

จากกรณีชายคนหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวลงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู ที่หลายคนมองว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่าการใส่ซิลิโคนทั่วไป โดยเจ้าตัวไปเสริมจมูกที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนเป็นคนแนะนำเพราะเคยใช้บริการมาก่อน แต่สุดท้ายหลังจากที่ทำไปแล้ว เกิดอาการบวมแดงตรงบริเวณปลายจมูก และรู้สึกว่าเหมือนแท่งที่เสริมไปจะทะลุออกมา จึงเอาเรื่องดังกล่าวโพสต์ลงโซเชียลเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ใครที่อยากเสริมจมูกคิดดี ๆ และตรวจสอบคลินิกที่จะใช้บริการอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วย

กระทั่งตนทนไม่ไหวเลยไปปรึกษาที่คลินิกกลับได้รับคำตอบมาว่า เป็นปัญหาเลือดคั่งธรรมดา ก่อนจะให้ผู้ช่วยแพทย์มาเจาะเลือดออกให้ หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน ตนก็ใช้ชีวิตปกติ และไปกินหมูกระทะกับเพื่อน ซึ่งตนระวังเรื่องของหมักดอง ทว่ากลับเกิดอาการบวมแดงอีก ตนจึงต้องไปปรึกษาที่คลินิกอีกรอบ โดยครั้งนี้ทางหมอบอกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หมูกระทะแต่คือน้ำจิ้มซีฟู้ด เพราะตัวน้ำจิ้มมีส่วนผสมน้ำกระเทียมดอง ตนเลยงงมากเพราะถ้วยน้ำจิ้มเล็กนิดเดียวแต่มีผลถึงขั้นให้จมูกตนบวมแดงได้ขนาดนี้
จากนั้นทางคลินิกจึงได้ให้ยาปฏิชีวนะมากินทั้งหมด 37 วัน แต่อาการตนก็ไม่ดีขึ้น จากที่อาการบวมแดงกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มีตุ่มหนองใสโผล่ออกมาด้วย และมีแพทย์ที่รู้จักกันแนะนำตนว่าให้ไปเอาออกเถอะ เพราะว่าซิลิโคนน่าจะติดเชื้อแล้ว ถ้าปล่อยเอาไว้แผลเน่าแน่นอน
จากนั้นตนเลยตัดสินใจเดินทางไปคลินิกแห่งนี้เพื่อขอเอาซิลิโคนออก แต่กลับถูกหมอทางคลินิกตำหนิว่า ตนไม่มีความอดทน เพราะการเสริมจมูกมันจะมีช่วงหนึ่งที่เกิดออาการแบบนี้ต่อไปเดี๋ยวมันจะเข้าที่เอง แต่ตนยืนยันที่จะเอาออก ซึ่งตอนผ่าตัดเอาออกนั้นยาชายังไม่ทันออกฤทธิ์ หมอก็เอามีดกรีดเอาแท่งซิลิโคนออกมา ตอนนั้นตนเจ็บปวดมาก ร้องออกมาอย่างทรมาน



อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบด้วย แม้ล่าสุดตนจะได้รับการติดต่อจากทางคลินิกดังกล่าวว่าจะรับผิดชอบแก้จมูกให้ใหม่ก็ตาม ตนก็ยืนยันไม่ขอทำที่คลินิกเดิมแล้ว และตอนนี้ตนส่งเรื่องไปที่ สบส. และ สคบ. เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะรวบรวมผู้เสียหายอีกหลายรายเดินทางไปร้องเรียนที่แพทยสภาต่อไป
ภาพและข้อมูลจาก ข่าวอรุณอมรินทร์





