
วันที่ 3 มิถุนายน 2560 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ตำรวจ และทหาร พยายามเข้าเจรจาชายวัย 45 ปี มีอาชีพเป็น รปภ.โรงงานแห่งหนึ่ง ในสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน หลังขับรถเก๋งมาจอดที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนหยิบแกลอนน้ำมันชูออกมา พร้อมขู่ว่าถ้าไม่ได้เงินประกันสังคม จะเผาตัวเองในรถ

ทั้งนี้ นายพงศกร พิพิธพัฒนากุล เจ้าหน้าที่งานวินิจฉัยกองทุนเงินทดแทน เผยว่า ชายคนนี้เป็นลูกจ้างและเกิดอุบัติเหตุตกบันได ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าทุพพลภาพ ทางประกันสังคมจึงจ่ายเงินทดแทนให้เดือนละ 4,680 บาท เพื่อใช้ดำรงชีพต่อไป โดยก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวเคยมาขอเบิกเงินทดแทนล่วงหน้า 1 ปี จำนวนเงิน 50,000 บาท อ้างว่า รถจะถูกยึดและเป็นหนี้สิน ต่อมาก็ได้ติดต่อขอเบิกเงินอีก 400,000 บาท อ้างว่าค่าใช้จ่ายครอบครัวไม่พอมีหนี้สินจำนวนมาก พร้อมประกาศด้วยว่าหากไม่ได้เงิน จะเติมแก๊สเต็มถังแล้วขับรถพุ่งชนศาลากลางอีกด้วย แต่เนื่องจากทางระเบียบประกันสังคมไม่สามารถเบิกได้ จึงได้อธิบาย และลงไปเยี่ยมเยียนครอบครัว จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เงียบหายไป
กระทั่งวันเกิดเหตุชายคนดังกล่าวนำบิลค่าผ่อนรถจำนวน 3,300 บาท มาขอเบิกเงินกับประกันสังคมอีก ซึ่งครั้งนี้อ้างว่า ตนเองได้ยืมเงินมาจากเพื่อน พร้อมขู่ว่าจะเผาตัวเองประท้วง หากไม่ได้เงินดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางประกันสังคมและศูนย์ดำรงธรรมจะประชุมหารือเรื่องข้อกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อีกครั้ง เพื่อหาทางช่วยเหลือและเยียวยาชายคนดังกล่าวต่อไป
ภาพและข้อมูลจาก ข่าวช่อง 8





