อดีตประธาน กมธ. แฉ รัฐสภาใหม่เสนองบทีวีเครื่องละ 1.7 แสน ชี้ในตลาดไม่เกิน 5 หมื่น

รัฐสภาใหม่เสนองบทีวี

        อดีตประธาน กมธ. แฉ รัฐสภาใหม่เสนองบทีวี 65 นิ้ว เครื่องละ 1.7 แสน ทั้งที่ในตลาดไม่เกิน 5 หมื่น ส่อฮั้วกัน ปล่อยเอกชนรายเดียวเสนอราคา จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบหลังเลือกตั้ง

        จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไม่อนุมัติงบประมาณ จำนวน 8,135.56 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์-เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากพบว่ามีรายละเอียดไม่ชัดเจน โดยนายกฯ ระบุว่า ยอมไม่ได้กับเครื่องไมโครโฟน 1.2 แสนบาท และนาฬิกา 70,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว [อ่านข่าว : บิ๊กตู่รับไม่ได้ ชงงบไมโครโฟน รัฐสภาใหม่ตัวละ 1.2 แสน ตีกลับไปทบทวนใหม่]


        วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นการอนุมัติงบที่เป็นไปตามความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากการขออนุมัติวงเงินดังกล่าวเป็นส่วนของค่าจ้างที่ปรึกษาที่เพิ่มเติม หลังจากที่รัฐสภาเห็นชอบการขยายสัญญาก่อสร้างรอบที่ 3 จำนวน 674 วัน ทั้งนี้การใช้เงินเพื่อจ้างที่ปรึกษาที่ผ่านมา ตนมีข้อมูลว่าคณะกรรมการได้นัดประชุมหลายครั้งจนทำให้กรรมการบางคนได้รับเงินเบี้ยประชุมจนมีฐานะร่ำรวย

        สำหรับงบที่รัฐสภาเสนอขอเพื่อใช้ในระบบไอที วงเงินกว่า 8,000 ล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบว่าถูกเสนอให้พิจารณาจริงหรือไม่ เพราะตามข่าวตนทราบว่ายังไม่ได้นำส่งให้ ครม. พิจารณา อีกทั้งตนไม่ทราบว่ามีการตรวจสอบรายการเสนอขอด้วยหรือไม่ โดยข้อสังเกตที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ครม.​ ตีกลับ และให้สำนักงบประมาณตรวจสอบ เพราะอุปกรณ์ที่จัดซื้อมีราคาสูงเกินจริง และตนได้ขอดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่เสนอขอพร้อมงบประมาณ ที่มีเนื้อหากว่า 4 หน้ากระดาษเอสี่ พบข้อพิรุธหลายรายการ

        นายวิลาศ ระบุอีกว่า มีการเสนอราคาจัดซื้อโทรทัศน์ 65 นิ้ว ยี่ห้อซัมซุง ราคา 1.7 แสนบาทต่อเครื่อง ซึ่งตนได้เดินสำรวจในตลาดทั่วไปพบว่ามีราคาไม่เกินเครื่องละ 5 หมื่นบาท ส่วนราคาไมโครโฟนที่เสนอราคา 1.7 แสนบาท จริง ๆ แล้ว ตามท้องตลาดราคาต่ำกว่านั้นมาก


        นายวิลาศ บอกอีกว่า ตนทราบว่าราคาที่เสนอนั้นไม่ใช่ราคามาตรฐานกลางตามระเบียบราชการว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เป็นราคาเต็มที่ทางบริษัทเอกชนเสนอให้รัฐสภาจัดซื้อ และเป็นบริษัทเพียงรายเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เสนอราคา แม้ก่อนหน้านี้สำนักงบประมาณจะตรวจสอบ แต่คำชี้แจงจากฝ่ายรัฐสภาตอบยืนยันว่า จะใช้ราคาที่ถูกเสนอมา
 
        ตนเข้าใจว่าการจัดซื้ออุปกรณ์ของรัฐสภาแห่งใหม่นั้นใช้กระบวนการจัดซื้อในรูปแบบพิเศษตามที่เคยขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการส่อเจตนาการฮั้วกันของรัฐสภากับบริษัทเอกชนรายเดียวที่ได้รับสิทธิ์นั้น ดังนั้นตนจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบความไม่โปร่งใสตนจะตั้งโต๊ะแถลงต่อสาธารณะทันที

        และหลังเลือกตั้ง ตนจะยื่นเอกสารร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและทุกกระบวนการของโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเฉพาะการต่อสัญญาให้กับผู้รับจ้าง 3 รอบที่ผ่านมา โดยครั้งแรกขยายให้ 357 วัน และพบความคืบหน้างานก่อสร้าง ที่ 20 เปอร์เซ็นต์, รอบสอง ขยายให้ 421 วัน คืบหน้า 40 เปอร์เซ็นต์ และรอบสาม ขยายให้ 674 วัน  ซึ่งถือว่าเกินกว่าสัญญาที่กำหนดไว้ตอนแรกที่ตกลงจ้างที่ 900 วัน

        ทั้งนี้ตนเข้าใจเหตุผลการขยายสัญญาเพราะปัญหาส่งมอบพื้นที่ล่าช้า แต่รัฐสภาสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ทำไมไม่มีการเร่งรัดให้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่กลับพบการขยายสัญญาออกไป ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้รัฐสภามีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อดีตประธาน กมธ. แฉ รัฐสภาใหม่เสนองบทีวีเครื่องละ 1.7 แสน ชี้ในตลาดไม่เกิน 5 หมื่น โพสต์เมื่อ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 17:23:08 9,608 อ่าน
TOP