ชาวบ้านเชื่อ นายฝน ชายสติไม่ดีที่พาน้องต้าแงไปเล่นน้ำจนเสียชีวิตในไร่อ้อย ไม่ใช่คนผิด เพราะพื้นฐานเขาไม่ชอบเข้าไปในไร่อ้อย แถมชี้พิรุธ ชอบพูดตามคนอื่น - ตำรวจพาเข้าไปจุดเกิดเหตุเอง
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2561 จากกรณีที่ตำรวจ
ได้สรุปคดีของน้องต้าแง เด็กหายไปในไร่อ้อย ว่าเดินตามคนสติไม่ดีไปเล่นน้ำ
ต่อมาเด็กเองได้จมน้ำ และคนสติไม่ดีออกมาเพราะช่วยเหลือไม่ได้
จนทำให้โลกออนไลน์เกิดข้อกังขา ว่าเหตุใดตำรวจจึงสรุปคดี
ด้วยการฟังคำพูดของคนสติไม่ดี (อ่านเพิ่มเติม โซเชียลเป็นงง คดี เด็กหายในไร่อ้อย สรุปเป็นฝีมือคนสติไม่ดี แบบนี้ก็ได้เหรอ)
ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากสถานทูตเมียนมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สุพรรณบุรี ได้นำตัวนางสาวมอและนายเพียว แม่และพ่อของน้องต้าแง มาที่ สภ.สระยายโสม เพื่อดำเนินคดีลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยที่ พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม กล่าวว่า ได้มีการประสานเพื่อส่งพ่อแม่ของน้องต้าแงกลับประเทศ และทั้งสองคนก็รับทราบว่ามีความผิด และพร้อมที่จะทำตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่เองก็ช่วยเหลือทั้งสองคนอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนเรื่องที่พ่อแม่เด็กไปร้องกองปราบนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ ทาง สภ.สระยายโสม ทำงานตามขั้นตอน ไม่ใช่ตามกระแสข่าว ส่วนการรับศพนั้น ต้องให้พ่อแม่เด็กประสานเรื่องที่เมียนมาก่อน แล้วจะมารับศพในไทยต่อไป
พล.ต.ต. คมศักดิ์ สุมังคเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี แถลงว่า นายฝน
ชายสติไม่ดี เป็นคนพาน้องต้าแงไปเล่นน้ำ และน้องเองก็ตกน้ำ
แต่ที่นายฝนไม่ช่วยเหลือ เพราะกลัวตัวเองจมน้ำ ไม่ใช่การทำร้ายใด ๆ
ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ให้กับนายฝน
และส่งตัวนายฝนไปที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรุงเทพฯ
ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ในขณะที่นางพยูง สร้อยทอง แม่ของนายฝน ผู้ต้องหา
นายฝนถูกตำรวจคุมตัวไปสอบพร้อมกับนักจิตวิทยา แต่ตอนที่ให้ปากคำนั้น
นายฝนให้การวกวน บอกว่าจะไปตีกลองตีระฆังบ้าง
แต่พ่อตำรวจถามว่าน้องต้าแงเสียชีวิตอย่างไร นายฝนก็บอกว่าตกน้ำ
ช่วยเหลือไม่ได้ ซึ่งตนมองว่า ลูกชายของตนไม่ได้รู้เห็นในเรื่องนี้
ส่วนที่ตำรวจพานายฝนไปชี้จุด และถูกต้องถึง 2 ครั้งนั้น
เจ้าหน้าที่เป็นคนพาไป ตนไม่ได้ไป
จึงมีโอกาสที่นายฝนจะพูดตามที่เจ้าหน้าที่บอก
เพราะนายฝนเองไม่เคยไปดงอ้อยแถวนั้นมาก่อน
ส่วนเรื่องเอาของเล่นจากเพื่อนบ้านเพื่อไปล่อน้องต้าแงนั้น
ตนไม่เคยเห็นนายฝนไปเอาของใคร เพื่อนบ้านปิดบ้านหมด และนายฝนก็ไปแต่วัด
ด้านนายบุญชู ศรีเหรา ข้าราชการบำนาญ ชาวบ้านในละแวกนั้น บอกว่า
ตนเองเป็นคนที่เคยสอนนายฝนสมัยที่นายฝนยังเรียนหนังสือ และเห็นว่า
เขาเองสติไม่สมประกอบตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ ต้องรังแกคนพิการทางสมอง
ชาวบ้านเองก็รักนายฝน และเขาใช้ชีวิตแค่ที่บ้านกับที่วัด
เจ้าหน้าที่สรุปคดีง่ายเกินไปว่านายฝนเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อให้นายฝนไม่ต้องติดคุกเพราะวิกลจริต
แต่การทำแบบนี้จะสร้างตราบาปให้นายฝนหรือเปล่า
นอกจากนี้ เส้นทางจากบ้านถึงไร่อ้อย จุดเกิดเหตุนั้น ต้องผ่านบ้านของนายฝนก่อน ไม่ใช่จะไปแวะที่ไร่อ้อย การที่นายฝนจะล่อเด็กให้เดิน 800-900 เมตร ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากสถานทูตเมียนมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สุพรรณบุรี ได้นำตัวนางสาวมอและนายเพียว แม่และพ่อของน้องต้าแง มาที่ สภ.สระยายโสม เพื่อดำเนินคดีลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยที่ พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม กล่าวว่า ได้มีการประสานเพื่อส่งพ่อแม่ของน้องต้าแงกลับประเทศ และทั้งสองคนก็รับทราบว่ามีความผิด และพร้อมที่จะทำตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่เองก็ช่วยเหลือทั้งสองคนอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนเรื่องที่พ่อแม่เด็กไปร้องกองปราบนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ ทาง สภ.สระยายโสม ทำงานตามขั้นตอน ไม่ใช่ตามกระแสข่าว ส่วนการรับศพนั้น ต้องให้พ่อแม่เด็กประสานเรื่องที่เมียนมาก่อน แล้วจะมารับศพในไทยต่อไป
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ด้านนางผึ้ง พี่สาวของนายฝน ได้เผยว่า
ตนไม่คิดว่านายฝนจะเดินเข้าไปในดงอ้อย เพราะเขาไม่ชอบ นายฝนไม่เคยเข้าไปในนั้น ไม่รู้ว่าคนงานพม่าตัดอ้อยที่ไร่ไหน แปลงไหน
การที่ชี้จุดถูกน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ส่วนที่นายฝนบอกว่า น้องตกน้ำ
เป็นเพราะเวลาที่เขาได้ยินใครพูดอะไร เขาก็จะพูดตาม นายฝนเองกำลังตกเป็นแพะ
ไม่ได้รับความยุติธรรม และครอบครัวก็เดือดร้อนมาก
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
นอกจากนี้ เส้นทางจากบ้านถึงไร่อ้อย จุดเกิดเหตุนั้น ต้องผ่านบ้านของนายฝนก่อน ไม่ใช่จะไปแวะที่ไร่อ้อย การที่นายฝนจะล่อเด็กให้เดิน 800-900 เมตร ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก









