x close

หนุ่มถูกสงสัย ชิงทองห้างลพบุรี รับประวัติไม่ดี เคยติดคุกคดีปล้นทอง แต่ตอนนี้กลับใจ

          หนุ่มถูกกล่าวหาเป็นผู้ต้องสงสัยชิงทอง ห้างลพบุรี รับเคยปล้นร้านทอง จนติดคุก 7 ปี แต่ตอนนี้กลับใจ ยันไม่มีเอี่ยว ชี้คนร้ายเตรียมตัวมาดี เชื่อหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว

          เหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำร้านทองออโรร่า เมื่อคืนวันที่ 9 มกราคม 2563 เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาจังหวัดลพบุรี และได้ก่อเหตุยิงประชาชนที่มาเดินห้าง เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีก 4 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น

          ทว่าโลกออนไลน์ได้มีการแชร์รูปถ่ายหนุ่มรายหนึ่ง พร้อมระบุว่าคือผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้ายผู้ก่อเหตุ ซึ่งในเวลาต่อมา มีรายงานว่าหนุ่มในภาพได้เดินทางเข้าพบตำรวจ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ต้องหาตามที่ตกเป็นกระแสในเฟซบุ๊ก ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น

ภาพจาก รายการโหนกระแส

          ล่าสุด (13 มกราคม 2563) รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 รายงานบทสัมภาษณ์ นายเอกฐวีป คงคาวารี หรือ เอก หนุ่มที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าว พร้อมกับ รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

- เอกคือคนที่อยู่ในภาพในเฟซบุ๊กที่เขาแชร์กันออกมา ?

          เอก : ใช่ครับ คิดว่าหลุดออกมาเพราะเจ้าหน้าที่ดึงข้อมูลออกมา คือผมคิดว่าผมอาจเป็นคนหนึ่งที่เขาสงสัย ว่าอาจไปก่อเหตุนี้ แล้วเอามาเช็กตรวจสอบ ก็อาจหลุดมาในกลุ่มไลน์ก็แล้วแต่ แล้วกระจายไป

- ยืนยันไม่ได้ก่อเหตุ ?

          เอก : ยืนยันครับ ไม่ได้ก่อเหตุครับ เรารู้เพราะมีคนมาบอกตอนประมาณ 4 โมงเย็น ผมเลิกเรียนก็มีเพื่อนส่งมาให้ดูว่ามีคนเอารูปไปแชร์ ก็ตกใจนิดหน่อย แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็โอเค ต้องไปหาตำรวจก่อน แสดงตัวไว้ก่อน ก็ไป สน.สามเสน เขาอนุญาตลงบันทึกประจำวันไว้

- แต่เรื่องไม่หยุด เพราะบ้านคุณที่กำแพงเพชร ตำรวจบุกไป ?

          เอก : มีตำรวจชุดหนึ่ง กับผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปที่บ้าน พี่ชายโทร. มาบอกว่าตำรวจเข้าไป ถามว่าเรื่องอะไรกัน พี่ตำรวจเขาก็แจ้งให้พี่ชายทราบว่าผมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุชิงทองที่ลพบุรี จังหวะนั้นผมเลยได้คุยกับตำรวจชุดที่ไปค้น แสดงตัวว่าไม่ใช่ผม ยืนยันได้ว่าเวลานั้นไม่ได้ไป

ภาพจาก รายการโหนกระแส

- คุณมีหลักฐานและส่งมาทางเรา 9 มกราคม โจรไปก่อเหตุ 20.45 น. มีคลิปคุณบอกเวลาว่า เวลา 20.28 น. คุณลงมาจากรถ อยู่ที่ไหน ?

          เอก : อยู่ที่ทำงานครับ จ.ชลบุรี ผมพักในที่ทำงานด้วย ตอนลงมาจากรถก็คุยโทรศัพท์ และเดินเข้าห้องครับ

- หลังจากนั้นไม่เกิน 10 นาที คนร้ายไปก่อเหตุที่ลพบุรี แต่คุณอยู่ชลบุรี ?

          เอก : ยืนยันครับ ชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุชิงทอง

- จะดำเนินคดีกับคนที่เอาภาพคุณไปลงไหม ?

          เอก : คิดว่าจะดำเนินการแจ้งความ ดำเนินคดีกับคนเอาภาพผมลงไปแชร์ เพราะสร้างความเสียหายให้ผมพอสมควร หลังจากนี้ก็คิดว่าจะมีปัญหาเรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเรียน และมีผลต่อคนรอบข้างด้วย เขาก็ไม่ได้รู้ว่าผมไปทำอะไรมา

- ประเด็นถัดมา พีคในใจเหมือนกัน ตัวคุณเองครั้งหนึ่งในปี 2556 เคยไปก่อเหตุจี้ชิงทองจริง ๆ ?

          เอก : ก็ยอมรับว่าเคยกระทำครับ ที่บิ๊กซี ลาดพร้าว ร้านออโรร่าเหมือนกัน

- คุณได้ทองไปเท่าไหร่ ?

          เอก : น่าจะราว ๆ 60-70 บาท ประมาณนี้ครับ มูลค่าก็ล้านกว่าบาท หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนก็เกม โดนจับที่ จ.แม่ฮ่องสอน หนีไปแม่ฮ่องสอนครับ

ภาพจาก รายการโหนกระแส

- จากลาดพร้าว คุณหนีไปเหนือเลย แล้วไปไหนอีก ?

          เอก : พอจากลาดพร้าวก็ไปพัทยา แพร่ แล้วแม่ฮ่องสอนครับ ประมาณ 3-4 วันที่ปล้น หลังจากนั้นก็เกม ติดคุกราว ๆ 7 ปีครับ

- คุณติดปี 2556 วันนี้ 2563 คุณออกจากคุกไม่นาน ?

          เอก : ประมาณ 10 เดือนครับ

- แล้วมาเกิดเหตุ ยอมรับว่าครั้งหนึ่งเคยทำผิดจริง ๆ ?

          เอก : ครับ ออกมาก็ไม่คิดจะกลับไปอีก ใช้ชีวิตปกติ มีเวลาว่างก็ไปเรียนหนังสือ กลับตัวใหม่ เอาใหม่ ตั้งใจทำงานและดูแลพ่อแม่

- มีที่ทำงานที่เปิดโอกาสคนเคยมีคดี ?

          เอก : ใช่ครับ ก็ขอบคุณและโชคดีมาก

- ไม่กลับไปอีก ?

          เอก : เราจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ตัวผมเองก็ตั้งใจแล้วด้วยตั้งแต่อยู่ข้างใน ว่าออกมาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย จะไม่หวนกลับไปอีก พยายามประคองทุกอย่างให้มันดี

- ตัวคุณเองกลับตัวกลับใจ เรียนหนังสือ มีงานทำที่ดี มีนายที่ดีที่ให้โอกาส ประเด็นสำคัญที่อยากคุย เราอาจได้ฟังคำวิเคราะห์มาหลาย ๆ มุมแล้ว แต่ไม่เคยได้ยินคนที่เคยก่อเหตุ แล้วมาวิเคราะห์คนก่อเหตุปัจจุบัน คุณวิเคราะห์ยังไง ?

          เอก : หลังเขาก่อเหตุ 2-3 วัน ผมก็ได้โพสต์ในเฟซของกองปราบฯ ผมก็เอาเคสผมเป็นบรรทัดฐาน ผมจะบอกว่าผมดูลาดเลาก่อน ใช้เวลาดูกับศึกษาเส้นทางหนี 2-3 อาทิตย์ ก่อนก่อเหตุ

- ไปดูหน้าร้านทอง ?

          เอก : เราก็เป็นลูกค้าธรรมดา เราก็เดินปน ๆ กับลูกค้า ดู ๆ ความเคลื่อนไหว เขาทำอะไร ออกไปเมื่อไหร่ จนเรารู้แน่ชัดเรื่องเวลา จนเริ่มก่อเหตุ

- ตอนก่อเหตุ ตัดสินใจอะไร ทำไมต้องไปจี้ชิงทอง ?

          เอก : ตอนนั้นมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน และหาทางออกไม่ได้ ตอนนั้นมีเงินในบัญชี 7-8 หมื่นได้ แต่บังเอิญว่าเรามีเรื่องที่ต้องใช้เงินมากกว่านั้น และหาเงินไม่ได้ ก็คิดสั้นด้วย และอารมณ์ชั่ววูบด้วย

- ตอนเข้าไปถือปืน ?

          เอก : พกไปในกระเป๋าโน้ตบุ๊ก เข้าไปเขาก็ตกใจ ดึงปืนออกมาและบอกให้พนักงานเข้าไปหลังร้านทั้งหมด เขาจะได้ไม่ต้องต่อสู้ เราจะได้ไม่ทำร้ายเขา

- ตอนคุณไปจี้ที่ลาดพร้าว คุณพรางตัวไหม ?

          เอก : พรางจากข้างนอก แต่ประตูเขาไม่เปิด ไปร้านก็เปิดหน้าเลยครับ ครั้งแรกใส่มาสก์เข้าไปรอบหนึ่ง แต่ประตูหน้าห้างไม่เปิดให้ ผมก็เดินไปนิดหนึ่งแล้วกลับมาถอดมาสก์ออก ผมคิดว่ากล้องวงจรปิด ผมก็ตัดสายจากข้างบน ลักษณะร้านคืออยู่ใต้ดิน ผมก็ตัดสายกล้องวงจรปิด

- ศึกษามาอย่างดี ?

          เอก : ครับ ก็เกือบ ๆ เดือน

- คุณถือปืนไปพูดเลยว่าให้ไปหลังร้าน ?

          เอก : ครับ ก็บอกทุกคนให้เข้าไปหลังร้าน เขาก็ตกใจ ลุกลี้ลุกลน ผมก็เดินไปหยิบทองแล้วก็เดินออก

ภาพจาก รายการโหนกระแส

- คุณพูดให้เขาหยุด ?

          เอก : ผมบอกว่าให้ทุกคนอยู่เฉย ๆ กลับไปหลังร้าน เขาเห็นปืนเขาก็รู้แล้ว ก็ตกใจและทยอยเดินไปหลังร้าน

- คิดจะยิงใครไหม ?

          เอก : ไมได้คิดจะยิงใคร แต่มีผู้ชายเดินตามผมไป ผมก็บอกว่าถ้าตามมาเดี๋ยวยิงนะ

- ถ้าเขาตามจะยิงไหม ?

          เอก : ก็เป็นไปได้ ถ้าเขามาจู่โจมจับเรา เหตุการณ์มันบังคับก็อาจจะทำ เป็นไปได้ หรืออาจไม่ทำก็เป็นไปได้

- มีผู้รวมขบวนการไหม ?

          เอก : มี 2 คน มีมอเตอร์ไซค์จอดรออยู่ข้างนอก และมีรถยนต์อีกคันหนึ่ง ซึ่งห่างไป 10 นาที มอเตอร์ไซค์พาไปส่งรถยนต์ รถยนต์พาหนี

- อ.โต้ง ถ้าจะวิเคราะห์ในมุมเขาที่เคยคิดเป็นคนร้าย ทำแบบนี้มาก่อน โจรคนปัจจุบันที่เขาไปชิงทองที่ลพบุรี ผิดแผกจากคนนี้ที่ก่อเหตุ ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : มีทั้งความเหมือนและความต่าง ความเหมือนคือคนร้ายชิงทองออโรร่าเหมือนกัน และเชื่อว่าเขาศึกษาสถานที่ เส้นทาง ศึกษาช่วงเวลาก่อเหตุ แม้กระทั่งพนักงานขายของผู้หญิงหรือผู้ชายเขาก็ศึกษาหมด ความต่างคือกรณีคนร้ายปิดอำพรางใบหน้าตั้งแต่ช่วงแรก แสดงว่าเขามั่นใจว่าปฏิบัติการครั้งนี้ต้องจบและได้ทองกลับไป สังเกตได้ช่วงแรกที่เข้าไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ มีคนมาซื้อทอง ก็คงตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องยิง เพราะใครที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นอุปสรรคและขัดขวางต่อการปฏิบัติการของเขา

- เอกบอกเขาเข้าไปก่อเหตุ บอกให้ถอยไปหลังร้าน แต่คนนี้ไม่พูดเลย ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : ส่วนแรกอยู่ที่บุคลิกภาพ อบรมเลี้ยงดู ความรุนแรงทั้งภายในและภายนอก ว่าเขาผ่านอะไรมา 2. ลักษณะการฝึกฝน ทักษะที่ถูกฝึกมา ปฏิบัติการต้องจบภารกิจ ก็เป็นไปได้ ไม่ 1. ก็ 2. แม้เขาไม่สนใจว่าจะทำให้ใครเสียชีวิตบ้าง แต่เขาได้ทองกลับไป

- น่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุไหม ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : ตอนนี้พบว่ามีแต่เขาเท่านั้น เป็นความต่างของคุณเอก เชื่อว่าตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสืบสวนเส้นทางและผู้ร่วมขบวนการ

- กรณีอาจารย์ที่เป็นนักอาชญาวิทยา มองยังไงเรื่องการยิง ลักษณะเหมือนคนแข่งขันยิงปืนเหมือนกัน ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : จริง ๆ แล้ว โดยหลักการยิงปืนเขามีการเรียนการสอน ทั้งส่วนตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง ภาคเอกชนก็มีการสอนยิงปืนเยอะเลยนะ แม้กระทั่งเดินนั่ง วิ่งยิง เดินยิง ก็มีการสอนทั้งหมด ประเด็นนี้ก็เป็นคำถามว่าคนก่อเหตุเป็นคนในเครื่องแบบไหม

- เป็นคนมีความแม่นยำไหม ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : เท่าที่ดูจากคลิป เชื่อว่าคนร้ายผ่านการฝึกฝนใช้อาวุธปืน และเชื่อว่าก่อนก่อเหตุเขาก็คงไปซ้อมยิงปืนมา เชื่อว่าชุดสืบสวนกำลังเก็บข้อมูล เก็บหัวกระสุนมาเปรียบเทียบ

- บางท่านบอกก่อเหตุเหมือนในเกม ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : ต้องเรียนว่าคนเราอาจเกิดการเรียนรู้ได้จากการเล่นเกมหลายครั้งบ่อย ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเล่นเกมจนติดจะก่อเหตุแบบนี้ทุกคน เช่น เด็กอายุ 15-16 ปี 3 คน ติดเกม แล้วก่อเหตุใช้มีดปาดคอคนขับแท็กซี่เสียชีวิต ตำรวจตามจับได้ บอกว่าเลียนแบบในเกม แต่อันนี้มีความต่างตรงที่คนร้ายเข้ามาไม่ได้พูดอะไรเลย ยิงก่อนเลย

ภาพจาก รายการโหนกระแส

- วิธีการลักษณะความคิดที่เราไปก่อเหตุ กับคนนี้ก่อเหตุ เหมือนกันไหม ?

          เอก : มีความเหมือน ที่ต่างก็มี เหมือนผมเข้าไป ผมไม่ได้มีเป้าว่าจะไปยิงคน มีเป้าแค่จะชิงทอง แค่นั้นเองครับ แล้วไม่ได้วางแผนว่าใครเข้ามาต้องยิง ไม่ได้คิดเรื่องนี้ นอกจากเหตุฉุกเฉิน แล้วเขาเข้ามาก็ยิงเลย แต่อย่างน้อยเราก็รู้ได้ว่าต้องเป็นคนที่เคยยิงคนมาด้วย เพราะคนไม่เคยยิงใครมาไม่มีทางจะยิงใครได้ ยากมาก

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : แนวโน้มผู้ก่อเหตุน่าจะเคยทำผิดอะไรมาก่อน การเข้ามาถือปืนอำพรางใบหน้า เขาสามารถยิงได้ทุกคนที่ไปขวางเขา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นท่านแรก เพราะเขาคิดว่าน่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับเขา

- เอกต้องลงพื้นที่ไปดูสังเกตการณ์ก่อนกี่วัน ?

          เอก : ราว ๆ 2-3 สัปดาห์ครับ ผมมั่นใจว่าเขาลงพื้นที่ดูก่อนแน่นอน เพราะเขารู้ว่าร้านทองปิดกี่โมง เส้นทางหนีถ้าไม่ใช่คนเคยอยู่ในพื้นที่หรือศึกษาเส้นทางมา มันเป็นไปได้ยาก เพราะชั่วโมงที่หนี แผนที่เราวางไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความรีบอะไรต่าง ๆ ต้องแม่นพอสมควร

- คิดว่าเขาจะหนีไปไหน ?

          เอก : ถ้าเรารู้พื้นที่จริง ต้องรู้ว่าพื้นที่ไหนไม่มีกล้อง ถ้าเขาทำคนเดียว ก็พยายามออกนอกพื้นที่เมือง ออกนอกจังหวัดแน่นอน

- แต่ตำรวจบอกว่าอยู่ไม่ไกลเกิน 5 กิโลเมตร ?

          เอก : ถ้าตัวผมเอง ผมไปแน่นอน กับมีเพื่อนที่ไปเจอกันในเรือนจำ ทุกคนออกนอกพื้นที่หมด ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแน่นอน

- ถ้าย่ามใจล่ะ ไม่ออกนอกพื้นที่ ที่อันตรายที่สุดน่าจะปลอดภัยที่สุด ?

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : เท่าที่ดู คนร้ายน่าจะหลบไปที่ปลอดภัยมากกว่า หลังก่อเหตุแล้วส่วนใหญ่เขาจะหลบไปจากจุดเกิดเหตุ

- คนร้ายต้องไปดู การแฝงตัวเข้าไป เราแฝงยังไง ?

          เอก : ผมเอาเคสผมเอง ตรงนั้นใกล้ร้านหนังสือ ผมก็เข้าไปอ่านหนังสือ ยืนมองแล้วสังเกต ถ้าเห็นพื้นที่ เราก็รู้นี่ครับว่าตรงไหนที่คนจะไปแฝงตัว เขาอาจไปนั่งร้านอาหารก็เป็นไปได้ ผมไปนั่งร้านกาแฟด้วยครั้งหนึ่ง แล้วก็ดูประมาณ 7 นาที ไปอ่านหนังสือพิมพ์

- คุณดูอะไร ?

          เอก : ผมอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเขามาเซ็นในเวลากี่โมง ดูจนมั่นใจว่าเวลานี้ ตอนเย็นไม่มาแน่ ถ้าไม่เลือกตอนเปิดร้านก็ต้องเลือกตอนปิดร้าน

          รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ : เขาเลือกสถานที่ ศึกษามาจนรู้แล้ว 2. เป้าหมาย 3. เวลา ผมเชื่อว่าเขาก็ต้องมาห้างเวลานั้น คนประมาณไหน ผมเห็นด้วยว่าเขาต้องมาดูว่าช่วงเวลาที่เขาลงมือ ตำรวจอยู่ไหม ตำรวจมาลงเซ็นชื่อร้านทองเวลาไหนบ้าง กลับตอนไหน เราก็เจอบางรายที่ประจวบคีรีขันธ์ คนร้ายก็ยอมรับว่าเขาศึกษา ซึ่งต้องเรียนว่าเคสนี้ค่อนข้างยาก

- คิดว่าคนร้ายเจตนาชิงทองหรือก่อเหตุ ?

          เอก : ผมว่าชิงทองแน่นอน

- แต่เขาได้ทองไปน้อย ?

          เอก : คิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ดูให้ถี่ถ้วนว่าเวลาที่ร้านใกล้ปิดเขาจะเก็บทองไปในเวลานี้ เหตุผลที่เขาได้ไปน้อยเพราะเขาเก็บไปแล้วบางส่วน ที่เขาไม่เก็บเพราะมีลูกค้าเลือกทองอยู่ เป็นความผิดพลาดของเขาที่ไม่ได้ดูให้ถี่ถ้วน ถ้าเขามาก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมง เขาอาจได้เยอะกว่านี้ เจตนาชิงทองแน่นอน

- อยากบอกอะไร ?

          เอก : ปัญหาของคนที่ออกมาจากเรือนจำ ไม่มีหน่วยงานไหนรับ ก็จะวนกลับมาเป็นวงจร ทำผิดอีก มีโอกาสเยอะมาก ผมโชคดีมีเจ้านายที่เขาใจกว้างและเปิดรับ แต่เขาก็ดูความสามารถให้เราทำงานได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
หนุ่มถูกสงสัย ชิงทองห้างลพบุรี รับประวัติไม่ดี เคยติดคุกคดีปล้นทอง แต่ตอนนี้กลับใจ โพสต์เมื่อ 13 มกราคม 2563 เวลา 15:21:26 68,752 อ่าน
TOP