ผบก.ปอศ. แถลงคดีเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี พบเงินบริจาค 850 กว่าล้าน ถูกนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวกว่า 585 ล้าน ทั้งซื้อกองทุน จ่ายหนี้บัตรเครดิต ซื้อประกันชีวิต ถอนเงินสด

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต. ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) แถลงความคืบหน้าคดีเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีการจับกุม บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน กับ ก๊อต อธิป ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน
ที่มาของ 3 บัญชี

ภาพจาก โหนกระแส
ตำรวจเปิดไทม์ไลน์ ดังนี้
- 23 พฤศจิกายน 2558 บุ๋ม ปนัดดา เชิญชวนประชาชนบริจาคผ่านสื่อออนไลน์ โดยใช้บัญชีส่วนตัวชื่อ "กองทุนองค์กรทำดี" ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัว โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ในกิจการการกุศลช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ในหลาย ๆ กิจกรรม
- 22 ธันวาคม 2560 มีการสร้างเฟซบุ๊ก "องค์กรทำดี" โดยเชิญชวนบริจาคผ่านบัญชีเดิมที่ทำไว้เมื่อปี 2558
- 30 มีนาคม 2565 เมื่อมียอดเงินบริจาคมากขึ้น ผู้ต้องหาจดทะเบียนตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี ในพื้นที่บางเขน โดยมี บุ๋ม ปนัดดา เป็นประธานมูลนิธิ และมีกรรมการ 5 คน
- 29 เมษายน 2565 เปลี่ยนชื่อเพจเฟซบุ๊กเป็น "มูลนิธิองค์กรทำดี"
- 25 กรกฎาคม 2565 เรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ให้การรับรองเอาบัญชีส่วนตัวที่ทำไว้ปี 2558 มาเป็นบัญชีหลักในการรับบริจาค และยังรับบริจาคอยู่ ในวันเดียวกันมีการประชุมเพื่อให้เปิดบัญชีในนามมูลนิธิ
![คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา]()

ภาพจาก โหนกระแส
- 27 กรกฎาคม 2565 มูลนิธิฯ เปิดบัญชีธนาคารชื่อบัญชี มูลนิธิองค์กรทำดี และมีการเปิดบริจาคควบคู่กัน 2 บัญชี
- 31 ธันวาคม 2565 โพสต์ให้ประชาชนร่วมบริจาคเข้าบัญชีนิติบุคคลที่มูลนิธิเปิด
- 3 มิถุนายน 2568 ช่วงที่มีความคิดจะย้ายพื้นที่มูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา จึงเปิดบัญชีส่วนตัวโดยใช้ชื่อว่า บัญชีสมทบมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่ง บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้มีอำนาจ เชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมบริจาค
สรุปคือบัญชีที่รับบริจาคมี 3 บัญชี คือ บัญชีส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา เมื่อปี 2558, บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา ที่ใช้ชื่อว่าเป็นบัญชีสมทบมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งทั้ง 3 บัญชี บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายทั้งสิ้น

ภาพจาก โหนกระแส
จากการวิเคราะห์เส้นทางการเงินพบว่าตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบันพบว่าทั้ง 3 บัญชี มีผู้บริจาคเงินเข้ามาทั้งหมดกว่า 3.2 ล้านครั้ง จาก 1 ล้านบัญชี รวมเงินทั้งหมดประมาณ 850 กว่าล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมมูลนิธิบางส่วน และถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหลายครั้ง กว่า 585 ล้านบาท
ระหว่างนั้นมีการโยกย้ายเงินจากบัญชีมูลนิธิ เข้าไปบัญชีส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่าบัญชีกองทุน และโยกจากบัญชีกองทุนเข้าไปบัญชีสมทบ ซึ่งเมื่อสอบสวนพบว่าข้อจำกัดของมูลนิธิอาจมีผล นำมาซึ่งแผนธุรกรรมที่ถูกทำขึ้นเพื่อให้สะดวกในการโยกย้ายเงินออกจากบัญชีหลัก
โดยพบว่าเงินจากทั้ง 3 บัญชีถูกโยกย้ายถ่ายเทไปใช้เพื่อกิจกรรมมูลนิธิบางส่วน และถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหลายครั้ง กว่า 585 ล้านบาท
![คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา]()

ภาพจาก โหนกระแส
ยกตัวอย่างจากบัญชีแรกที่เป็นบัญชีหลัก ที่มียอดโอน 600 กว่าล้านบาท พบว่ามีการใช้ในกิจกรรมหลัก 12 กิจกรรม รวมมูลค่าประมาณ 520.7 ล้านบาท เช่นใช้โอนเข้าบัญชีของ บุ๋ม ปนัดดา ที่มีการเปิดบัญชีรองรับอีก 9 บัญชี เป็นเงิน 243 ล้านบาท และโอนให้ ก๊อต อธิป เข้า 3 บัญชี ประมาณ 99 ล้านบาท
นอกจากนี้ก็โอนให้บิดา 28 ครั้งเป็นเงิน 4.6 ล้านบาท และโอนให้ช่างที่ทำก่อสร้างพูลวิลล่า ที่ภูเก็ต 18 ล้านบาท และพบอีกเส้นเงินพบว่าโอนให้หนึ่งในกรรมการมูลนิธิ 36 ล้านบาท รวมถึงโอนเข้า 2 นิติบุคคลที่ช่างเอ๋เป็นคนจัดตั้ง
อีกทั้งพบว่ามีการโอนเงินไปซื้อประกันชีวิต ที่มีชื่อ บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้รับผลประโยชน์ จำนวนเงิน 10 ล้านบาท รวมถึงโอนเงินซื้อกองทุนอีก 6 กองทุน จำนวน 24 ล้านบาท
ต่อมาพบว่ามีการโอนเงินไปซื้อเครื่องประดับ ประเภทกระเป๋าแบรนด์เนม จำนวนประมาณ 2.7 ล้านบาท และมีการถอนเงินออกจากเคาน์เตอร์ธนาคาร เป็นเงิน 42 ล้านบาท รวมถึงพบว่านำเงินไปชำระค่าบัตรเครดิตของ บุ๋ม ปนัดดา 251 ครั้ง จากบัตรเครดิต 2 ใบ เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 19 ล้านบาท
ขณะที่เงินของบัญชีมูลนิธิก็มีการโอนไปยังบัญชีแรกที่เป็นของ บุ๋ม ปนัดดา หลายครั้ง ที่เหลือก็โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา, ก๊อต อธิป และถอนเงินไป 21 ล้านบาท บางส่วนนำเงินไปผ่อนชำระค่าที่พักอาศัยและเงินส่วนกลาง
ส่วนเงินจากบัญชีสมทบ พบว่าส่วนหนึ่งมีการโอนเงิน 12 ล้านบาทเข้า บุ๋ม ปนัดดา และโอนเข้า ก๊อต อธิป 5 แสนกว่าบาท และโอนเข้าบัญชีนักธุรกิจที่เชียงใหม่
ข้อมูลที่พบนำมาซึ่งการรวบรวมหลักฐานและขอศาลอนุมัติหมายจับวงแรก 2 คน คือ บุ๋ม ปนัดดา และ ก๊อต อธิป
คำให้การ
ในการสอบสวน บุ๋ม ปนัดดา ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมการเงินเอง และยอมรับว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ แต่อ้างว่าเกิดความสับสนเพราะทำธุรกรรมจำนวนมาก ส่วน ก๊อต อ้างว่าทำธุรกรรมตามคำสั่งของ บุ๋ม ปนัดดา อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย ซึ่งต้องพิจารณาในการสอบสวนต่อไป
![คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา คดีเงินบริจาค บุ๋ม ปนัดดา]()

ภาพจาก โหนกระแส
ดำเนินคดี 3 วง
วงที่ 1 : กลุ่มผู้ต้องหาหลัก คือ บุ๋ม และ ก๊อต
วงที่ 2 : กรรมการมูลนิธิ และผู้ใกล้ชิด เช่น ช่างเอ๋ ช่างเอ็ม ที่ต้องพิจารณาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือไม่
วงที่ 3 : ผู้เกี่ยวข้องกับเส้นเงินอีกหลายราย เช่น นักธุรกิจที่เชียงใหม่ บิดา หรือบุคคลอื่นที่อาจพบในภายหลัง
ปมพูลวิลล่า
ตำรวจชี้ว่า ธุรกิจส่วนตัวหลักของ บุ๋ม ปนัดดา ขณะนี้คือการสร้างพูลวิลล่า ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง และบอกว่าเงินที่โอนไปคือโอนให้ช่างเอ๋ไปทำมูลนิธิ แต่ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนพบว่า บุ๋ม ปนัดดา ต้องทราบการดำเนินการ เพราะการสร้างพูลวิลล่าต้องตกลงราคากับช่าง กำหนดงวดจ่ายค่าจ้าง และทำสัญญา
ข้อมูลระบุว่า การตกลงครั้งสุดท้ายคือสร้าง 8 หลัง หลังละราว 9 ล้านบาท รวม 72 ล้านบาท แต่เส้นเงินพบการโอนจากบัญชีผ่านช่างเอ๋กว่า 90 ล้านบาท ซึ่งเกินวงเงินที่ตกลง ขณะที่งานเสร็จเพียง 2 หลังและยังไม่สมบูรณ์ รวมทั้งยังมีการโอนเงินกลับมาที่สามี ซึ่งตำรวจตั้งคำถามว่าเป็นรูปแบบปกติหรือไม่
ส่วนโครงการที่คลอง 8 ก็มีลักษณะคล้ายกัน เพียงเปลี่ยนจากช่างเอ๋เป็นช่างเอ็ม
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส






