
เน็ตไอดอลถูกแฉโกงเงิน 20 ล้าน ขอแจง ยอมรับผิดพลาดในการทำธุรกิจ เผยมีอีกบุคคลหนึ่งมาขอร่วมลงทุน-ยืมเงิน แต่หายเข้ากลีบเมฆ จนเกิดหนี้สินอยู่ขณะนี้
จากกรณีที่โซเชียลแห่แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่โพสต์ข้อความและภาพตั้งรางวัลนำจับเน็ตไอดอล 300,000 บาท หลังหลอกเหยื่อหลายรายให้ร่วมลงทุนเปิดคลินิกเสริมความงาม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวก็ได้เซ็นสัญญาว่าเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของธุรกิจนี้และเซ็นรายมือชื่อบนตั๋วเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าเช่าสถานที่ประกอบการธุรกิจ เพื่อให้ตนเชื่อใจ ซึ่งเงินที่ตนให้ยืมไปนั้นคือเงินที่ตนต้องนำมาหมุนเวียนในธุรกิจของตน
แต่ต่อมาเขาได้ผลัดและเลื่อนนัดชำระ นอกจากนี้ยังได้ขอยืมเงินเพิ่ม โดยอ้างว่าต้องใช้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการเรื่องเอกสารประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคาร และตั๋วเงินที่ลงรายมือชื่อของเขาที่ให้ตนมาก็ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ทำให้ตนต้องไปกู้ยืมเงินรายวันและเพื่อน ๆ รวมทั้งคนรอบข้างเพื่อนำมาหมุนเวียนในธุรกิจของตน จนเกิดเป็นดอกเบี้ยและหนี้สินจนถึงปัจจุบันนี้ และ 3 เดือนถัดมาหลังจากวันที่ให้เขายืมเงินไป ตนก็ได้เรียกเขามาทำสัญญาเงินกู้ (ซึ่งในตอนแรกไม่ได้ทำ) และเขาก็ยินยอมลงรายมือชื่อเป็นผู้กู้ โดยมีสติสัมปชัญญะครบทุกประการ แต่ต่อมาก็เพิกเฉยไม่ยอมคืน ปัจจุบันก็กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลนี้อยู่
ซึ่งก็เกิดผลกระทบตามมาคือทำให้หุ้นส่วนธุรกิจตนถอนหุ้นออก โดยในขณะนั้นหากหุ้นส่วนถอนหุ้นและเรียกเงินที่ได้ลงทุนคืน ก็จะไม่มีเงินมาขับเคลื่อนธุรกิจได้ ตามหลักแล้วหุ้นส่วนไม่สามารถถอนหุ้นได้หากไม่มีผู้ใดมาซื้อหุ้นต่อ แต่ด้วยความเกรงใจหุ้นส่วนคนอื่น ๆ จึงแสดงความรับผิดชอบ ทำเป็นสัญญาเงินกู้ระหว่างตนกับหุ้นส่วนแทน จึงทำให้เกิดหนี้สินที่เป็นประเด็นอยู่ปัจจุบันนี้
เน็ตไอดอลคนดังกล่าวยังบอกอีกว่า ขออภัยสำหรับความเสียหายที่ตนได้ก่อไว้โดยไม่ได้มีความตั้งใจให้เกิดขึ้น ยอมรับว่ายังใหม่และอ่อนประสบการณ์ เชื่อใจคนง่าย ไม่รอบคอบและคิดให้ถี่ถ้วน ยอมรับว่าผิดพลาดในการทำธุรกิจ รวมถึงจัดการธุรกรรมทางการเงินอย่างไม่รอบคอบ ขาดการตรวจสอบ และละเลยเรื่องเอกสาร จนทำให้ผู้ร่วมธุรกิจและคนรอบข้างต้องเดือดร้อน สูญเสียความไว้ใจ
ตนทำทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว ครอบครัวและคนรอบข้างไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง และไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบการกระทำของตน หากผู้ใดกระทำการโพสต์หรือพาดพิง จะดำเนินคดีทางกฎหมายถึงที่สุด และสิ่งที่สำคัญคือ ตนไม่ได้หลบหนีตามที่ถูกกล่าวหา ทุกคนสามารถติดต่อได้ปกติ ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ





