อดีตนายแบบวัย 40 ปี โผล่แฉยับอาจารย์แก้กรรม ลวงเข้าห้องทำพิธีจู่ ๆ ถกกางเกงอมบวบ จนแสบร้อนทรมานเพราะพิษน้ำพริกตาแดง ด้านตำรวจคุมตัวฝากขังค้านประกัน

กรณีอาจารย์แก้กรรมชื่อดังที่กำลังตกเป็นข่าวและถูกควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยพบเบื้องหลังรายชื่อจเากรรมนายเวรมาจากการไปค้นหนังสือรุ่นของคนที่เข้ามาแก้กรรม ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย ตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าตัวมีความผิดเพิ่มหรือไม่ กรณีที่ไปหลอก เมฆ วินัย นักแสดงชื่อดัง ที่มีอาการป่วยให้เดินทางไปแก้กรรมที่ไกล ๆ จนทรุดหนัก
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 รายงานว่า มีผู้เสียหายรายใหม่ อดีตนายแบบวัย 40 ปี ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ในอดีต หลังเคยเผชิญเหตุการณ์ไม่เหมาะสมระหว่างเข้ารับพิธีแก้กรรมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ซึ่งกลายเป็นความทรงจำที่กระทบจิตใจมาจนถึงปัจจุบัน
ผู้เสียหายเล่าย้อนว่า ในช่วงเวลานั้นมีผู้ใหญ่ที่รู้จัก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แนะนำให้ไปแก้กรรมกับอาจารย์รายดังกล่าว โดยเขาได้เดินทางไปพร้อมเพื่อนหญิง ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของอดีตรัฐมนตรี หลังเพื่อนถูกทักเรื่องเจ้ากรรมนายเวร จนนำไปสู่การตัดสินใจเข้าร่วมพิธีด้วยกัน ตอนเดินขึ้นไปเห็นสำรับกับข้าวมีน้ำพริก 2-3 ชนิด ทั้งน้ำพริกอ่อง น้ำพริกตาแดง น้ำพริกกะปิ
เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่ อาจารย์รายนี้ทำการดูรายชื่อก่อนจะให้ทั้งคู่เข้าพบ จากนั้นถูกเรียกเข้าไปภายในห้องเพื่อทำพิธี โดยระหว่างทำพิธีมีการสัมผัสร่างกายหลายจุด ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามไปยังบริเวณอวัยวะเพศ ในช่วงท้ายตนเองถูกอาจารย์รายนี้ดึงกางเกงลงกะทันหันแล้วอมอวัยวะเพศของเขาทันที ทำให้เจ้าตัวตกใจและรีบผลักออกทันที
หลังเกิดเหตุรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง จนต้องรีบนำน้ำมาล้างและออกจากห้อง ก่อนชักชวนเพื่อนกลับทันที พร้อมนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้ฟังภายหลัง โดยผู้เสียหายเชื่อว่าอาการแสบร้อนดังกล่าว เป็นเพราะอาจารย์เพิ่งกินน้ำพริกมา เพราะสังเกตเห็นมีสำรับอาหารพร้อมน้ำพริกหลายชนิดวางอยู่
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เก็บไว้ในใจมานานกว่า 20 ปี และเคยย้อนนึกถึงเมื่อเห็นบุคคลสาธารณะเดินทางไปพบอาจารย์รายนี้ในช่วงหลายปีก่อน กระทั่งเมื่อประเด็นกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง จึงตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อปลดล็อกความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ภายในใจมาเป็นเวลานาน
_4.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี นายไพศาล ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ถูกสอบปากคำอย่างต่อเนื่องภายในกองปราบปราม และยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารในภายหลัง โดยพนักงานสอบสวนสังเกตว่าเจ้าตัวมีลักษณะเคร่งเครียดและใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ตลอด
ต่อมาในช่วงสาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายไพศาลไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก ในข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้" และข้อหาเกี่ยวกับการกระทำอนาจารต่อผู้เยาว์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือหลบหนี
ระหว่างถูกนำตัวออกจากห้องควบคุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น รวมถึงตั้งคำถามว่าเคยเห็นนิมิตกรรมของตัวเองหรือไม่ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาตอบสั้น ๆ ว่า "ไม่" และยังคงยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาก่อนถูกนำตัวส่งศาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป





