มขวัญชาวปารีสอีกระลอก เมื่อคนร้ายรายหนึ่งซึ่งถูกระบุชื่อภายหลังว่า อาเมดี้ คูลิเบย์ ได้บุกเข้าไปจี้ตัวประกัน 15 รายที่ซูเปอร์มาร์เกตโคเชอร์เดลิ ในย่านแวงแซนส์ ทางตะวันออกของกรุงปารีส เหตุการณ์นี้ลงเอยที่นายอาเมดี้ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต และตำรวจสามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ อย่างไรก็ตามมีตัวประกันบางคนไม่โชคดีอย่างนั้น พวกเขาถูกยิงเสียชีวิต 4 ราย และ 5 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุสถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มได้เปิดเผยคลิปเสียงสนทนาระหว่างนักข่าวและนายอาเมดี้ พบว่าการก่อการร้ายของเขาและการก่อการร้ายของสองพี่น้องโกวาชีนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน อาเมดี้ระบุว่าเขาและสองพี่น้องโกวาชีนัดเวลากันลงมือ ฝ่ายหนึ่งไปที่ชาร์ลี เอ็บโด และฝ่ายหนึ่งไปที่ซูเปอร์มาร์เกต นอกจากนี้ทางสถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มก็ได้เปิดเผยคลิปเสียงระหว่างนักข่าวกับเชรีฟ โกวาชี ออกมาด้วย ระบุว่าเขาถูกส่งมาจากกลุ่มอัลกออิดะห์ในเยเมน พร้อมบอกว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแต่คือผู้ปกป้ององค์ศาสดา
ทั้งนี้ สองพี่น้องโกวาชีถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 ขณะที่กลุ่มอัลกออิดะห์เยเมนก็ได้ออกมาแถลงอยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายป่วนปารีส ตรงกับคำเปิดเผยของเชรีฟ โกวาชี โดยกลุ่มอัลกออิดะห์เยเมนได้เผยว่านี่เป็นการลงมือตามคำเตือนของโอซามา บิน ลาเดน อดีตหัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะห์ที่ถูกสังหาร ซึ่งเคยเตือนชาวตะวันตกว่าจะต้องได้รับผลตอบแทนจากการดูหมิ่นต่อความศรัทธาของชาวมุสลิม
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลกในช่วงนั้น เมื่อกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (IS) ได้จับตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 ราย ได้แก่ เคนจิ โกโตะ และ ฮารุนะ ยุคาวะ พร้อมเผยคลิปเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงิน 6 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 โดยขีดเส้นตายว่าหากรัฐบาลญี่ปุ่นไม่จ่ายค่าไถ่มาภายใน 72 ชั่วโมง (ภายในวันที่ 23 มกราคม) แล้วละก็ ตัวประกันทั้ง 2 รายจะถูกสังหารทันที
ในตอนนั้นผู้คนทั่วโลกต่างติดตามกันอย่างต่อเนื่องว่าญี่ปุ่นจะมีท่าทีอย่างไร ซึ่งก็ปรากฏว่ารัฐบาลญี่ปุ่นพยายามหาทางช่วยเหลือตัวประกันอย่างถึงที่สุด โดยการต่อสายตรงพูดคุยกับทางจอร์แดน ตุรกี และอียิปต์ แต่ทุกอย่างก็ไม่ทันกาล ในที่สุดกลุ่ม IS ก็ได้เผยคลิปวิดีโอตัดคอฮารุนะ ยุคาวะ ออกมา โดยมีนายเคนจิ โกโตะ เป็นผู้ถือศีรษะของเขา คลิปวิดีโอดังกล่าวยิ่งทำให้ญี่ปุ่นแค้นมากขึ้นไปอีก ต่อมาทางฝ่าย IS ก็ได้ยื่นข้อเสนอขอปล่อยตัวนางซาจิดา อัล-ริชาวี นักโทษประหารจากกลุ่มไอเอสที่จอร์แดนจับตัวไว้ เพื่อแลกกับการไว้ชีวิตนายเคนจิ โกโตะ ญี่ปุ่นจึงขอเจรจากับทางจอร์แดนเพื่อปล่อยตัวนักโทษที่ IS ร้องขอมารายนี้ แต่ที่สุดแล้วก็ไม่มีการแลกตัวประกันเกิดขึ้น
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง IS ก็เล่นบทโหดต่อเนื่องด้วยการเผยตัวประกันคนใหม่ นั่นคือ นายโมอัซ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินจอร์แดนที่ถูกจับตัวไปจากซีเรีย พร้อมกับข้อเสนอเดิมที่ว่าถ้าหากรัฐบาลจอร์แดนอยากให้ ISIS ปล่อยตัวนายโมอัซ ก็จะต้องปล่อยตัวนางซาจิดา อัล-ริชาวี หากจอร์แดนไม่ปล่อยตัวเธอ พวกเขาก็จะสังหารนายโมอัซทันที
การยื่นข้อเสนอดังกล่าวของ IS ดูเหมือนกับจะสร้างความบาดหมางระหว่างญี่ปุ่นและจอร์แดน ทำให้จอร์แดนอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ที่สุดแล้วการเจรจาทุกอย่างก็ล้มเหลว IS สังหารทั้งนายเคนจิ โกโตะ และนายโมอัซ อัล-คัสซัสเบห์ โดยใช้วิธีตัดศีรษะกับนายโกโตะ และใช้วิธีจับขังกรงเผาทั้งเป็นกับนายโมอัซ ก่อนที่ต่อมาคลิปวิดีโอการสังหารนายโมอัซจะกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เขาน่าจะถูกวางยาจนไม่มีสติรู้ตัวเมื่อถูกเผาทั้งเป็นในกรงมนุษย์นั้น
หลังจาก IS ได้สังหารนายโมอัซแล้ว จอร์แดนก็ไม่รีรอ ตอบโต้การสังหารโหดนี้ด้วยการประหารชีวิตนางซาจิดา อัล-ริชาวี ร่วมกับนายซิยาร์ด คาร์โบลี ผู้ก่อการร้ายจากกลุ่มอัลกออิดะห์อีกรายหนึ่ง

