สาวถูกไฮโซดังพาตำรวจบุกฉกลูกถึงโรงเรียน ร่ำไห้ บอกเหมือนโดนกระชากหัวใจ


สาวถูกไฮโซดังพาตำรวจบุกฉกลูกถึงโรงเรียน ร่ำไห้...เหมือนโดนกระชากหัวใจ

          ฉาวสนั่น ! ไฮโซดังพาตำรวจบุกลักพาตัวลูกถึงโรงเรียน แม่สุดระทมไม่เจอลูกโพสต์ข้อความระบาย ทำแบบนี้คือการกระชากหัวใจออกไปจากอก ช้ำหนักถูกญาติสามีใส่ร้ายกล่าวหาว่าขายบริการ

          วันที่ 28 มีนาคม 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV รายงานว่า โลกออนไลน์ต่างแห่แชร์เรื่องราวจากเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ที่เขียนข้อความลงบนหน้าไทม์ไลน์กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวหนึ่ง สามีเป็นไฮโซค่ายรถดัง ได้เลิกรากับภรรยา และลูกได้อยู่ในความดูแลของฝ่ายหญิง แต่ยังสามารถให้ฝ่ายชายแวะมาหาลูกได้ แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์ที่เปรียบเสมือนกระชากหัวใจของคนเป็นแม่ เมื่อฝ่ายสามีนั้นได้ใช้อำนาจโดยมิชอบพาตำรวจเข้าไปลักพาตัวลูกถึงโรงเรียนเพื่อกดดันฝ่ายหญิง

          สำหรับข้อความทั้งหมด มีดังนี้

          "ตำรวจหรือรถโรงเรียนมารับเด็กกับไฮโซค่ายรถดัง ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบลักพาตัวเด็กจากโรงเรียนกดดันแม่เด็กที่มีอำนาจเต็มร้อย

          ฉาวค่ะฉาว ภาพจากพยานในเหตุการณ์ได้ส่งให้ควีน กับคำถามที่ว่าไฮโซพ่อเด็กที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม กล้ามใหญ่มากับตำรวจเพื่อรับลูกสาว ที่เขายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตรกลับบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากมารดานี่ผิดไหม ? คือตำรวจวังทองหลางคุณเกี่ยวอะไร ใบคำร้องจากศาลให้มารับเด็กก็ไม่มี แบบนี้ถือว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบได้หรือเปล่า

          ทำไมถึงอยู่ข้างกลุ่มคนที่หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาร้ายแรงติดต่อกันหลาย ๆ ปี จนฝั่งมารดาเสื่อมเสียเกียรติในฐานะมนุษย์และยังลักพาตัวลูกเขาไปอีก คดีอื่นในสถานีตำรวจไม่มีให้เล่นเหรอคะ ถึงมาเด๋อในคดีนี้ ?

          ความจริงคือวันที่ 23 มีนาคม 2560 พ่อมาบีบน้ำตาขอลูกไปกินข้าวด้วย แม่สงสารให้ไปไม่อยากให้ลูกคิดถึงพ่อผลคือ ส่งใบคำร้องจากศาล โกหกว่าแม่เคยค้าบริการ ขายตัวออนไลน์ ไม่มีคุณค่าพอในฐานะมารดา ทั้ง ๆ ที่ความจริงเป็นครูสอนทำขนมชื่อดัง และมีดีกรีถึงแชมป์โลกด้านขนมเค้ก ออกสื่อมากมาย ตอแ_ลกันทั้งบ้านนะคะ ปกติเรื่องผัวเมียไม่ยุ่ง แต่ถ้าถึงขนาดใช้อำนาจและฐานะอันสูงกว่า รังแกแม่เด็กและลักพาตัวน้องไป จนบัดนี้แม่ลูกยังไม่ได้เจอกัน และน้องก็ไม่ได้มาโรงเรียนติดกันหลายวันแล้ว ควีนคงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้"



          ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กของแม่เด็กก็พบว่า เธอได้โพสต์ข้อความระบายความอัดอั้นตันใจ โดยมีเนื้อหาดังนี้

          "ขอรับลูกไปทานข้าว 3 ชม. ถึงเวลาแม่ก็ไปรอรับ แต่สิ่งที่ได้รับคือรูปเอกสารพวกนี้ แล้วบอกไม่ต้องไปรับลูกแล้ว นี่เหรอคือสิ่งที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์เขาทำกัน การเชื่อใจ ไว้ใจ ไม่ได้มีค่าอะไรกับคนที่ไม่มีสำนึกความเป็นคน ตลอดเวลาเกือบ 5 ปี ที่อดทนประคับประคองชีวิตครอบครัวมาโดยไม่เคยได้รับความซื่อสัตย์จากคนที่รัก

          จนถึงวันหนึ่งที่หลักฐานมันมาอยู่ตรงหน้าคือ เด็กผู้หญิงที่อายุไล่เลี่ยกับลูกของเรา กับอีกคนที่กำลังอยู่ในท้องใกล้คลอดของผู้หญิงที่เคยเป็นพนักงานในบริษัทของสามี (ไม่ได้จดทะเบียน) สิ่งที่ทำได้คือพาลูกเดินออกมาโดยไม่มีแม้แต่คำถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ไม่มีคำถามอะไรเพราะการกระทำของเขามันคือคำตอบที่ชัดเจนพอแล้ว

          หลังจากย้ายออกมาก็พยายามใช้ชีวิตทำงานปกติไม่เคยแม้แต่พาดพิงให้เสียหาย ไม่เคยเรียกร้องเงินทองสักสลึงเดียว และไม่เคยกีดกันความรักจากพ่อที่เด็ก ๆ ควรจะได้รับ อยากเจอ อยากเอาไปเลี้ยงวันไหนตกลงกันได้ แต่สิ่งเดียวที่ขอคือให้ทุกอย่างมันจบ ต่างคนต่างมีชีวิตอย่าให้ญาติเขามาล้ำเส้น หยุดดูถูกเหยียดหยามกันสักที ซึ่งก็รับปากทุกครั้งแต่ไม่เคยทำได้

          แล้ววันหนึ่งการที่เรามองโลกในแง่ดีเกินไป ไว้ใจเชื่อใจคนคนหนึ่ง แม้ว่าจะถูกทรยศหักหลังมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทำให้เรารู้ว่า การที่ถูกกระชากหัวใจออกไปจากอกมันเป็นยังไง ไม่รู้ว่าจะมีแรงสู้ได้มากขนาดไหน ไม่รู้ว่าจะต้องเข้มแข็งเท่าไหร่ที่จะผ่านมันไปได้ แต่มันคือทางเลือกเดียวที่จะทำได้

          ขอบคุณที่เข้ามาเพื่อเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยที่สุดเชื่อว่าความจริงคือสิ่งไม่ตาย และเชื่อมาตลอดว่า การคิดดี ทำดี พูดดี จะเป็นเกราะปกป้องตัวเราในสักวันหนึ่ง



          และล่าสุด คุณมัลลิกา เรียนรู้ แม่ของเด็กคนดังกล่าว ได้เปิดเผยผ่านรายการว่า ตนเคยได้รับรางวัลเหรียญเงินประเภทเค้กนานาชาติ ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2559 ตนตกลงกับสามีในการแบ่งกันดูแลลูก ถ้าสามีอยากเอาลูกไปเลี้ยงก็ให้ได้ ซึ่งทางสามีก็จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูลูกเดือนละ 5 หมื่น แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น ญาติของสามีมักจะโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กในทางที่ตนเสียหายเสมอ ในทำนองว่าเอาลูกมาต่อรองเพื่อจะเอาเงิน และกล่าวหาว่าตนเป็นผู้หญิงค้าบริการ จนกระทั่งวันที่ 9 มีนาคม 2560 อดีตสามีได้นำตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย ไปที่โรงเรียนของลูกย่านเหม่งจ๋าย อ้างว่าต้องการรับลูกตามข้อตกลง ซึ่งตอนนั้นตนบอกว่าตนไม่ยอม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ต้องปล่อยลูกไป

สาวถูกไฮโซดังพาตำรวจบุกฉกลูกถึงโรงเรียน ร่ำไห้...เหมือนโดนกระชากหัวใจ

          หลังจากนั้น ฝ่ายชายก็นำลูกมาส่งปกติ จนกระทั่งวันที่ 23 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ตนทราบว่าฝ่ายชายจะมารับลูกอีก ตนจึงนำทนายไปด้วยเพื่อชี้แจงให้รู้ว่าฝ่ายชายไม่ได้มีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แม้จะมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียน แล้วฝ่ายชายก็ไม่ได้รับรองบุตร สิทธิ์การเลี้ยงดูจึงตกอยู่กับตนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็มีการพูดคุยกันที่โรงเรียนของลูก และฝ่ายชายก็เข้าใจและขอพาลูกไปทานข้าว ก็ยอมให้ลูกไปแล้วเดี๋ยว 19.00 น. ตนจะไปรับลูก แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับอดีตสามีได้

สาวถูกไฮโซดังพาตำรวจบุกฉกลูกถึงโรงเรียน ร่ำไห้...เหมือนโดนกระชากหัวใจ

          ตนพยายามจะติดต่อไปทางบ้านของฝ่ายชายก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าพบ และจากนั้นก็มีใบคำฟ้องมาว่าทางฝั่งตนไม่มีสิทธิ์ดูแลลูก เพราะไม่ทำงาน ขายบริการ ซึ่งทางอดีตสามีไปร้องศาลให้สิทธิ์การเลี้ยงดูมาอยู่กับทางสามี ตนอยากวิงวอนให้เอาลูกกลับมาคืน เพราะตนยังไม่เจอลูกเลย คอยไปชะเง้อมองลูกที่โรงเรียนทุกวัน แต่ลูกก็ยังไม่มาโรงเรียน

          "ถ้าตอนนี้เขาพาลูกออกนอกประเทศ ก็คงห้ามอะไรใครไม่ได้ เพราะเคยเซ็นเอกสารยินยอมให้ออกนอกราชอาณาจักรได้ เดินเรื่องเองทุกอย่าง แจ้งความก็แล้ว และถ้าเขาจะพาลูกออกไปนอกประเทศ เขาก็ทำได้ ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้เรารู้ว่าลูกอยู่บ้านหลังนี้ เรายังทำอะไรไม่ได้ เขายังโพสต์รูปลูกเราว่า อยู่กับพี่สาวของเขา แต่เรากลับเข้าไปหาลูกไม่ได้ เจอลูกไม่ได้ กอดลูกไม่ได้ ได้แต่ดูรูปลูกจากทางเฟซบุ๊ก" แม่เด็ก กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ภาพที่ปรากฏในโลกออนไลน์ในขณะนี้คือภาพที่ตำรวจเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการเอาตัวเด็กออกไปจากโรงเรียน ทางเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ จึงตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย คำร้องจากศาลให้มารับเด็กก็ไม่มี แบบนี้ใช้อำนาจโดยมิชอบหรือเปล่า ??



ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ, Porkaew Reanroo, รายการทุบโต๊ะข่าว

สาวถูกไฮโซดังพาตำรวจบุกฉกลูกถึงโรงเรียน ร่ำไห้ บอกเหมือนโดนกระชากหัวใจ โพสต์เมื่อ 29 มีนาคม 2560 เวลา 12:41:40 377,630 อ่าน แสดงความคิดเห็น