เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน สร้างภาพลักษณ์ ดึงคนดังรับเพียบ



เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน

เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน

         ทุกวันนี้จะเห็นว่ามีเวทีการมอบรางวัลให้กับบุคคลและเจ้าของสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ผุดขึ้นมามากมาย โดยมักจะมีการเชิญผู้ที่มีชื่อเสียง ดารา นักแสดง เข้าร่วมงานต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งมีหลาย ๆ งานที่มีชื่อรางวัลแปลกหู ไม่เป็นที่คุ้นเคย จัดงานโดยองค์กรที่ไม่คุ้นชื่อ และเชิญผู้หลักผู้ใหญ่มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ

         ล่าสุด  เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 มีรายงานข่าวจากทาง "เวิร์คพอยท์นิวส์" สถานีโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 เผยข้อมูลว่า มีผู้ประกอบการเจ้าของผลิตภัณฑ์ และเจ้าของธุรกิจหลายราย ได้รับแจ้งข้อมูลชักชวนให้เข้าร่วมการรับรางวัล “คุณค่าแห่งผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย” ในงาน Best Billion Business Award 2016 ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 ณ อินฟินิซิตี้ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
         ตรวจสอบพบว่า การจัดงานในครั้งนี้มีการระบุว่าจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์ประเทศไทยและ ชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก โดยอ้างว่ามอบให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาคุณภาพ นวัตกรรม และแผนการตลาดที่ดี มีคุณธรรม คิดดี ทำดี เพื่อเป็นกำลังใจในการมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า  แต่รายละเอียดในเอกสารเชิญชวน กลับมีการระบุผู้ที่ประสงค์ร่วมรับรางวัล จะต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายสนับสนุนงาน รายละตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท  

         โดยรางวัล VIP จำนวน 20 รางวัล ต้องจ่ายรายละ 1 แสนบาท จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ  สนับสนุนขึ้น VTR และโลโก้ภายในงาน พื้นที่ออกบูธ ถ่ายรูปใกล้ชิดกับประธาน ดารา เซเลบ และลงข่าวในหนังสือพิมพ์ธุรกิจ  

         ส่วนรางวัลทั่วไปจำนวน 200 รางวัล จ่ายเงินสนับสนุนรายละ 2 หมื่นบาท สิ่งที่ได้รับก็จะลดหลั่นกันไปจากรางวัล VIP โดยระบุว่าเงินสนับสนุนทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายในการจัดงานแล้ว จะนำไปช่วยเหลือผู้ขาดแคลนและขาดโอกาสในสังคม ผ่านชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรักต่อไป   

         รายงานข่าวแจ้งว่า ด้วยเงื่อนไขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่าการจัดงานมอบรางวัลครั้งนี้ เข้าข่ายธุรกิจซื้อ-ขายรางวัลหรือไม่  และองค์กรที่จัดงานดังกล่าวมีที่มาอย่างไร ? รายได้จากการจัดงานถูกนำไปใช้เพื่อการกุศลแค่ไหน

         เมื่อตรวจสอบในหน้าแฟนเพจของชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก ได้มีการระบุรายชื่อธุรกิจที่ได้รับรางวัล VIP 20 รางวัล พบว่ามีการโพสต์โชว์ภาพบุคคลมีชื่อเสียง รวมถึงดารา-นักแสดงที่ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เช่น  ดร.บุ๋ม ปนัดดา,​ ขวัญ อุษามณี, ชโลมจิตร จันทร์เกตุ และแบรนด์สินค้าด้านความงามอื่น ๆ

         จากกรณีที่เกิดขึ้น นายสาโรจน์ ดาราฉาย นายกสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์ประเทศไทย นัดให้สัมภาษณ์นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์นิวส์ ที่วัดยานนาวา อันเป็นสถานที่ตั้งของสมาคม

         ทั้งนี้ นายสาโรจน์ ระบุว่า สมาคมได้จดทะเบียนมาประมาณ 15 ปี แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีความเคลื่อนไหวด้านกิจกรรมใด ๆ  มีเพียงสมาคมส่งเสริมความเจริญของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานเดียวกันที่ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับวัดยานนาวาเท่านั้น แต่มาระยะหลังได้รู้จักกับ "นายวิรัช" เจ้าของบริษัทออร์แกไนเซอร์ ในนาม “ANUSORN GROUP ORGANIZE” ซึ่งได้รับการชักชวนให้มาร่วมจัดงานมอบรางวัลต่าง ๆ โดยนายวิรัช ได้ขอใช้ชื่อของสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์ประเทศไทย เป็นผู้จัดงาน ส่วนการดำเนินการต่าง ๆ ทุกอย่าง รวมทั้งรายละเอียดงาน และการคัดเลือกผู้เข้ารับรางวัลเป็นเรื่องที่ออร์แกไนเซอร์รายดังกล่าว บริหารจัดการทั้งหมด

         นายสาโรจน์  ยืนยันด้วยว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่มีการเรียกรับเงินจากผู้ได้รับรางวัล ส่วนสาเหตุที่ยินยอมให้ใช้ชื่อสมาคม เป็นเพราะต้องการให้สมาคมเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี มีภาพการนำรายได้ไปจัดซื้อของใช้จำเป็นมอบให้กับเด็กยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร  โดยในปีนี้ได้ใช้ชื่อสมาคมจัดงานมอบรางวัล 2 งาน คืองานมอบรางวัลสยามไอยรา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 ณ หอประชุมกองทัพบก และอีกงานคือ รางวัล “คุณค่าแห่งผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย” ที่กำลังจะจัดวันที่ 17 กันยายนนี้  

         “ยอมรับว่างานมอบรางวัลสยามไอยรา ทางสมาคมฯ ได้โควต้าส่งกรรมการสมาคมส่วนหนึ่งเข้ารับรางวัลด้วย” นายสาโรจน์ กล่าว

         นอกจากนั้น ผลการตรวจสอบพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจาก 2 งานที่จัดขึ้นในปีนี้แล้ว ยังมีการใช้ชื่อสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย มอบรางวัลมาลัยสยาม เมื่อปี 2558  

         ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริษัท “ANUSORN GROUP ORGANIZE” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านลาดพร้าว 112 ในลาดพร้าว 112 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ  เพื่อพูดคุยกับนายวิรัช  เจ้าของ ANUSORN GROUP ORGANIZE

         ด้านนายวิรัชยินดีชี้แจงกับทีมงาน แต่ไม่ขอให้บันทึกภาพ โดยอธิบายว่าการจัดงานมอบรางวัลให้กับบุคคลและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น ได้จัดงานมอบรางวัลในเวทีต่าง ๆ มาแล้วประมาณ 3 ปี หลัก ๆ คือรางวัลคุณค่าแห่งบุคคลกินรีทอง, รางวัลสยามไอยรา และรางวัล Best Billion Business Award  เป้าหมายก็เพื่อหารายได้จากการจัดงานไปมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส รวมทั้งซื้อของใช้จำเป็นบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ขาดแคลน และบริจาคทำบุญให้กับวัดที่ขาดแคลนปัจจัย ส่วนงานมอบรางวัล “คุณค่าแห่งผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย” ที่จัดขึ้นวันที่ 17 กันยายนนี้ ก็จะหารายได้ช่วยเหลือโครงการปริยัติธรรม ให้กับวัดยานนาวา และบางส่วนก็นำไปช่วยเหลือเด็กยากไร้ผ่านโครงการชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก ซึ่งชมรมนี้ดำเนินการโดยนายวิรัช เป็นผู้จัดตั้งเอง

เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน

          “ยอมรับว่ามีเงื่อนไขเชิญชวนผู้รับรางวัลให้สนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายจริง แต่ถามว่าได้รับตามนั้นจริง ๆ มั้ย บอกได้เลยว่าไม่ได้รับตามนั้นทั้งหมด อย่างดารา-นักแสดง ก็มอบรางวัลให้ฟรี ๆ หรือบางรายอยากรับรางวัลแต่ไม่มีเงินให้ ถ้าเราเห็นว่าคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ก็มอบให้ฟรี ๆ อย่างงานนี้เดิมทีรางวัลทั่วไป 200 รางวัล ตอนนี้ลดลงเหลือ 100 รางวัลแล้ว เพราะงานจัดช่วงเย็น เกรงจะมอบไม่ทันทั้งหมด งานนี้ที่จ่ายเงินมามีไม่ถึงครึ่ง เบ็ดเสร็จแล้วคงได้ไม่ถึง 1 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายประมาณ 6-7 แสนบาท เงินเหลือสัก 2-3 แสนบาทก็เอาไปทำบุญหมด ไม่ได้เข้ากระเป๋าตัวเองแน่นอน” นายวิรัช กล่าว

         เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์ในคัดเลือกผู้รับรางวัล ใช้หลักเกณฑ์ใดเป็นตัววัด นายวิรัชระบุว่า ถ้าเป็นบุคคลก็จะมีองค์กร หรือหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลนั้น ๆ เสนอชื่อมา ก็จะมาคัดเลือกอีกทีโดยดูประวัติคร่าว ๆ แต่ยอมรับว่าไม่สามารถตรวจสอบได้ละเอียดทั้งหมด อย่างรางวัลกินรีทองก็ขอสนับสนุนเงินจากผู้รับรางวัลรายละ 3,000 บาท บางรายก็ให้ บางรายก็ไม่ได้ให้ แต่ก็มอบรางวัลให้ทุกคน บางรายเดินมาขอรางวัลกันหน้างานเลยก็มี เพราะอยากถ่ายรูปกับประธานมอบรางวัล ก็มอบให้ไป

         เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน - สร้างภาพลักษณ์ ดึงคนดังรับเพียบ

         นอกจากนั้นนายวิรัชยังชี้ให้ทีมงานดูกล่องที่วางเรียงรายอยู่ภายในออฟฟิศ และบอกว่าในกล่องดังกล่าวคือโล่รางวัลกินรีทองที่ยังมอบให้ไม่ครบทุกคน เพราะยังมีหลาย ๆ คนมาขอเพิ่มเติมทีหลัง ก็จะส่งตามไปให้

         “ส่วนรางวัล Best Billion Business Award เบื้องต้นเราดูก่อนอันดับแรกว่าสินค้ามีเลขจดแจ้ง อ.ย. หรือไม่ ? โฆษณาเกินจริงมากน้อยแค่ไหน ? เบื้องต้นยอมรับว่าคงดูได้เพียงเท่านี้ ไม่ได้มีหลักเกณฑ์เชิงลึกมากมาย เพราะไม่รู้ว่าจะตรวจสอบได้ยังไงทั้งหมด”
นายวิรัช เผย

         เมื่อถามว่าแบบนี้ดูเหมือนการใช้เงินซื้อรางวัลหรือไม่ แล้วคุณค่าของรางวัลจะมีความหมายอย่างไร ? นายวิรัชกล่าวว่า “เป้าหมายจริง ๆ คืออยากหาเงินไปทำบุญ ยอมรับว่านี่คือธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ก็ยินดีจ่ายเงินเพื่อต้องการรางวัลไปสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ แต่หากจู่ ๆ จะชักชวนคนมาบริจาคเงินโดยที่ไม่มอบอะไรให้เลย ใครจะมาบริจาค”

เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน - สร้างภาพลักษณ์ ดึงคนดังรับเพียบ

         ส่วนข้อครหาว่าตนเองจะหารายได้เข้ากระเป๋าจากเงินส่วนนี้ นายวิรัชยืนยัน พร้อมแสดงหลักฐานรายรับ-รายจ่าย เพราะบางงานก็ขาดทุนด้วยซ้ำไป รายจ่ายมีมากมาย ทั้งค่าสถานที่ ค่าจัดทำรางวัล แม้แต่ประธานที่เชิญมามอบรางวัลยังต้องมีค่าใช้จ่ายให้ สื่อบางสำนักที่มาร่วมทำข่าวโปรโมทงานก็ต้องมีค่ารถ ค่าน้ำมันให้ โดยนายวิรัชยืนยันว่ารายได้หลักของตนเองนั้นมาจากงานเอเจนซี่ และงานออร์แกไนเซอร์อื่น ๆ ที่มีคนจ้าง

         ด้าน “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หนึ่งในผู้มีรายชื่อรับมอบรางวัล Best Billion Business Award 2016 ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ว่า ตนเองได้รับเชิญไปรับรางวัลดังกล่าวจากทางผู้จัดงาน ในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์หนึ่ง แต่ไม่ได้จ่ายเงินในการรับรางวัลแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมาก็มีหลายเวทีเชิญไปรับรางวัลต่าง ๆ ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานองค์กรความดี ทำงานให้สังคม โดยเธอเองยอมรับว่าปัจจุบันนี้งานมอบรางวัลหลาย ๆ งานทำกันเป็นธุรกิจไปแล้ว และมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อได้รับรางวัลจะเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่มีชื่อเสียง แต่ต้องการรางวัลมาเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับตนเองหรือผลิตภัณฑ์ก็จะยอมจ่ายเงิน เพราะบางคนเขาก็มองว่าเขายอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับเกียรติทางสังคม หรือประโยชน์ทางการตลาด ส่วนบุคคลที่มีชื่อเสียง บรรดาเซเลบ หรือศิลปินดารา นักแสดง ทางผู้จัดงานจะเชิญมาเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงาน ผู้ที่มารับรางวัลทั่วไปก็จะได้โอกาสถ่ายรูปกับคนดัง และยังสามารถดึงดูดความสนใจให้กับสื่อมวลชนได้ติดตามมาทำข่าวได้อีกด้วย

เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน - สร้างภาพลักษณ์ ดึงคนดังรับเพียบ

         “บุ๋ม เองเขาเชิญไปรับรางวัล ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็ไปรับถือเป็นเกียรติประวัติ แต่ถ้าต้องจ่ายเงินไปซื้อรางวัลแบบนี้ไม่เอาหรอกค่ะ แค่เตรียมชุด เตรียมเสื้อผ้า แต่งหน้า ทำผมไปออกงานก็มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว เรื่องแบบนี้บุ๋มไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะคนอื่น ๆ ที่เขาอยากได้รางวัลเขาก็เต็มใจจ่ายเงินเอง เรื่องนี้ก็เป็นวิธีการทำธุรกิจประเภทหนึ่งของออร์แกไนเซอร์ไปแล้ว”

         “รางวัลก็ถือเป็นแค่สิ่งหนึ่งเท่านั้นเองที่บอกว่าเขาเห็นคุณค่าในตัวเรา แต่สิ่งสำคัญคือตัวเราพิสูจน์ตัวเองได้ไหมว่าเราทำตัวเองดีให้เหมาะกับรางวัลมากแค่ไหน” บุ๋ม ปนัดดา กล่าวทิ้งท้าย



ข้อมูลจาก : Workpoint News ข่าวเวิร์คพอยท์

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดปมธุรกิจขายรางวัล จ่ายยันหลักแสน สร้างภาพลักษณ์ ดึงคนดังรับเพียบ อัปเดตล่าสุด 19 กันยายน 2559 เวลา 13:40:22 35,747 อ่าน
TOP
x close