หลานอดีตรัฐมนตรี จ่อพบตำรวจ 29 ส.ค. เคลียร์ปมวางยาดาราสาว ท้าสาบานวัดพระแก้ว


          หลานอดีตรัฐมนตรี เล็งพบตำรวจ 29 สิงหาคม สู้คดีวางยาดาราสาววัย 21 ปี พร้อมท้าอีกฝ่ายดื่มน้ำสาบานวัดพระแก้ว ในฐานะพุทธศาสนิกชน ส่วนคุณอามองว่า หลานเป็นคนดี

นักการเมืองข่มขืนผู้หญิง

          จากกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ออกมาแฉว่ามีนักร้องสาว นักแต่งเพลง และนักแสดง วัย 21 ปี ถูกนักธุรกิจชายวัย 35 ปี หลานอดีตรัฐมนตรีที่กำลังจะลงเล่นการเมือง มีเป้าหมายลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี หลอกลวงไปข่มขืน เบื้องต้นนักธุรกิจบอกว่า ไม่ได้ทำ แล้วก็อ้างว่าผู้เสียหายสมยอม


          ล่าสุดวันที่ 26 สิงหาคม 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า ระหว่างที่ผู้เสียหายคุยกับทนายตั้ม ก็มีญาติผู้ก่อเหตุ ชื่อ อาน้อง เป็นอดีตรัฐมนตรี โทรศัพท์มาหา บอกว่าตนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ จริง ๆ กำลังให้หลานชายลงเล่นการเมือง ถ้ามีเรื่องอะไรไม่ดีก็จะเสียหายทั้งคู่ ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินก็จะช่วย พร้อมยื่นข้อเสนองานในวงการบันเทิงแลกกับการไม่ดำเนินคดี

นักการเมืองข่มขืนผู้หญิง

          ขณะที่ทีมข่าวช่อง 3 สัมภาษณ์อาน้องว่า คลิปการสนทนาของตนกับฝ่ายหญิง เป็นข้อมูลฝ่ายเดียว ทำให้ตนเครียดจนไม่สบาย ไม่พร้อมจะชี้แจงใด ๆ ส่วนครอบครัวมอบหมายเรื่องนี้ให้ทนายความจัดการแล้ว ในวันที่ 29 สิงหาคม นี้ อาน้องและหลานชายจะเดินทางไป สน.โชคชัย ตามหมายเรียกตำรวจ เพื่อเอาหลักฐานที่มีไปชี้แจง แสดงความบริสุทธิ์

          นอกจากชี้แจงข้อเท็จจริง ในฐานะพุทธศาสนิกชน ก็ขอท้าฝ่ายหญิงไปพิสูจน์ความจริงด้วยการสาบานที่วัดพระแก้ว ทั้งนี้ ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตนฟังจากหลาน เขาบอกว่าเป็นเรื่องของต่างคนต่างไม่มีสติ และไปด้วยกันด้วยความสมัครใจ ตนจึงอยากพิสูจน์ทางคดีและอยากท้าน้องฝ่ายหญิงดื่มน้ำสาบาน ไม่รู้เขาจะกล้าหรือเปล่า ถ้าหลานตนผิดก็ต้องรับผิด ฝ่ายหญิงผิดก็ว่าไปตามผิด เราจะไม่ใส่ความใคร ที่ผ่านมาหลานเป็นคนดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย

          ส่วนเรื่องที่หลานชายจะมาเล่นการเมืองระดับประเทศ เป็นเรื่องอนาคตอีกไกล เพราะปัจจุบันเขาอายุยังน้อย ครอบครัวสนับสนุนให้ทำประโยชน์แก่บ้านเมือง


ทนายตั้ม ลุยเอาผิดข้อหาหนัก ๆ จะทำให้เป็นคดีตัวอย่าง


          ขณะที่ เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ของทนายตั้ม ระบุว่า ผมจะทำให้เป็นคดีตัวอย่างและมาตรฐานว่า ไม่มีผู้มีอำนาจคนไหนรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนี้ได้ โดยข้อหาหนัก ๆ ได้แก่

          - ปลอมปนอาหารและเครื่องดื่ม

          - ข่มขืนกระทำชำเรา

          - กระทำอนาจาร เพิ่มโทษพ่วงไปอีกเพราะตอนก่อเหตุเหยื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ

          - ทำร้ายร่างกาย+เพิ่มโทษ

          - หน่วงเหนี่ยวกักขัง

          - ข่มเหงรังแก

นักการเมืองข่มขืนผู้หญิง

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หลานอดีตรัฐมนตรี จ่อพบตำรวจ 29 ส.ค. เคลียร์ปมวางยาดาราสาว ท้าสาบานวัดพระแก้ว อัปเดตล่าสุด 26 สิงหาคม 2565 เวลา 10:35:59 21,809 อ่าน
TOP
x close