กลั่นเพลงจากใจ น้อมอาลัยสู่สรวงสวรรค์

ดี้ นิติพงษ์



          "ถึงเวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ ที่แห่งนั้นงามดังฝันคู่ควรเทพธิดา สู่สวรรค์ สู่ยังวิมานที่ปลายขอบฟ้า ก้มกราบอำลา ด้วยน้ำตาอาลัย ท่านลงมาจากบนฟ้าจากสวรรค์ เติมความฝัน ต่อชีวิตผู้คนทั้งใกล้ไกล สุดเหนื่อยล้า อุทิศชีวา เพื่อคนที่ยากไร้เป็นภาพในใจ ไม่ลืมทุกอย่างที่ท่านทำจากวันนี้ กลับสู่ฟ้าดังเดิม..."

          "เสมือนหนึ่งแสงเดือนเลื่อนดับ ลับจากนภา ล้านหยดน้ำตาท่วมทาทั่วไทย สิ้นสมเด็จพระพี่นาง ท่ามกลางอาลัย แผ่นดินโหยไห้ ผืนฟ้าจาบัลย์ จรดทิศเขตแคว้นแดนเหนือใต้ พึ่งใบบุญญา พระกรุณาธิคุณอนันต์ ทุกรอยพระบาทยาตรา มุ่งหน้าบุกบั่น ทรงเป็นมิ่งขวัญศูนย์รวมจิตใจ..."

          นี่เป็นเพียงเนื้อหาของ 2 บทเพลงในหลายๆ บทเพลงที่นักแต่งเพลงแถวหน้าของเมืองไทย บรรจงจรดปากกาเขียนขึ้นถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ  น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์



          บทเพลงแรกที่กล่าวถึงชื่อว่า "ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์" ขับร้องโดย "เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ โดยปลายปากกาของนักแต่งเพลงชื่อดัง "ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค นอกจากนี้ยังมีสามพี่น้อง วงวีทรีโอ นักเรียนทุนในพระองค์ร่วมถ่ายทอดบทเพลงนี้ออกมาในรูปแบบของดนตรีบรรเลงอีกเวอร์ชั่น

          "ดี้" นิติพงษ์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ว่า ในช่วงแรกยังไม่สามารถที่จะแต่งเพลงใดๆ ออกมาได้ เนื่องจากเป็นเรื่องสะเทือนใจมากกว่าแรงบันดาลใจ และไม่คิดว่าจะแต่งขึ้นมาด้วย เพราะมากเกินกว่าจะแต่งได้ จิตใจไม่แข็งแรงพอ แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งคิดว่าความเศร้าโศกทั้งหลายก็คลายลงไปบ้างแล้ว จากวัฏฏสงสารของมนุษย์ก็ทำให้เข้าใจแต่ก็ยังมีความอาลัยและความคิดถึง

          "ผมเคยเห็นพระองค์ท่านในทีวี เคยเห็นพระองค์ท่านแย้มพระสรวล ก็นำทุกอย่างมาประมวล ดังนั้นจึงคิดว่าควรจะแต่งเพลงอีกเพลงหนึ่งในฐานะนักแต่งเพลง อยากบอกกับคนไทยว่าไม่ว่าเราจะมีปัญหาหรือความขัดแย้ง ไม่ว่าปัญหาขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ แต่เราก็สะกิดกันหน่อยว่าตอนนี้เราควรทำอะไร จำได้มั้ยว่าเราเป็นคนไทยเป็นใต้ฟ้าของพระองค์ท่านก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา ท่อนแรกที่นึกขึ้นจากในหัวเลยคือตอนนี้เราควรส่งนางฟ้ากลับสวรรค์กันแล้วนะ และก็หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าท่อนอื่นตามมาได้อย่างไรเหมือนกัน

อี๊ด โปงลางสะออน



          เนื้อเพลงก็ไม่ได้ต้องการจะให้เศร้าโศก แค่คิดอยากสะกิดเพื่อนร่วมประเทศด้วยกัน ตอนนี้เรากำลังอยู่ในความรู้สึกแบบนี้นะ เราควรช่วยกันสำรวมจิตใจ และร่วมใจกันส่งพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านคงมีความสุขแล้ว คงได้กลับสวรรค์ สวรรค์เป็นที่ที่เหมาะกับนางฟ้า จึงไม่ได้ตั้งใจจะให้โศกเศร้ามากมาย"

          สำหรับบทเพลงที่ 2 มีชื่อว่า "สถิต ณ ดวงใจ" ขับร้องโดย "ปาน" ธนพร แวกประยูร และได้ "บั๋ง" สุทธิพงศ์ สมบัติจินดา คนเขียนเนื้อเพลงคู่บุญปาน แห่งสังกัดอะบอริจิ้นส์ บริษัทในเครืออาร์เอส มาเป็นผู้ร้อยเรียงออกมาเป็นบทเพลงอันซาบซึ้ง และเพลงนี้ยังได้รับการนำมาถ่ายทอดให้ได้ชมในช่วงการแสดงมหรสพเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านในค่ำคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน อีกด้วย

          "บั๋ง" สุทธิพงศ์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้คนเขียนเนื้อเพลง สถิต ณ ดวงใจ เพื่อแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต ก็เคยแต่งเพลงถวายเหมือนกัน ซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติแก่ชีวิตตนเองมากที่ได้ปฏิบัติงานถวายถึง 2 พระองค์



          "เอาตรงๆ ผมก็ไม่นึกว่าเพลงนี้จะได้รับเกียรตินำมาใช้ในงานพระราชพิธีของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพราะตอนแรกเกิดจากทางรายการตี 10 ต้องการให้ศิลปินมาร้องเพลงในรายการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ทางบริษัทเขาก็ให้ผมทำเพลงให้ปานเลย สั่งคืนนั้นจะเอาวันรุ่งขึ้นเลย ผมเลยใช้เวลาในการแต่งไม่นานนัก คืนนั้นก็เสร็จ

          แรงบันดาลใจที่ได้จากการแต่งเพลงนี้ ผมก็ดูพระกรณียกิจของพระองค์ท่านจากหนังสือ เห็นถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้แก่ประชาชนชาวไทยมากมาย แต่งทุกอย่างมาจากใจ มาจากความคิด ยอมรับมันเป็นอะไรที่ยากกว่าการทำเพลงที่ผ่านๆ มา เพราะผมไม่รู้เรื่องการใช้คำราชาศัพท์ จึงบอกทางบริษัทไปว่าผมจะแต่งภาษาง่ายๆ นะ เนื้อหาก็ประมาณว่าอยากให้พระองค์จากไปสู่สรวงสวรรค์

          หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์ ผมรู้สึกเหมือนว่าประเทศไทยเราสูญเสียครู เพราะพระองค์ท่านก็เปรียบเหมือนครูที่สร้างอะไรให้แก่ประเทศชาติมากมาย พระองค์ท่านทรงเป็นเหมือนนักวิชาการของประเทศ"

          นอกจาก 2 บทเพลงข้างต้น ยังมีบทเพลงอีกมากมายที่เขียนขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวง ไม่ว่าจะเป็น บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งแต่งเพลงชื่อ แสงหนึ่ง เพื่อใช้ในนิทรรศการแสงหนึ่งคือรุ้งงาม ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ และได้นำกลับมาเปิดอีกครั้ง

          วงคาราบาว กับเพลงแสงแห่งแรงศรัทธา "อี๊ด" สมพงษ์ คุณาประถม หัวหน้าวง/นักร้องนำวงโปงลางสะออน กับเพลงสมเด็จพระพี่นางฯ อยู่ในใจ ติ๊ก ชิโร่ หรือ ศิริศักดิ์ นันทเสน กับเพลงอาลัยสมเด็จพระพี่นางฯ "ปู" พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เพลงสมเด็จพระพี่นางสิ้นแล้ว สินเจริญบราเธอร์ส กับเพลงดอกไม้ของแผ่นดิน "เจมส์" เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เพลงนับจากนี้ "เอิ้น" พิยะดา หาชัยภูมิ เพลงเจ้าหญิงของเรา รวมถึงยังมีเพลงบรรเลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่จากวงดนตรีคลาสสิกต่างๆ อีกมากมาย ฯลฯ

          "อี๊ด" สมพงษ์ หรือ อี๊ด โปงลางสะออน กล่าวว่า แต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย พูดถึงความรู้สึกที่มีต่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงว่าพสกนิกรทุกคนเสียใจเพียงใดที่พระองค์ทรงจากไป ซึ่งใช้ช่วงเวลา 5-6 วันที่ว่างเว้นจากการเล่นคอนเสิร์ต แต่งเพลงนี้ขึ้นมา ถึงแม้ถ้อยคำในเพลงนี้อาจไม่เลิศเลอสวยงาม อาจจะมีการใช้คำผิดบ้าง แต่ก็ทำขึ้นมาด้วยหัวใจ

          ด้าน บอย โกสิยพงษ์ กล่าวว่า ตอนที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานชิ้นนี้ รู้สึกว่าพระองค์ท่านอยู่สูงมาก แต่งไปแล้วไม่รู้ว่าพระองค์ท่านจะโปรดหรือเปล่า แต่ก็ลองทำดู ปรากฏว่าพระองค์โปรด ก็รู้สึกดีใจมาก

          "แรงบันดาลใจในการแต่งเนื้อหาเพลงนี้ ผมได้ทราบพระกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน จากนิทรรศการแสงหนึ่งคือรุ้งงาม แล้วจึงนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลรวมกัน ซึ่งสรุปได้ว่าพระองค์ทรงเปรียบเสมือนแสงหนึ่งที่งดงาม ที่มองไม่เห็น" นักแต่งเพลงชื่อดัง กล่าว

          จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นใคร จะทำอาชีพอะไร ก็สามารถแสดงความจงรักภักดีเพื่อส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยได้ เฉกเช่นนักแต่งเพลงที่ได้แสดงความสามารถที่มีเรียงร้อยถ้อยคำออกมาเป็นบทเพลง กลั่นแทนความรู้สึกที่มี


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กลั่นเพลงจากใจ น้อมอาลัยสู่สรวงสวรรค์ อัปเดตล่าสุด 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา 17:30:39 5,945 อ่าน
TOP
x close