ภาพประกอบจาก PATRIK STOLLARZ / AFP

ภาพนักบิน จาก Lubitz Family

ซากเครื่องบิน ภาพจาก DENIS BOIS / GRIPMEDIA/AFPTV / AFP
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 เครื่องบินแอร์บัส 320 ของสายการบินเยอรมันวิงส์ เที่ยวบิน 4U9525 ประสบอุบัติเหตุตกที่เทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศส ขณะบินได้ครึ่งทางจากเมืองบาร์เซโลนาของสเปน ไปยังเมืองดูซเซลดอฟของเยอรมนี
หลังเกิดเหตุมีการสืบสวนสาเหตุการตกของเครื่องบินลำนี้ พบว่าสภาพอากาศขณะบินไม่เป็นอุปสรรคและเครื่องบินก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ก่อนที่ต่อมาทีมสืบสวนจะพบข้อมูลจากกล่องดำบันทึกเสียงที่ทำเอาช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่อมันเผยให้รู้ว่าช่วงเวลาก่อนเครื่องบินตกนั้นกัปตันได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่พอเขากลับมานักบินผู้ช่วยกลับล็อกประตู ไม่ยอมเปิดให้กัปตันเข้ามาภายในห้อง
จากนั้นทีมสืบสวนก็พุ่งเป้าไปที่นายอันเดรียส ลูบิตซ์ นักบินผู้ช่วยที่อยู่ในห้องนักบินเพียงคนเดียว ไม่ยอมให้กัปตันได้กลับเข้าห้องมาคุมเครื่องบิน และพบว่านายลูบิตซ์มีประวัติป่วยทางจิต เคยมีภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงจนทำให้ต้องหยุดพักการฝึกบินไปช่วงหนึ่ง และเคยซ้อมขับเครื่องบินลดระดับความสูงแบบผิดปกติหลายครั้ง กับเที่ยวบินหนึ่งซึ่งเดินทางจากเมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี ไปยังบาร์เซโลน่า สเปน ก่อนที่จะมาก่อเหตุจริงกับเครื่องบินมรณะลำนี้
นอกจากนี้ทีมสืบสวนยังพบว่าก่อนหน้าที่เขาจะบินเที่ยวบินดังกล่าว ลูบิตซ์ยังมีปัญหากับแฟนสาว ส่วนแฟนเก่าของลูบิตซ์เองก็ได้ออกมาเปิดเผยคำพูดของลูบิตซ์ที่เคยบอกกับเธอว่า สักวันหนึ่งเขาจะทำอะไรบางอย่างที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันทั้งระบบ และชื่อของเขาจะต้องเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โลกจะต้องจดจำเขา
จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทีมสืบสวนได้สรุปสาเหตุชัดว่า โศกนาฏกรรมเครื่องบินเยอรมันวิงส์ตกครั้งนี้เกิดขึ้นจากนักบินผู้ช่วยจงใจขับเครื่องบินตก

ภาพจาก AFP

ภาพจาก PRAKASH SINGH / AFP

ภาพจาก STR / AFP
ภัยพิบัติช็อกโลกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองลัมจังไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 34 กิโลเมตร ที่ความลึก 15 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรุนแรงมากพอจะทำให้สิ่งก่อสร้างจำนวนมากมายถล่มลงมาระเนระนาด กลายเป็นเศษอิฐเศษปูนที่กองทับร่างผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น ทำให้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ ประชาชนต้องเสียชีวิตกับภัยพิบัติครั้งนี้อย่างมากมาย ซ้ำร้ายธรรมชาติยังไม่มีคำว่าปรานี เมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายระลอกข้ามวันข้ามคืนจนทำให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลังถล่มเพิ่มอีก
หลังเกิดเหตุธารน้ำใจหลังไหลไปยังประเทศเนปาลอย่างมากมายมหาศาล เมื่อทั่วโลกช่วยกันบริจาคเงินและอุปกรณ์ยังชีพ ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกก็ไม่ได้นิ่งเฉย ส่งทีมแพทย์และทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ยังไม่รวมอาสาสมัครจากชาติต่าง ๆ ที่เต็มใจจะช่วยเหลือปฏิบัติการนี้อย่างไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เรียกว่าในสถานการณ์อันโหดร้าย ก็ยังเห็นมุมมองที่งดงามของเพื่อนร่วมโลก ไม่มีใครทิ้งให้เนปาลก้าวผ่านภัยพิบัติไปอย่างโดดเดี่ยว
เหตุการณ์ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2558 เมื่อทางการไทยได้ส่งตัวชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ จำนวน 109 คน ที่ลักลอบอพยพอย่างผิดกฎหมายจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน แต่อ้างตัวว่าเป็นชาวตุรกี กลับไปยังแผ่นดินจีนตามคำขอร้องของรัฐบาลจีน หลังจากพิสูจน์พบว่าทั้งหมดมีสัญชาติจีน
แต่แล้วหลังจากที่ทางการไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนแล้ว ชาวตุรกีจำนวนหนึ่งซึ่งสนับสนุนชาวอุยกูร์ที่อพยพจากจีน ได้เกิดความโกรธแค้นมาก พากันบุกเข้าไปในสถานกงสุลไทยประจำกรุงอิสตันบูลของตุรกี และระบายความเคียดแค้นด้วยการทำลายประตูและข้าวของภายในสำนักงานเสียหาย ลามไปถึงการทำลายร้านอาหารจีนในตุรกี ทำให้ทางการไทยต้องออกประกาศเตือนคนไทยในตุรกี รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังจะเดินทางไปตุรกี ให้ระวังตัวเพราะอาจเกิดเหตุร้ายจากความเคียดแค้นดังกล่าว
หลังจากประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมา สหภาพยุโรปและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลไทยว่า การส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับให้ประเทศจีนนั้น เป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลหลายข้อ ขอประณามไทยที่บังคับและเนรเทศชนกลุ่มน้อยอุยกูร์กว่า 100 คน ไปยังประเทศจีน เพราะกลุ่มผู้อพยพเหล่านั้นมีโอกาสถูกปฏิบัติด้วยความรุนแรงจากกระบวนการทางกฎหมายของจีน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนได้ออกมาแถลงตอบโต้การประณามของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า การออกมาประณามของทางการสหรัฐฯ นั้นบิดเบือนข้อเท็จจริง แสดงให้เห็นถึงทัศนะที่ไม่เป็นกลาง และอาจนำมาซึ่งการอพยพอย่างผิดกฎหมายต่อไปในอนาคตได้ ตอนนี้ทางการจีนกำลังพยายามจัดการกับการอพยพอย่างผิดกฎหมายอยู่ โดยร่วมมือกับทางการไทย และขอโต้แย้งสิ่งที่สหรัฐฯ พูด ขอให้หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงได้แล้ว


ภาพจาก New Horizons
พระเอกคนสำคัญที่ทำให้มนุษย์โลกได้ยลโฉมพลูโตกันแบบเต็ม ๆ ตา ก็คือยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ที่ได้ส่งยานลำนี้เดินทางจากโลกเมื่อปี 2549 และมันก็ลอยคว้างมุ่งหน้าไปยังดาวพลูโต โดยใช้เวลาถึง 9 ปี ในการเดินทางไปเฉียดพื้นผิวดาวที่ระยะห่างเพียง 12,500 กิโลเมตร
การเดินทางไปเยือนพลูโตครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 วันที่นิวฮอไรซันส์เข้าใกล้พลูโตมากที่สุด ผู้คนทุกประเทศต่างพากันติดตามการเดินทางของนิวฮอไรซันส์อย่างใจจดใจจ่อ
ในที่สุดนิวฮอไรซันส์ก็ได้เผยโฉมดาวเคราะห์แคระพลูโตให้โลกเห็น และพลูโตก็ทำเอาหลายคนตกหลุมรักไปตาม ๆ กัน เมื่อดาวเคราะห์แคระดวงนี้มีภูมิประเทศรูปหัวใจอยู่บนพื้นผิวดาวอย่างบังเอิญ เลยเกิดกระแสเรียกร้องอยู่เบา ๆ ว่าขอให้พลูโตกลับมาเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 เหมือนที่มันเคยเป็นได้หรือไม่
ปัจจุบันยานนิวฮอไรซันส์ยังคงส่งภาพถ่ายพลูโตกลับมายังโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวมันเองจะเคลื่อนที่ห่างจากพลูโตไปไกลโขแล้วก็ตาม เพราะมันยังส่งข้อมูลพลูโตกลับมาไม่หมด และนักวิทยาศาสตร์นาซาก็ยังคงอัพเดทเรื่องราวของพลูโตออกมาให้ชาวโลกได้ชมกันเรื่อย ๆ ซึ่งก็ยังมีผู้ติดตามอยู่เรื่อย ๆ ก็เรียกว่าปีนี้พลูโตเป็นดาวที่โดดเด่นที่สุดเลยทีเดียว
การประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ซาอุดีอาระเบียในปีนี้ นับว่าเป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดปีหนึ่ง เมื่อมาเกิดโศกนาฏกรรมในช่วงเวลาเดียวกันถึง 2 ครั้ง นั่นคือเหตุเครนยักษ์ถล่ม และเหตุผู้แสวงบุญเหยียบกันตายระนาว รวมกันแล้วมีผู้เสียชีวิตจาก 2 เหตุการณ์นี้ 800 กว่าศพ
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2558 เครนขนาดใหญ่ที่มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ประกอบพิธีฮัจญ์ เกิดถล่มลงมาหลังจากสภาพอากาศเลวร้าย ลมกรรโชกแรง และช่วงเวลาเกิดเหตุนั้น เป็นช่วงที่ศาสนิกชนกำลังไปรวมตัวกันเพื่อทำละหมาดพอดี เหตุการณ์นี้จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 107 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 230 ราย
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 ก็เกิดเหตุการณ์สลดซ้ำขึ้นอีกครั้ง ที่เมืองมีนา เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากนครเมกกะไปเพียง 5 กิโลเมตร เมื่อผู้แสวงบุญเกิดเหยียบกันตายขณะกำลังร่วมพิธีขว้างเสาหิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบพิธีฮัจญ์ เหตุชุลมุนครั้งนี้ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 717 ราย และบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 800 ราย

