รวบอดีตผู้จัดการห้างดัง แฮกระบบข้อมูลห้าง เสียหายร่วม 10 ล้าน อ้างมีปัญหาส่วนตัวกับผู้บริหาร ตั้งใจแค่จะป่วน ไม่คิดจะเสียหายหนัก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
วันที่ 9 เมษายน 2569 เดลินิวส์ รายงานกรณีการจับกุมอดีตผู้จัดการของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านนนทบุรี ที่แอบแฮกระบบข้อมูลของห้างจนเกิดความเสียหาย
โดยทางตำรวจไซเบอร์นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมกลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ พร้อมหมายค้นศาลอาญาที่ 230/2569 เข้าตรวจค้นบ้านย่านบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สามารถจับกุมตัว นายสมเจตน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1981/2569 พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 มีตัวแทนจากห้างในพื้นที่ย่านนนทบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ว่า มีคนร้ายแฮกข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของทางห้าง จนไม่สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ แถมหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังดำมืด ปรากฏข้อความว่า "CIO Get Out" สื่อถึงการขับไล่ผู้บริหารสูงสุดที่บริหารสายงานระบบข้อมูล

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
ต่อมาฝ่ายเทคโนโลยีของห้างเข้าตรวจสอบระบบสารนิเทศ และระบบต่าง ๆ ภายใน แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยระบบที่ถูกทำลายเป็นในส่วนที่พนักงานของห้างใช้ดำเนินงานทางธุรกิจ และให้บริการแก่พันธมิตร (Partner) และผู้จัดส่งสินค้า (Supplier) และใช้งานประเภทอื่น ๆ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสารสนเทศของห้าง ได้เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันและแก้ไขขระบบจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดปัญหากินเวลานานกว่า 12 ชั่วโมง สร้างความเสียหายกับธุรกิจของทางห้างว่า 10 ล้านบาท
ชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 จึงทำการสืบสวนแกะรอย จนทราบตัวผู้ก่อเหตุที่ลงมือแฮกระบบ คือ นายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์กของห้าง ซึ่งถูกทางบริษัทให้ออกจากงานไปก่อนหน้า จึงรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับและหมายค้น ก่อนเข้าควบคุมตัวไว้ได้
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นคนแฮกระบบจริง เนื่องจากไม่พอใจผู้บริหารจากปัญหาส่วนตัว โดยตั้งแต่แค่จะกลั่นแกล้งเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบจนเกิดความเสียหายนับสิบล้านบาท
ทางตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และทำให้เสียหายทำลายแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์





