สั่งปรับขั้นสูงสุดโรงงานราชบุรีเอทานอล เป็นเงิน 4 แสน-ปรับปรุงโรงงานภายใน 30 วัน หลังปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลองทำกระเบนราหูตาย
จากกรณีที่มีผู้แชร์ภาพซากกระเบนราหูลอยอืดตายในแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งชาวบ้านคาดว่าเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานในละแวก เจ้าหน้าที่จึงรุดเข้าตรวจสอบที่บริเวณแม่น้ำแม่กลอง เบื้องต้นพบปลากระเบนลอยขึ้นมาตายจำนวนไม่ถึง 10 ตัว และตายมาแล้วประมาณ 4-5 วัน ด้านประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ชี้สาเหตุจากอุณหภูมิในน้ำเปลี่ยนเร็ว และค่าออกซิเจนต่ำ [อ่านข่าว : กระเบนราหูลอยตายในแม่น้ำแม่กลอง คาดค่าออกซิเจนในน้ำต่ำ-ปลาน็อก คลิก]
นายสุรพล ระบุอีกว่า การใช้สารไซยาไนน์ในอุตสาหกรรมนั้นจะใช้ในอุตสาหกรรมเหล็ก การชุบโลหะ การผลิตเมลามีน ซึ่งไม่ได้อยู่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถพบสารไซยาไนน์ในการบ่มเพาะงานเกษตรกรรม การใช้ยาฆ่าแมลง และยาปราบวัชพืช ได้เช่นกัน
ขณะที่ผลวิเคราะห์ซากกระเบนราหูของ รศ. สพ.ญ. นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าซากดังกล่าวมีสารไซยาไนน์ตกค้างอยู่ โรงงานราชบุรีเอทานอล ที่พบว่าน้ำกากส่าสุดท้าย แม้ผ่านการบำบัดแล้วยังมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เกิดรั่วไหลสู่คลองแฉลบและไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 4 แสนบาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขภายใน 30 วัน
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเสียในแม่น้ำแม่กลอง คลี่คลายจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
ภาพจาก thaipbs.or.th
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก