คนขอทานพิการไร้บ้าน ความจริงเป็นเศรษฐี มีบ้าน มีธุรกิจ มีรถ มีคนขับรถส่วนตัว เจ้าตัวบอกไม่เคยขอใคร คนให้เงินกันเอง

ภาพจาก Indore Police
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล
เผยเรื่องราวพลิกผันที่น่าตกตะลึงของชายรายหนึ่งในประเทศอินเดีย
เมื่อความจริงถูกเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ขอทานไร้บ้าน
แต่เป็นเศรษฐี มีทั้งทรัพย์สิน รถ และธุรกิจมากมายเป็นของตนเอง
ในขณะที่เขายืนยันว่า "ไม่เคยขอเงินใคร"
ชายรายนี้อายุ 50 ปี รู้จักกันในชื่อ มังกิลาล เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาในตลาดซาราฟา บนถนนในเมืองอินดอร์ รัฐมัธยประเทศ ประเทศอินเดีย ด้วยสภาพร่างกายที่เจ็บป่วยเรื้อรังจนอยู่ในลักษณะเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินได้ และเสียปลายนิ้วไปเพราะโรคเรื้อน ทุกวันผู้คนจะเห็นเขาอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิบนแท่นกระดานไม้เล็ก ๆ ที่ติดล้อ และค่อย ๆ ดันตัวเองไปมา
ภาพของเขาที่ปรากฏเช่นนี้มานานหลายปี ทำให้ผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาเป็นขอทานพิการผู้ไร้บ้าน หลายคนรู้สึกเวทนาจึงควักเงินในกระเป๋าออกมาช่วยเหลือคนละเล็กคนละน้อย ในขณะที่มังกิลาลไม่เคยขออะไรจากใครเลย เขาเพียงอยู่บนแท่นของเขาและเอาแต่จ้องมองพื้น แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาดูน่าสงสารมากขึ้น และมันกลับกลายเป็น "กลยุทธ์" ทำให้เขาร่ำรวยกว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรง
ความจริงถูกเปิดเผยเมื่อทางการท้องถิ่นมีนโยบายต้องการทำให้เมืองอินดอร์เป็นเมืองปลอดขอทาน และด้วยความพยายามอย่างขันแข็งของทางเจ้าหน้าที่ จึงได้เข้าไปช่วยเหลือผู้พิการภายในเมือง ซึ่งรวมถึงมังกิลาลผู้นี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากได้รับการช่วยเหลือ พาไปอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาด ทางเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าไปสอบถามทำให้ทราบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า เขาไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่เห็น
ภาพจาก Indore Police
มังกิลาลยอมรับว่า เขาได้รับเงินจากการบริจาคของผู้คนในตลาด แต่เขายืนยันว่าไม่เคยร้องขอ และเงินที่เขาได้รับจากพวกเขานั้นไม่ได้ใช้ในการดำรงชีพ แต่ถูกนำไปใช้ลงทุนสำหรับธุรกิจต่าง ๆ
"ผมไปที่นั่นจริง แต่ไม่ได้ขอทาน คนที่ให้เงินผมคือคนที่โยนเหรียญหรือธนบัตรลงบนกระดานไม้" มังกิลาล พยายามอธิบาย
อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาร่วมสอบสวนและตรวจสอบบัญชีธนาคารในชื่อของเขา จนทำให้พบว่า สมาชิกในครอบครัวของเขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "ธุรกิจขอทาน" นี้ด้วย โดยการขอทานถือว่าผิดกฎหมายในเมืองดังกล่าว แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการหรือบทลงโทษที่เขาจะได้รับ หลังจากนี้





