x close

แม่-ลูก 8 เดือน ถูกเมียเก่าผัวสาดน้ำกรด จนลูกตาบอด 2 ข้าง ตำรวจแจงเหตุ ดำเนินคดีไม่ได้


          แม่วอนคนช่วย ถูกเมียเก่าผัวตามสาดน้ำกรด จนหูหลุด หน้าเละ ซ้ำสาดลูก 8 เดือน จนตาบอด 2 ข้าง ผัวตัวดีทิ้งไปมีเมียใหม่ ด้านตำรวจแจ้งเหตุผล ไม่มีอำนาจสอบสวนดำเนินคดี

แม่ลูก ถูกน้ำกรดสาด
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กันจอมพลัง ช่วยสู้

          จากกรณีวานนี้ (28 เมษายน 2567) กัน จอมพลัง ออกมาเปิดเผยถึงกรณีของแม่วัย 28 ปี จาก จ.กาญจนบุรี ที่พาลูกน้อยวัย 8 เดือน มาขอความช่วยเหลือ หลังถูกภรรยาเก่าของสามีบุกราดน้ำกรด จนทำให้แม่หูหลุด หน้าเหลวผิดรูป แขนใช้ได้ข้างเดียว ขณะที่ลูกน้อยวัย 8 เดือน ตาบอด 2 ข้าง ก็ถูกน้ำกรดราดใส่หน้าและตัวเละเหลวผิดรูป

          โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ขณะที่แม่กำลังอาบน้ำให้ลูกน้อย ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 2 เดือน ภรรยาเก่าของสามีนำน้ำกรดมาราดศีรษะผู้เสียหายจนลงมาที่แขนและลำตัว แม่พยายามอยู่นิ่ง ๆ เพื่อไม่ให้น้ำกรดโดนลูก แต่เมื่อภรรยาเก่าเห็นเด็กก็นำน้ำกรดมาราดใส่ลูกน้อยอีก ทำให้ลูกสาวตาบอด 2 ข้าง จมูกหาย ตัวเละ ต้องเจาะคอเพื่อหายใจ แม้แม่ลูกจะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็มีความลำบากและต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก

แม่ลูก ถูกน้ำกรดสาด
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กันจอมพลัง ช่วยสู้

          หลังเกิดเหตุสามีก็มาเยี่ยมเป็นพัก ๆ ก่อนขาดการติดต่อไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยทราบว่าตอนนี้สามีทอดทิ้งตนกับลูกสาว หนีไปมีภรรยาใหม่แล้ว แม้ว่าก่อนตนออกจากโรงพยาบาลจะทักไปขอความช่วยเหลือเรื่องที่พัก เพื่อจะรักษาตัว สามีตอบกลับมาเพียง "ไม่รู้" และเงียบหายไป จึงตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจาก กัน จอมพลัง

          ทั้งนี้ หญิงผู้เสียหายเผยว่า วันที่เกิดเหตุนั้นฝ่ายชายยังไม่เลิกกับผู้ก่อเหตุ แต่มาอ้างกับตนว่าอีกฝ่ายเป็นภรรยาเก่า นอกจากนี้ยังมีการตามราวีผู้เสียหายมาตั้งแต่ช่วงก่อนคลอด ทั้งส่งยาทำแท้งมาให้ นำรูปของตนไปโพสต์ลงโซเชียล กล่าวหาว่าตนขายบริการ ขณะที่ในส่วนคดี หลังออกจากโรงพยาบาลตนได้แจ้งความไว้แล้วในวันที่ 25 เมษายน ที่ฝั่งเมียนมา จากนั้นก็มาแจ้งความที่ สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ต้องให้เมียนมาโอนคดีมาฝั่งไทย และรับปากจะช่วยอย่างเต็มที่

          ขณะที่ กัน จอมพลัง ระบุว่า ในวันที่ 29 เมษายน ตนจะพาแม่ลูกไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี และจะพาไปยังสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อขอขยายวีซ่าให้ทั้งคู่ได้รักษาตัวต่อในประเทศไทย

ตำรวจไทยแจงเหตุ ไม่สามารถดำเนินคดีได้


          ล่าสุด (29 เมษายน) เฟซบุ๊ก โหนกระแส รายงานว่า พล.ต.ต. นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ สภ.สังขละบุรี รายงานข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว จนทราบว่าเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะที่นางเกตี อยู่บ้านเช่าไม่ทราบเลขที่ในเมืองพญาตองชู ประเทศเมียนมา และกำลังอาบน้ำให้ลูกสาว ได้มี น.ส.ชอน สัญชาติเมียนมา มาหาที่บ้าน และนำน้ำกรดที่บรรจุดในขวดพลาสติกมาสาดใส่ จนนางเกตีกับลูกสาวได้รับบาดเจ็บ โดยมีคนเรียกรถพยาบาลไปรับตัวทั้งคู่ส่งรักษาที่อนามัยในอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา แล้วส่งต่อไป รพ.สต.บ้านพระเจดีย์สามองค์ และส่งต่อไป โรงพยาบาลสังขละบุรี ก่อนส่งต่อไป โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

          จากนั้นส่งแยกกันไปรักษาที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี และโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งนางเกตีใช้เวลารักษาตัว 3 เดือน ส่วนลูกสาวรักษาตัวนาน 5 เดือน ก่อนที่นางเกตีจะเข้าแจ้งความที่ สภ.สังขละบุรี ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ชอน

แม่ลูก ถูกน้ำกรดสาด
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กันจอมพลัง ช่วยสู้

          ด้านพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ได้ทำการสอบสวนผู้กล่าวหา พยานไว้แล้ว และได้ทำหนังสือ เสนอไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ ตช. 0022(กจ).3(14)/716 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2567 เรื่อง ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ มาตรา 20 ว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร หรือไม่

          ต่อมาตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0033.1/245 ลง 5 เมษายน 2567 เรื่องคืนเรื่องการสอบสวนกรณีขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ เกิดขึ้นและสำเร็จลงในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย โดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรไทย


ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3, เฟซบุ๊ก โหนกระแส


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แม่-ลูก 8 เดือน ถูกเมียเก่าผัวสาดน้ำกรด จนลูกตาบอด 2 ข้าง ตำรวจแจงเหตุ ดำเนินคดีไม่ได้ อัปเดตล่าสุด 29 เมษายน 2567 เวลา 14:41:21 17,301 อ่าน
TOP