x close

ทหารหนุ่มถูกยกเป็นฮีโร่ ยอมสละขา มุ่งช่วยชีวิตเพื่อน ชี้รู้เต็มอก..ถ้าถอยหมายถึงตาย

           นายทหารหนุ่มถูกยกเป็นฮีโร่ หลังยอมสละขาตัวเอง มุ่งช่วยชีวิตเพื่อน ๆ จากสถานการณ์ฉุกเฉิน เผยรู้ดีแก่ใจ ว่าการถอยคือความตาย จนสุดท้ายก็ช่วยให้รอดมาได้กันทุกคน

ทหารขาขาด

           วันที่ 20 ตุลาคม 2562 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เอซร่า เมซ นายทหารหนุ่มวัย 21 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของกองทัพสหรัฐฯ หลังจากที่เขายอมสละขาของตนเอง และพยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนร่วมทีมของพวกเขา ให้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการฝึกซ้อม

           ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เอซร่า เมซ ได้ถูกส่งไปประจำการในประเทศโปแลนด์ ในส่วนหนึ่งของปฏิบัติการนาโต ระหว่างนั้นเขาได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมแบบข้ามคืนกับเพื่อนร่วมทีมอีก 2 คน โดยต้องอยู่ประจำตำแหน่งภายในรถถัง แต่แล้วตอนที่ทั้ง 3 คนกำลังหลับอยู่นั้นเอง อยู่ ๆ เมซก็สะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก และรับรู้ว่ารถถังของพวกเขากำลังพุ่งลงจากเนินเขาด้วยความเร็ว
 
           ตอนนั้นเมซรีบตะโกนบอกเพื่อนที่ประจำอยู่ตำแหน่งพลขับรถถังให้ทำการเบรก แต่กลับได้ทราบว่าเบรกนั้นไม่ทำงาน รวมถึงระบบเบรกฉุกเฉินก็ไม่ตอบสนองเช่นกัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดรถถังหนัก 65 ตัน จากการพุ่งลงไปยังพื้นเบื้องล่างได้

ทหารขาขาด

           "เรารู้ว่าไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้แล้ว และต้องยึดตัวเองให้มั่น" เมซ เผย พร้อมเล่าว่ารถถังของพวกเขาซึ่งพุ่งลงเนินด้วยความเร็ว 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระแทกเข้ากับเขื่อนอย่างเต็มแรง มันทำให้ตัวเขากระเด็นพุ่งไปด้านหน้า ก่อนที่ขาของเขาจะเข้าไปติดอยู่ในเกียร์ของป้อมปืน ในตอนนั้นเขารับรู้ถึงแรงกดที่ถาโถมลงมาบนขาอย่างรุนแรง เขารู้ว่าขาตัวเองคงจะหักแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเพื่อน ๆ

           โดยตอนนั้น วิกเตอร์ อลาโม ซึ่งเป็นคนขับรถถังถูกตรึงอยู่กับที่ หัวของเขากระแทกและได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ สิบเอกหญิง เอเชียร์ ครัมป์ กระดูกขาเคลื่อนและมีเลือดทะลักออกจากแผลลึกตรงต้นขา เมซรู้ว่าหลอดเลือดแดงของเพื่อนฉีกขาด ดังนั้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม เมซรีบบิดตัวและพยายามจะดึงขาของตัวเองออกมาอย่างเต็มแรง เขาหวังว่าขาจะหลุดออกมาจากเหล็กที่บีบรัดอยู่

           "แต่ผมกลับรู้สึกถึงแรงฉีกอย่างรุนแรง ตอนนั้นผมคิดว่าดึงขาออกมาได้แล้ว แต่หลังเคลื่อนออกจากจุดนั้น ก็พบว่าขาของผมหายไปแล้ว" เมซ เผยถึงช่วงเวลาที่เขาทำให้ขาตัวเองขาด

ทหารขาขาด

           แม้ว่าเลือดจะเริ่มทะลักไหลออกจากแผลของเขา แต่เมซรู้ดีว่าชีวิตของเพื่อน ๆ อยู่บนเส้นด้าย เขากัดฟัดทนต่อความหวาดผวาและอาการเจ็บปวด พยายามดันตัวเองไปด้านหลังรถถังเพื่อคว้าอุปกรณ์ด้านการแพทย์ออกมา เขายอมรับว่าระหว่างนั้นสติของเขาเริ่มมึนงงจากการเสียเลือด และรู้ว่าตัวเองกำลังจะช็อก แต่แล้วเขาก็คิดได้ว่าไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาอยู่ด้านล่างเนินเขานั่น และเขาก็แบกความหวังที่ทุกคนจะรอดชีวิตเอาไว้

           ตอนนั้นเมซได้แต่คิดว่า เขาจะทำต่อไป หรือจะปล่อยให้ทุกคนต้องตาย เขาพยายามบอกให้เพื่อน ๆ โฟกัสกับการหายใจ และให้พวกเขานำเข็มขัดออกมามัดห้ามเลือดชั่วคราว

ทหารขาขาด

           ในตอนนั้นระบบวิทยุของรถถังได้รับความเสียหาย และโทรศัพท์มือถือของพวกเขาก็พังไป ยกเว้นเพียงเครื่องของเมซ ที่อยู่ ๆ ก็เริ่มมีเสียงดังออกมาราวปาฏิหาริย์  สิบเอกหญิง ครัมป์ รีบคลานเข้าไปคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้โยนให้เมซ เพื่อให้เขาส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ
 

           ความพยายามของพวกเขาประสบผลสำเร็จ ในที่สุดความช่วยเหลือก็มาถึง อย่างไรก็ตามด้วยสติที่เริ่มจะหายไป สิ่งสุดท้ายที่เมซจำได้ก็คือภาพของผู้บัญชาการ ที่กำลังแบกขาของเขาไว้บนไหล่ ขณะกลับขึ้นไปบนเขา และบอกกับเมซว่า "ผมอยากเก็บมันไปด้วย ลองดูนะว่าจะต่อมันกลับไปได้ไหม"

           จากนั้นทหารทั้ง 3 นายก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์พบว่านอกจากขาที่ขาดออกไป ซึ่งได้รับความเสียหายจนไม่สามารถต่อกลับคืนให้เขาได้แล้ว เมซยังมีกระดูกหักอีกหลายแห่ง นอกจากนี้เขายังเกิดการติดเชื้อ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดช่วยชีวิตรายวัน และต้องใช้เวลาอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 4 เดือน

ทหารขาขาด
สิบเอกหญิง เอเชียร์ ครัมป์, พลทหาร เอซร่า เมซ และพลทหาร วิกเตอร์ อลาโม ที่รอดชีวิตมาด้วยกัน

           ในตอนนี้ เมซยังคงต้องทำกายภาพบำบัด และเขารับการบำบัดที่ศูนย์ฟื้นฟูของกองทัพ แต่เขาก็ยังพยายามทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ตัวเองยังคงกระฉับกระเฉงตลอดเวลา เช่น การไปพายเรือคายัก การเล่นโยคะ ทำงานกับสุนัขเซอร์วิส และเขาก็อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมที่จะติดตั้งขาเทียม

           อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นเรื่องดังกล่าวมาได้ เมซก็ยอมรับว่าพวกเขาโชคดีมาก ทุกวันที่เขาตื่นขึ้นมาจากนั้น เขายังคงจดจำได้เสมอว่าตัวเองเคยเฉียดใกล้ความตายมาแล้ว แต่เขาก็รอดชีวิตมาได้ สิ่งที่เหลือตอนนี้ก็มีเพียงต้องก้าวต่อไป พร้อมกับบาดแผลที่เกิดขึ้นเท่านั้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทหารหนุ่มถูกยกเป็นฮีโร่ ยอมสละขา มุ่งช่วยชีวิตเพื่อน ชี้รู้เต็มอก..ถ้าถอยหมายถึงตาย โพสต์เมื่อ 21 ตุลาคม 2562 เวลา 11:32:44 14,643 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP