ลุงพล-ป้าแต๋น มาตามนัด เข้าเครื่องจับเท็จพิสูจน์ 8 สมมติฐานคดี น้องชมพู่ ลั่น พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ไม่เครียด เข้าใจเป็นขั้นตอนกฎหมาย
วันที่ 8 มกราคม 2564 ข่าวช่องวัน รายงานว่า นายไชยพล วิภา หรือลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น
ลุงและป้าของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ
ที่เสียชีวิตอย่างเงื่อนงำบนภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง
จ.มุกดาหาร ได้เดินทางมายังศูนย์พิสูจน์ 1 จังหวัดปทุมธานี
เพื่อเข้าสู่กระบวนการใช้เครื่องจับเท็จ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคดีดังกล่าว
โดยลุงพลและป้าแต๋น เผยก่อนที่จะมาเข้าเครื่องจับเท็จ ว่า ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือหนักใจอะไร เข้าใจเป็นขั้นตอนของกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ได้กังวลว่าจะถูกออกหมายจับแต่อย่างใด
สำหรับการสอบปากคำโดยใช้เครื่องจับเท็จ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 9 ชั่วโมง และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา อยู่ด้วยในทุกกระบวนการ ซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย และถือว่าเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีและมีความใกล้ชิดกับน้องชมพู่ มาเข้าสู่กระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จแล้ว ทั้งหมด 7 คน
อาทิ น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่, นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่, นางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่, นางจุไรภรณ์ หรือน้าต่าย, นายเสริม น้าเขย, นายนรินทร์ หรือน้าแต และ น.ส.สายฝน หรือ ฝน ตามลำดับ แต่การเข้าเครื่องจับเท็จนั้น อาจจะไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าใครเป็นฆาตกรที่แท้จริง
1. เส้นทางขึ้นภูเหล็กไฟได้มี 4 เส้นทาง แต่ละทางก็ยากลำบากเกินความสามารถของเด็ก ทั้งเนินชันมากกว่า 60 องศา และจากสอบปากคำพ่อแม่ บอกน้องชมพู่ยังขึ้นบันไดที่บ้านไม่ถนัด
2. พลังงานจากอาหารมื้อสุดท้ายที่น้องชมพู่รับประทาน คือข้าวไข่เจียว 3 คำ น้ำส้ม 1 ขวด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเดินไปบนจุดพบศพ
3. ประสบการณ์ชาวบ้าน ยืนยันว่า เด็ก 3 ขวบ น่าจะขึ้นไปได้แค่ชั้น 2 ของภูเหล็กไฟ แต่จุดที่พบศพน้องกลับอยู่สูงกว่านั้นมาก
4. เคยมีชาวบ้านหลงป่า ระยะทางไกลว่าน้องชมพู่ 2 เท่า แต่ชาวบ้านสามารถหาได้เจอภายในคืนเดียว แต่กรณีน้องชมพู่ทำไมถึงหาไม่เจอ
5. แพทย์ผู้ชันสูตรและกุมารแพทย์ ยืนยืนว่า พัฒนาการของเด็กอายุ 3 ขวบ ไม่สามารถเดินขึ้นไปเองได้ ณ จุดที่พบศพ
6. สภาพศพที่เปลือยกาย ซึ่งพ่อแม่ของน้อง ยืนยันว่า น้องชมพู่ยังถอดเสื้อผ้าเองไม่เป็น
7. พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ที่ตรวจพบเส้นผมน้องชมพู่ 36 เส้น ถูกตัดหรือเฉือนด้วยมีด เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำของบุคคลอื่น
8. พ่อแม่ คนในครอบครัว รู้นิสัยของน้องชมพู่ กลัวที่สูง กลัวที่มืด และไม่เคยไปในป่าหลังบ้านเลยสักครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทาง ผบ.ตร. เผยด้วยว่า ต้องนอนเครียดต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่เลิก ซึ่งข้อหาที่กระทำผิดคือพรากเด็กฯ, กักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้








