x close

ธนาธร จี้ถามเป็นฉาก ๆ ใส่ ผบ. เหล่าทัพ ต้องการคำตอบ ทำไมนายพลรวยผิดปกติ

          ธนาธร เชิญ ผบ. เหล่าทัพ แจงต่อ กมธ.งบประมาณฯ ถามถึงรายได้จากสัมปทานสื่อ กิจการ ม้า มวย หวย ทำไม นายพล ร่ำรวยผิดปกติ จี้ใช้งบไหน ทำไอโอโจมตีพรรคการเมือง


          วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2563 ได้ตั้งคำถามต่อการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม ต่อ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

          โดยนายธนาธรได้ตั้งคำถามประเด็นแรก เกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณกระทรวงกลาโหม รวม 18,657 ล้านบาท ซึ่งมากเกือบเท่างบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมกัน (1.9 หมื่นล้านบาท)  ซึ่งตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ เงินนอกงบประมาณทั้งหมด ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด แต่ระเบียบการคลังทำไว้กับกระทรวงกลาโหมกระทรวงเดียว เท่ากับให้อำนาจพิเศษแก่กระทรวงกลาโหมมากกว่ากระทรวงอื่น ๆ ซึ่งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมแบ่งเงินนอกงบประมาณเป็น 2 บัญชี เงินในบัญชีที่ 2 อนุญาตให้ตั้งในระบบบัญชีเอง และตั้งระบบตรวจสอบบัญชีเองได้ หมายความว่างบประมาณบางส่วนของกลาโหมมีความไม่โปร่งใส


นายธนาธรจึงขอให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายละเอียดของ


          1. รายได้จากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุย้อนหลัง 10 ปี

          2. รายชื่อบริษัทผู้รับบริหารสัมปทานคลื่นวิทยุ และสัญญากับทุกบริษัท

          3. สัญญาระหว่างกองทัพบก กับช่อง 7 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2512

          4. รายได้จากการให้สัมปทานช่อง 7 ทุกปี ตั้งแต่ปี 2512

          5. รายได้อัตราค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน หรือ MUX

          6. ข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหม กับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารจัดการงบประมาณ

          7. รายละเอียดเงินนอกงบประมาณประเภท 1 และ 2 ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

          นายธนาธร กล่าวว่า เหตุที่อยากทราบรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะประชาชนตั้งคำถามว่า ทำไมบรรดานายพลจึงร่ำรวยผิดปกติ โดยดูจากบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 รายได้ของนายพล 81 คน ที่อยู่ใน สนช. มีทรัพย์สินเฉลี่ย 78 ล้าน รายได้เฉลี่ย 12.72 ล้านบาทต่อปี หรือมีทรัพย์สิน 6.13 เท่าของรายได้ รายได้และทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถได้มาโดยลำพังเงินเดือนการเป็นทหารอย่างเดียว หมายความว่านายพลส่วนใหญ่มี "side business" หรือทำธุรกิจคู่ขนานกับการรับราชการ

          นายธนาธร ยังย้ำด้วยว่า ได้ขอข้อมูลดังกล่าวไปตั้งแต่ตอนกระทรวงการคลังมาชี้แจงต่อ กมธ. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับเอกสารชี้แจงข้อมูลที่ขอไป

          พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตอบว่า เงินนอกงบประมาณที่สูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท ไม่ได้มาจากการจัดทำของกระทรวงกลาโหม แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลของสำนักงบประมาณของรัฐสภา และการเบิกจ่ายก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษเหนือกระทรวงอื่น ๆ แต่อย่างใด ส่วนเรื่องความโปร่งใสของรายได้นายพล ผบ.สส. ยืนยันว่าผู้ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ละคนอาจมีฐานความร่ำรวยแตกต่างกัน และได้แสดงความโปร่งใสผ่านการแสดงบัญชีทรัพย์สินแล้ว ทั้งก่อนและหลังการเข้ารับตำแหน่ง ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ พล.อ. พรพิพัฒน์ ยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดส่งเอกสารให้แก่นายธนาธรต่อไป

          ด้าน พล.อ. อภิรัชต์ ยืนยันว่า เงินนอกงบประมาณบางส่วนเป็นรายได้จากโรงพยาบาลของกองทัพ ซึ่งประชาชนก็เข้ารับการรักษาพยาบาลเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป รายรับบางส่วนจะนำกลับมาหมุนเวียนในการบริหาร ส่วนกรณีค่า MUX ช่อง 5 และช่อง 7 ทางช่อง 7 ได้หมดสัญญาไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 ส่วนในกรณีการปรับลดอัตรากำลังพล กองทัพมีแผนการปรับลดกำลังพลอยู่แล้ว ทั้งนายพลและพลทหาร อย่างไรก็ตาม พล.อ. อภิรัชต์ ไม่ได้ตอบคำถามกรณีความร่ำรวยผิดปกติของเหล่านายพลแต่อย่างใด

          ในประเด็นต่อมา นายธนาธรตั้งคำถามถึงกิจกรรมของกองทัพที่ไม่อยู่ในภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นม้า มวย หวย หรือกิจการพาณิชย์ สนามมวยลุมพินีแห่งใหม่ ที่รามอินทรา ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกิจการของรัฐหรือเอกชนกันแน่ รายได้ถูกนำไปทางไหน และถามกลับด้วยว่า หากสนามม้า สนามมวย ยังต้องมีอยู่ ทำไมจึงต้องขึ้นกับกองทัพ ทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ
 
          นายธนาธร ยังถามอีกด้วยว่า มีข้อมูลมากมายปรากฏทั่วไปว่ากองทัพมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร มีแม้แต่เอกสารวิชาการที่ทำวิจัยเรื่องดังกล่าว และมีแฟนเพจเฟซบุ๊กที่ชัดเจนว่าเป็นหน่วยงานทหาร แต่โพสต์ข่าวใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองบางพรรคอย่างต่อเนื่องด้วยวาทะเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในสังคม นายธนาธรจึงถามไปยังกระทรวงกลาโหมว่า ทางกระทรวงมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่ ถ้ามี อยู่ในหน่วยงานใด ใช้งบเท่าไหร่ และหากมีปฏิบัติการนี้ อำนาจในการกำหนดเนื้อหา เช่น ใครเป็น "ศัตรูของชาติ" หรืออะไรคือ "ความจริงที่ถูกต้อง" อยู่ที่ใคร ?

          ในกรณีนี้ พล.อ. พรพิพัฒน์ ยืนยันว่า การดำเนินกิจการมวย ม้า มาจากกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และการดูแลสวัสดิการทหารผ่านศึก แต่หากจะให้ตอบว่าการให้กิจการเหล่านี้อยู่ในการดูแลของกองทัพเหมาะสมหรือไม่ ก็คงต้องตอบว่า กองทัพทำแบบนี้มานานแล้ว คงต้องอยู่ที่นโยบายรัฐบาลว่าจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร ส่วนประเด็นเรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอ ที่โจมตีพรรคการเมือง ทางเหล่าทัพไม่ได้ชี้แจง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ธนาธร จี้ถามเป็นฉาก ๆ ใส่ ผบ. เหล่าทัพ ต้องการคำตอบ ทำไมนายพลรวยผิดปกติ โพสต์เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13:51:31 24,615 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP