จับตาท่าทีสหรัฐฯ - อิหร่าน ดีลสันติภาพที่ยังคงเปราะบาง การเจรจารอบใหม่จะเกิดขึ้นจริงไหม ? ส่องแนวโน้มราคาน้ำมันโลก เตือนสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ยังห่างไกลจากคำว่าฟื้นตัว

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน ยังคงอยู่ในจุดเปราะบาง หลังข้อตกลงสันติภาพก่อนหน้านี้ต้องเผชิญแรงสั่นคลอน จากการโจมตีตอบโต้กันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนการพักรบชั่วคราวเพื่อกลับสู่โต๊ะเจรจา ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยังส่งสัญญาณขัดแย้งกัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกขยับขึ้นจากความกังวลดังกล่าว แม้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาบางส่วนก็ตาม
ท่าทีของสหรัฐฯ - อิหร่าน ต่อการเจรจาครั้งใหม่
ล่าสุด (29 มิถุนายน 2569) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สัญญาณการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน ยังมีความสับสน เพราะแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะพบกับอิหร่านที่กาตาร์ รวมถึงมีกระแสข่าวว่าทูตพิเศษของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปกรุงโดฮา แต่ทางอิหร่านกลับชี้ว่า ยังไม่มีกำหนดประชุมเจรจากับสหรัฐฯ ไม่ว่าจะระดับใด ๆ
โดย เอสมาเอล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน และคณะเจรจาของประเทศ กล่าวว่า ความสำคัญลำดับแรกของอิหร่านในขณะนี้คือการรับประกันการปฏิบัติตามบทบัญญัติของบันทึกความเข้าใจ และการเร่งผลักดันข้อเรียกร้องของตนภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่
แม้เขาจะยืนยันว่าคณะผู้แทนของอิหร่านกำลังเดนิทางไปยังกาตาร์ แต่เป็นการไปหารือในเรื่องการปลดทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด และประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับข้อตกลง โดยไม่มีสหรัฐฯ เข้าร่วม รวมถึงอิหร่านยังไม่มีการกำหนดประชุมเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ ในระดับใด ๆ ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าว AP ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น การโจมตีและการคุกคามของอิหร่านทำให้การสัญจรของเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานระดับโลก แม้ว่าต่อมาจะมีการเปิดการสัญจร แต่ปริมาณเรือที่แล่นผ่านช่องแคบในแต่ละวันยังถือว่าน้อยมาก
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านได้โจมตีเรือในช่องแคบถึง 2 ครั้ง รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบของกาตาร์ นำมาซึ่งการโจมตีทางอากาศตอบโต้ของสหรัฐฯ ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างเป็นทางการอาจถูกขัดขวาง และอิหร่านยังเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธที่มุ่งเป้าไปยังบาห์เรนและคูเวต ก่อนที่จะมีประกาศพักรบกันชั่วคราวในวันจันทร์ (29 มิถุนายน)
ข้อมูลจาก MarineTraffic พบว่า มีเรือสินค้ากว่า 20 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะมีขึ้น ในวันที่ 30 มิถุนายน
เรือดังกล่าวประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ และเรือสินค้า 8 ลำ ที่แล่นออกจากอ่าวเปอร์เซีย และเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ กับเรือสินค้า 6 ลำที่แล่นเข้าสู่อ่าว โดยพบว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การขนส่งทางเรือยังคงดำเนินไปในระดับที่ลดลง เมื่อเทียบกับก่อนสงคราม ที่มีเรือแล่นผ่านช่องแคบเฉลี่ยประมาณ 110 ลำต่อวัน
แน่นอนว่าปริมาณของเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงสถานการณ์อ่าวย่อมส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก เมื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของน้ำมันโลก ก่อนสงครามจะเริ่มต้นขึ้น

แนวโน้มราคาน้ำมันโลก
สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า ราคาน้ำมันปิดตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในวันที่ 29 มิถุนายน หลังจากการโจมตีโดยสหรัฐฯ - อิหร่าน ตอกย้ำความเปราะบางของข้อตกลงสันติภาพระยะกลางของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ความหวังต่อการฟื้นตัวของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มขึ้นอย่างจำกัด
ฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนต์ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.61% อยู่ที่ 73.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.2% อยู่ที่ 70.75 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ลดลง 10.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 หลังจากการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุด นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เตือนว่าการสัญจรผ่านช่องแคบยังห่างไกลจากการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
โดย บ็อบ ยอวเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟิวเจอร์สพลังงานของมิซูโฮ ระบุว่า ผมคิดว่าความเป็นจริงกำลังเริ่มซึมซับเข้ามา ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกบาร์เรลจะถูกขนออกจากอ่าวในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ข้างหน้า คุณไม่สามารถอัดฉีดน้ำมันน้ำมันให้ผ่านช่องแคบได้มากที่สุดเหมือนระดับก่อนเกิดสงครามได้ ตราบใดที่สถานการณ์ยังมีความเสี่ยง ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของเรือก็มีความเสี่ยงที่เรือจะถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบ
ทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือ รวมถึงบริษัทประกันภัยที่ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขอย่างเต็มที่ ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรผ่านช่องแคบเช่นกัน ขณะที่การกำจัดทุ่นระเบิดออกจากฮอร์มุซก็ยังเป็นประเด็นขัดแย้ง
โดยหลังจากที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาประกาศว่าฝรั่งเศส โอมาน และประเทศอื่น ๆ กำลังประสานความร่วมมือกันเพื่อกำจัดทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบฮอร์มุซ แต่ทางอิหร่านกลับออกมาตอบโต้ โดยย้ำว่าการกำจัดทุ่นระเบิดจะดำเนินการโดยอิหร่านประเทศเดียวเท่านั้น พร้อมเตือนฝรั่งเศสว่าอย่าทำให้สถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนมีความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม






