แฉปมรื้อ บอมเบย์ เบอร์มา เป็นผุยผง พบขบวนการค้าไม้เก่า อ้างปรับปรุงบังหน้าหรือไม่

          ศรีสุวรรณ แฉปมรื้ออาคาร บอมเบย์ เบอร์มา พบขบวนการค้าไม้เก่า แอบขนไม้ไปขาย ก่อนโดนหักหลังกันเอง อ้างเรื่องปรับปรุงอาคารมาบังหน้าหรือไม่ ชี้พิรุธหลายจุด ไม่ขึ้นทะเบียนไม้ก่อนรื้อ กระทั่งทุบทิ้งเป็นผุยผง




          เป็นกรณีที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก สำหรับอาคารที่ทำการ บริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง ที่เข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ ตั้งแต่ปี 2432 ซึ่งมีอายุถึง 131 ปี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำยม ชุมชนเชตวัน อ.เมืองแพร่ ถูกผู้รับเหมาที่จ้างมาปรับปรุง ทุบทำลายอาคารพังเสียหายทั้งหมด สร้างความเสียใจและเสียดายให้กับประชาชนอย่างมาก ขณะที่  ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ชี้แจงว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเจตนาดีที่จะปรับปรุง ภายใต้งบ 4.56 ล้านบาท

อ่านข่าว : อนุสรณ์สถาน อาคารไม้ 120 ปี ผู้รับเหมาทุบทิ้งเละเป็นซาก ทำร้ายจิตใจคนแพร่
อ่านข่าว : รื้ออาคาร บอมเบย์ เบอร์มา อายุ 120 ปี เพื่อสร้างใหม่แบบก๊อบปี้-ผอ. ลั่น รู้เท่าไม่ถึงการณ์

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (19 มิถุนายน 2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การรื้อซ่อมแซมอาคาร บอมเบย์ เบอร์มา เป็นที่แปลกใจของประชาชนอย่างมากว่า ทำไมไม่เป็นไปตามหลักวิชาการปรับปรุงอาคารอายุเกิน 100 ปี รวมถึงต้องทำทะเบียนไม้แต่ละชิ้นที่ถอดออกมา เพื่อนำมาฟื้นฟู ปรับปรุง ซ่อมแซม เพื่อนำกลับไปสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยใช้ไม้เดิม ๆ จึงจะถือว่าเป็นการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้ยั่งยืนต่อไป

          การรื้อดังกล่าวไม่ตรงกับคำให้สัมภาษณ์ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่อ้างว่าได้รับรายงานจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่บอกว่าไม้ทั้งหลังไม่ได้เอาไปไหน ไม้ทุกแผ่นยังกองอยู่ที่เดิม สาเหตุที่ต้องรื้อไม้ลงมาเพราะฐานรากคอนกรีตอาคารเสื่อมสภาพ การจะซ่อมแซมได้ต้องทุบทิ้งแล้วทำฐานใหม่ เมื่อทำฐานเสร็จก็จะนำไม้ที่รื้อมาประกอบเป็นตัวอาคาร


          ทางสมาคมได้รับข้อมูลผิดปกติจากสายข่าว กอ.รมน. แจ้งว่า มีการเจรจาซื้อ-ขายไม้เก่าชั้นดีบางส่วน ที่รื้อมาจากอาคารบอมเบย์ เบอร์มา ออกขายไปแล้ว โดยพ่อค้าไม้เฮือนเก่าจากบ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ ซึ่งมีความพยายามที่จะขนย้ายไม้เก่าออกจากพื้นที่ในเวลากลางคืนเพื่อเลี่ยงการจับกุม ทำให้ตำรวจทุกสถานีใน จ.แพร่ ตั้งด่านจับกุม แต่พอเรื่องกลายเป็นข่าวดังขึ้นมา จึงมีการเจรจาขอไม้บางส่วนคืน แต่ถูกปฏิเสธเพราะ "คืนไม้ไม่คืนเงิน"


          ด้วยเหตุดังกล่าวนั้น นายศรีสุวรรณจึงเดินทางไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมศิลปากร และผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รวมทั้งผู้บริหารใน จ.แพร่ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ๆ ในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หลังปล่อยให้มีการทุบรื้อทำลายอาคารบอมเบย์ เบอร์มา

          โดยไม่อาจเรียกว่า "ปรับปรุงซ่อมแซม" ได้ เพราะไม่เหลือสภาพเดิมเลย แม้แต่ลวดลายไม้ฉลุต่าง ๆ ก็ถูกแกะรื้อทำลายจนแตกหัก ไม่ขึ้นทะเบียนไม้แต่ละชิ้นก่อนรื้อ แถมมีข่าวลักลอบซื้อ-ขายไม้เก่า นอกจากนี้อาคารดังกล่าวถือได้ว่าเป็น "โบราณสถาน" ตามนิยามใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ว่า

          "อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ทั้งนี้ ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย" ดังนั้น ถึงแม้อาคารดังกล่าวจะยังมิได้มีการประกาศรายชื่อจากกรมศิลปากร แต่ก็อยู่ในฐานะโบราณสถาน ตามนัยทางกฎหมาย


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แฉปมรื้อ บอมเบย์ เบอร์มา เป็นผุยผง พบขบวนการค้าไม้เก่า อ้างปรับปรุงบังหน้าหรือไม่ อัปเดตล่าสุด 23 มิถุนายน 2563 เวลา 14:41:56 13,206 อ่าน
TOP
x close