ภาพจาก FRANCOIS GUILLOT / AFP

ภาพจาก KENZO TRIBOUILLARD / AFP

ภาพจาก MATTHIEU ALEXANDRE / AFP
การกระจายตัวกันก่อเหตุดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ร้านอาหาร 3 แห่งในกรุงปารีส ก่อนที่จะมีการวางระเบิดนอกสนามกีฬาสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ซึ่งกำลังมีการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ก็มีการกราดยิงที่โรงละครบาตาคล็อง ซึ่งผู้คนมากมายกำลังชมคอนเสิร์ตร็อคจากวง Eagles of Death Metal อย่างเมามันภายในนั้น
สถานที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดก็คือที่โรงละครบาตาคล็อง รายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 100 รายที่นี่ โดยมือปืนได้เปิดฉากกราดยิงผู้คนในช่วงที่วงร็อค Eagles of Death Metal กำลังจะจบการแสดง เปลี่ยนความเมามันให้กลายเป็นความสยองขวัญราวกับในหนัง เมื่อผู้ที่ชมคอนเสิร์ตอยู่ในขณะนั้นต่างพากันหนีตายเอาตัวรอดออกมา หลายคนแกล้งนอนตายอยู่ที่พื้นจนรอดชีวิต
หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้าย IS ได้ออกมาประกาศตัวว่าอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ทีมสืบสวนค้นพบเช่นกัน ทำให้ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เผยว่านี่คือการประกาศสงคราม ดังนั้นฝรั่งเศสจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดและจะไม่ปรานีใด ๆ
หลังจากลั่นอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ปรานีใด ๆ กับกลุ่มก่อการร้าย IS ฝรั่งเศสก็เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกวาดล้าง IS ในซีเรียทันที โดยเปิดฉากแก้แค้นด้วยการทิ้งระเบิด 20 ลูก ใส่ศูนย์ฝึกกลุ่มก่อการร้าย คลังอาวุธ ศูนย์รับสมัครผู้ก่อการร้าย และศูนย์บัญชาการของเครือข่าย IS ในซีเรีย ก่อนที่จะปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเนื่องมานับตั้งแต่นั้น
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ามาแรงแซงประเด็นปฏิบัติการทำลายล้าง ISIS ในแถบซีเรียกันเลยทีเดียว เมื่อจู่ ๆ ตุรกีก็กระตุกหนวดเสือ ยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตก อ้างเครื่องบินรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า งานนี้เลยทำให้ความบาดหมางระหว่างรัสเซีย-ตุรกีก่อตัวขึ้น จนถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ยังคงอยู่ในภาวะมาคุ
เหตุการณ์ที่จุดชนวนความขัดแย้งกลาย ๆ ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 เมื่อเครื่องบินรบ F-16 ของตุรกีได้ยิงเครื่องบินรบ Su-24 ของรัสเซียตกบริเวณชายแดนตุรกี-ซีเรีย ส่งผลให้มีนักบินเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 1 รายรอด และหลังเกิดเหตุตุรกีได้เปิดเผยว่าเหตุผลที่ต้องยิงตกนั้นก็เพราะเครื่องบินรบรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า จึงทำไปตามกฎการปะทะ แต่การเปิดเผยดังกล่าวก็ทำให้รัสเซียเดือดไม่น้อย ออกโรงโต้กลับว่าเครื่องบินรบรัสเซียไม่ได้รุกล้ำน่านฟ้าของตุรกีเลย อยู่ภายในน่านฟ้าของซีเรียเท่านั้น พร้อมกับกล่าวหาว่าตุรกีจงใจยั่วยุรัสเซีย
ระหว่างนี้เองประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ก็พยายามอธิบายเหตุผลที่ต้องยิงเครื่องบินรบของรัสเซียว่า ตุรกีไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นคือเครื่องบินรบของรัสเซีย ไม่รู้เลยว่าเป็นเครื่องบินรบของใครแต่เห็นว่ารุกล้ำน่านฟ้าจึงยิงตก หากรู้ว่าเป็นเครื่องบินรบรัสเซียก็อาจใช้วิธีอื่นในการเตือน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยืนยันว่าตุรกีจะไม่ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทำถูกต้องแล้วตามกฎการปะทะ ฝ่ายที่รุกล้ำน่านฟ้าต่างหากที่จะต้องขอโทษ

เมื่อเป็นเช่นนั้นทางฝั่งประธานาธิบดีตุรกีเลยออกมาตอบโต้ทันที โดยปฏิเสธทุกอย่างและหาว่ารัสเซียเป็นเพียงผู้ให้ร้ายคนอื่นเท่านั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ระหว่างทั้งสองประเทศยิ่งตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิม จนถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ยังคงไม่ดีขึ้น และยังคงถูกจับตาจากคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว














