ถอดบทเรียน #เรือล่มภูเก็ต ไขข้อสงสัย ทำไมใส่เสื้อชูชีพแล้วจมน้ำตาย

           บทเรียนจากเหตุเรือล่มภูเก็ต หลายคนสงสัยทำไมใส่เสื้อชูชีพแล้วจมน้ำเสียชีวิต ผู้รู้ร่วมไขข้อข้องใจ เกิดได้จากปัจจัยหลายประการ หนึ่งเหตุผลคือ รู้หรือไม่ว่า เสื้อชูชีพกับเสื้อพยุงตัวแตกต่างกัน
 เรือล่มภูเก็ต
ภาพจาก สำนักข่าว INN

           จากเหตุสลด เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต กลางทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 33 ศพ และสูญหายอีก 23 ราย สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมผู้ค้นหาและทีมนักดำน้ำต่างชาติ ยังคงตั้งหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มความสามารถ

           อย่างไรก็ดี ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หลายคนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดใส่เสื้อชูชีพแล้วจมน้ำเสียชีวิต โดยมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมชื่อ เสรีชนคนหลังเขา เคยนำคำถามนี้มาตั้งกระทู้ถามไว้ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 จากนั้นได้มีผู้รู้มาให้ข้อมูลไว้หลากหลายความคิดเห็น ว่าด้วยเรื่องของปัจจัยหลายประการ เช่น เสื้อชูชีพไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน เสื้อชูชีพที่ถูกต้องจะบังคับให้หน้าหงายพ้นน้ำตลอดเวลาแม้จะคว่ำหน้าอยู่ หรือหากมีคลื่นสูง มวลคลื่นจะม้วนคนแล้วดูดลงใต้น้ำ จนเกิดขาดอากาศหายใจก่อนที่จะลอยขึ้นมาถึงผิวน้ำ และการตื่นกลัวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้หายใจผิดจังหวะ จนเกิดการสำลักน้ำเสียชีวิต

เรือล่มภูเก็ต

เรือล่มภูเก็ต

เรือล่มภูเก็ต

เรือล่มภูเก็ต

เรือล่มภูเก็ต

เรือล่มภูเก็ต

           ขณะที่ทางด้านเว็บไซต์ Quora ได้เคยมีผู้เข้าไปถามคำถามเดียวกันว่า ทำไมเราถึงจมน้ำ ทั้งที่สวมใส่เสื้อชูชีพ โดยมีผู้ใช้ชื่อ Antonio Galahad ได้มาอธิบายคำตอบที่น่าสนใจไว้ ดังนี้

           1. เกิดจากภาวะน้ำเข้าปาก ผ่านเข้าไปยังท้องและปอด ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับคนตกน้ำ
           2. เกิดจากการหมดสติ แม้ว่าจะใส่เสื้อชูชีพอยู่ แต่หากได้รับบาดเจ็บจนเกิดหมดสติ ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากชูชีพทำหน้าที่เพียงช่วยพยุงร่างกายไม่ให้จมในเวลาที่ผู้ประสบภัยยังสามารถครองสติได้อยู่
           3. เกิดจากการถูกมวลน้ำซัดพาให้ลงไปติดอยู่ใต้น้ำ แม้ว่าจะใส่ชูชีพแล้วก็ตาม เพียงเวลาแค่ 20-30 วินาทีที่ขาดอากาศหายใจ ก็สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ โดยคนส่วนใหญ่แล้วจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้ราว 45 วินาที หากไม่เกิดอาการตื่นกลัว


           นอกจากนี้ ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @TO_MY_BABE ยังได้แชร์ภาพกราฟิกจาก สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้อธิบายความแตกต่างของเสื้อชูชีพและเสื้อพยุงตัว ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนยังไม่ทราบ และเข้าใจมาตลอดว่ามันคือเสื้อประเภทเดียวกัน

           สำหรับเสื้อชูชีพ จะมีแรงลอยตัวสูง ถูกออกแบบให้พลิกตัวผู้ประสบภัยให้หงายหน้าขึ้น สามารถใช้กับผู้ที่หมดสติได้ ในขณะที่เสื้อพยุงตัวนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลอยตัวสำหรับเล่นกีฬาทางน้ำมากกว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต ใส่แล้วยังคงต้องดีดตัวเพื่อไม่ให้หน้าคว่ำ เสื้อชนิดนี้จะไม่ช่วยพลิกให้หน้าหงายขึ้นเหนือน้ำแบบเสื้อชูชีพ ดังนั้นผู้ใช้ต้องมีสติรู้ตัว จึงไม่สามารถใช้กับผู้ประสบภัยที่หมดสติได้

เรือล่มภูเก็ต
ภาพจาก สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เรือล่มภูเก็ต
ภาพจาก สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ถอดบทเรียน #เรือล่มภูเก็ต ไขข้อสงสัย ทำไมใส่เสื้อชูชีพแล้วจมน้ำตาย อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2561 เวลา 11:14:33 92,643 อ่าน
TOP
x close