หมอเด็กแนะ ต้องสร้างระบบป้องกันการกลั่นแกล้งในชั้นเรียน ปมพี่ทำร้ายน้อง ป.4

          หมอเด็กแนะ ต้องสร้างระบบป้องกันการกลั่นแกล้งในชั้นเรียน ปมพี่ทำร้ายน้อง ป.4 ต้องทำให้เด็กและผู้ปกครองรู้สึกว่าโรงเรียนปลอดภัย จับรุ่นพี่มาดูคลิปอีกครั้ง และตอบคำถามทางจิตวิทยา



พี่ทำร้ายน้อง ป.4
ภาพจาก workpointnews.com

          จากกรณีที่รุ่นพี่มัธยมรุมแกล้งรุ่นน้อง ป.4 ซึ่งทางผู้ปกครองของรุ่นพี่ผู้ก่อเหตุได้เสนอเงิน 500 เพื่อจบเรื่อง ส่วนทางโรงเรียนได้ทำทัณฑ์บนรุ่นพี่ ขณะที่ทนายความชี้ว่าพฤติกรรมแบบนี้มีโทษทางอาญา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : เปิดข้อกฎหมาย รุ่นพี่รุมแกล้งน้อง ป.4 เป็นคดีอาญา ฐานทำร้ายร่างกาย คลิก]

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ทีมข่าวเวิร์คพอยท์นิวส์ ได้สัมภาษณ์ รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น) ระบุว่า ทางโรงเรียนสอบตกเรื่องการจัดการห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดการไม่ต้องใช้อำนาจแต่ใช้วินัยเชิงบวก ใช้การเรียนรู้ระหว่างชีวิตต่อชีวิต ไม่รุกล้ำสิทธิเด็ก และการช่วยป้องกันแทนที่จะถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          ทั้งนี้ รศ. นพ.สุริยเดว ระบุว่า การดูแลบุคคลในเหตุการณ์นี้ต้องแยกออกมา 2 กลุ่ม คือ ฝ่ายถูกทำร้าย ต้องใช้แผนพัฒนาเด็กด้วยการเยียวยาที่ไม่ใช่เรื่องเงินทอง ซึ่งหมายถึงการทำให้เด็กมีความรู้สึกว่าโรงเรียนปลอดภัย พ่อแม่รู้สึกว่าเมื่อลูกก้าวเข้าสู่โรงเรียนแล้วลูกจะมีความปลอดภัย และต้องมีการป้องกันการกลั่นแกล้งระหว่างชั้นเรียน และเด็กกลุ่มนี้จำเป็นต้องปรึกษานักจิตวิทยา จิตแพทย์

พี่ทำร้ายน้อง ป.4
ภาพจาก workpointnews.com

          ส่วนกรณีที่ครอบครัวของเด็กที่ถูกทำร้ายจะให้เด็กย้ายโรงเรียนนั้น ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่เป็นหน้าที่ของโรงเรียนด้วยที่จะต้องเยียวยาเด็ก ปล่อยไม่ได้ อย่าหลุดความเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่ว่าลาออกไปแล้วเป็นเรื่องของพ่อแม่ โรงเรียนต้องรับผิดชอบด้วย

สำหรับฝ่ายกระทำ ต้องให้เด็กทุกคนดูคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด และให้คุณครู-นักจิตวิทยา ถามคำถามดังนี้

          - ดูคลิปแล้วรู้สึกอย่างไร

          - คิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้

          - จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

          - จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อย่างไร

          โดยจะได้รู้ทันทีว่าแกนนำที่ไปก่อการต่าง ๆ มีใครบ้างที่พอจะปรับทัศนคติไปในทางบวกได้ ถ้าคนไหนคิดได้ ก็ดึงมาเป็นแกนนำในการสร้างระบบเฝ้าระวังให้กับโรงเรียน ส่วนเด็กที่ถ่ายคลิป จะต้องช่วยให้เขารู้จักเรื่องสิทธิเด็ก ดึงมาถามเหมือนกัน แล้วดึงให้เป็นแกนนำพัฒนาระบบเฝ้าระวังเกี่ยวข้องกับสื่อ ครูก็ต้องเป็นโค้ชชิ่งให้

พี่ทำร้ายน้อง ป.4
ภาพจาก workpointnews.com

          ธรรมชาติของเด็กวัยรุ่น เมื่ออยู่รวมตัวกันเมื่อไร พลังเขาเยอะ ก็ชวนกันใช้พลังในทางดี แต่ถ้าไปก่อการร้าย เขาก็จะทำโดยไม่ยั้งคิดว่าสิ่งที่ทำมันไม่เหมาะ ไม่ควร โรงเรียนจำต้องติดอาวุธในการต่อต้านการกลั่นแกล้ง ดึงนักจิตวิทยาของท้องถิ่นมาดีไซน์โปรแกรมร่วมไปด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้โรงเรียนก็ต้องออกมาขอโทษ ถูกไหมว่าได้ดูแลอาจจะไม่ครอบคลุมทั่วถึง ระบบแบบนี้จะต้องเกิดขึ้น

          ส่วนความเห็นในโซเชียล ก็นับว่าเป็นดาบสองคม อย่างแรก คนในโซเชียลไม่รู้จักสิทธิเด็ก และสิทธิมนุษยชน เรามีปัญหากับเรื่องนี้มาก ต้องยอมรับว่า ระบบการศึกษาก็ไม่ได้ไปพัฒนาส่วนนี้ อย่างที่สองคือ หากไม่มีโซเชียลมีเดีย เหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่ปรากฏออกมา แต่ตนมองว่า แทนที่จะเผยแพร่ผ่านสื่อ เปลี่ยนเป็นส่งไปให้กระทรวงศึกษาธิการดีหรือไม่

          พร้อมกันนี้ อยากฝากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เผยแพร่หมายเลขโทรศัพท์ที่สาธารณชนรับรู้เลยว่า หากมีเหตุเกิดให้ไปร้องที่นี่ ทำระบบร้องเรียนให้ชัดเจน ใครก็ตามที่เห็นคลิปไม่ดี แทนที่จะโพสต์ในสาธารณะ ก็จะได้ส่งไปทางหน่วยเฉพาะกิจของทางกระทรวง เพื่อให้ช่วยเหลือเด็กต่อไปเลย และไปสอนเรื่องสิทธิเด็กด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หมอเด็กแนะ ต้องสร้างระบบป้องกันการกลั่นแกล้งในชั้นเรียน ปมพี่ทำร้ายน้อง ป.4 โพสต์เมื่อ 11 ตุลาคม 2561 เวลา 21:42:38 5,391 อ่าน
TOP