ไฟไหม้ ทำยังไง มาดูขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้ จะอพยพหนีไฟอย่างไรถึงถูกวิธี และรักษาชีวิตเอาไว้ได้
เปิดประตูออกไปช้า ๆ และอพยพไปตามเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัย
ห้ามเปิดประตูออกไป เพราะอยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้ พร้อมใช้ผ้าหนา ๆ ชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันไฟสามารถลอยเข้ามาได้ ปิดพัดลมระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟ รวมถึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อบอกตำแหน่งที่ติดอยู่ และส่งสัญญาณให้ผู้อื่นทราบ จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
- ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่อัดอากาศบริสุทธิ์แล้วนำมาครอบศีรษะ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย ทำให้หมดสติและเสียชีวิต
- ไม่เข้าไปอยู่ในบริเวณจุดอับของอาคาร อาทิ ห้องใต้ดิน เพราะยากต่อการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
- ไม่หนีไฟเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ เพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการดับไฟ ทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตได้
- ไม่ขึ้นไปชั้นบนหรือดาดฟ้าของอาคาร เพราะไฟจะลุกลามจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบน ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถอพยพหนีไฟลงสู่ชั้นล่างได้
การเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ และอพยพออกจากพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้อย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายจากอัคคีภัย ทำให้สามารถเอาตัวรอดจากเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างปลอดภัย
รู้หรือไม่ว่า
ควันไฟจากเหตุการณ์เพลิงไหม้นั้น สามารถคร่าชีวิตเราได้ เพราะภายในเวลา 1
วินาที ควันไฟสามารถลอยสูงขึ้นไปได้ถึง 3 เมตร และภายใน 1 นาที
ควันไฟสามารถลอยขึ้นไปได้สูงเท่ากับตึก 60 ชั้น ดังนั้น
ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้ ควันไฟจะปกคลุมอยู่รอบ ๆ ตัวเราอย่างรวดเร็ว
ทำให้คนส่วนใหญ่สำลักควันไฟตายก่อนที่เปลวเพลิงจะคืบคลานมาถึงตัว
แต่หากเรามีความรู้ในการอพยพหนีไฟอย่างถูกวิธี
ก็จะช่วยพาตัวเองออกมาจากสถานที่ไฟไหม้ได้อย่างปลอดภัย ลองมาดูคำแนะนำการปฏิบัติตนและอพยพออกจากอาคารที่เกิดเพลิงไหม้อย่างปลอดภัย
ดังนี้
ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก ประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น
ใช้ถังดับเพลิงควบคุมเพลิงในเบื้องต้น และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
ตะโกนบอกหรือกดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบ จากนั้นให้รีบอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
การปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้
ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก ประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น
* เพลิงไหม้เล็กน้อย
ใช้ถังดับเพลิงควบคุมเพลิงในเบื้องต้น และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
* เพลิงไหม้รุนแรง
ตะโกนบอกหรือกดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบ จากนั้นให้รีบอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
ก่อนออกจากห้องให้ใช้มือสัมผัสผนังหรือลูกบิดประตู
* หากไม่ร้อน
เปิดประตูออกไปช้า ๆ และอพยพไปตามเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัย
* หากมีความร้อนสูง
ห้ามเปิดประตูออกไป เพราะอยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้ พร้อมใช้ผ้าหนา ๆ ชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันไฟสามารถลอยเข้ามาได้ ปิดพัดลมระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟ รวมถึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อบอกตำแหน่งที่ติดอยู่ และส่งสัญญาณให้ผู้อื่นทราบ จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
การอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้
- ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่อัดอากาศบริสุทธิ์แล้วนำมาครอบศีรษะ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย ทำให้หมดสติและเสียชีวิต
- หากไฟลุกลามติดเสื้อผ้า ให้รีบถอดเสื้อผ้าหรือใช้วิธีนอนราบกับพื้นและกลิ้งตัวไปมาให้ไฟดับ ห้ามวิ่งอย่างเด็ดขาด เพราะไฟจะลุกลามรวดเร็วขึ้น
- หมอบคลานต่ำหรือย่อตัวใกล้กับระดับพื้นมากที่สุด เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อยู่เหนือระดับพื้นไม่เกิน 1 ฟุต เพื่ออพยพไปสู่ประตูทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
- ใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากมีช่องระบายอากาศ จึงช่วยลดการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย
- ไม่ใช้บันไดภายในอาคารเป็นเส้นทางอพยพหนีไฟ เพราะบันไดมีลักษณะเป็นปล่อง ทำให้ควันไฟและเปลวเพลิงลอยตัวขึ้นมาปกคลุม
- ห้ามใช้ลิฟต์ในการอพยพหนีไฟ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้ติดค้างภายในลิฟต์ ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้
- หมอบคลานต่ำหรือย่อตัวใกล้กับระดับพื้นมากที่สุด เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อยู่เหนือระดับพื้นไม่เกิน 1 ฟุต เพื่ออพยพไปสู่ประตูทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
- ใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากมีช่องระบายอากาศ จึงช่วยลดการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย
- ไม่ใช้บันไดภายในอาคารเป็นเส้นทางอพยพหนีไฟ เพราะบันไดมีลักษณะเป็นปล่อง ทำให้ควันไฟและเปลวเพลิงลอยตัวขึ้นมาปกคลุม
- ห้ามใช้ลิฟต์ในการอพยพหนีไฟ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้ติดค้างภายในลิฟต์ ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้
- ห้ามกลับเข้าไปในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ เพราะอาจถูกไฟคลอกหรือได้รับอันตรายจากโครงสร้างอาคารที่อาจพังถล่ม
ข้อควรรู้ในการอพยพหนีไฟ
- ไม่เข้าไปอยู่ในบริเวณจุดอับของอาคาร อาทิ ห้องใต้ดิน เพราะยากต่อการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
- ไม่หนีไฟเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ เพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการดับไฟ ทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตได้
- ไม่ขึ้นไปชั้นบนหรือดาดฟ้าของอาคาร เพราะไฟจะลุกลามจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบน ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถอพยพหนีไฟลงสู่ชั้นล่างได้
- หากเพลิงไหม้ปิดล้อมจนไม่สามารถใช้บันไดหนีไฟได้จริง ๆ ให้รีบหลบเข้าห้องที่มีหน้าต่างหันออกสู่ภายนอกอาคารเพื่อเป็นช่องทางหายใจและขอความช่วยเหลือ จากนั้นให้ปิดประตูห้องให้สนิทพร้อมใช้ผ้าชุบน้ำอุดตามขอบและใต้ประตูเพื่อสกัดเปลวไฟและควันพิษ ระหว่างรอการช่วยเหลือควรหมอบต่ำใกล้พื้นเนื่องจากอากาศบริสุทธิ์จะอยู่ด้านล่าง ส่วนควันไฟจะลอยขึ้นสูง พร้อมกับส่งสัญญาณให้คนภายนอกเห็นทันที เช่น การโบกผ้าสีสว่าง หรือใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องออกไปทางหน้าต่าง
ทำไมไม่ควรเข้าไปหลบในห้องน้ำ
การหนีไปหลบในห้องน้ำเมื่อเกิดไฟไหม้เป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายถึงชีวิต เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิดทึบและมีระบบระบายอากาศจำกัด ทำให้ควันพิษและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไหลทะลักเข้ามาสะสมได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หมดสติและขาดอากาศหายใจได้ภายในไม่กี่นาที
นอกจากนี้ ความเชื่อที่ว่าจะใช้น้ำจากฝักบัวสู้ไฟก็ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อเกิดไฟไหม้ระบบไฟจะถูกตัด ทำให้ปั๊มน้ำไม่ทำงาน หรือต่อให้น้ำไหล ความร้อนที่สูงจัดรอบห้องน้ำก็จะเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นไอร้อนลวกผิวหนังและระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ซ้ำร้ายประตูห้องน้ำทั่วไปยังไม่ได้ทนไฟ จึงละลายหรือติดไฟได้ง่าย ทำให้กั้นเปลวไฟและควันพิษไม่ได้เลย
ที่สำคัญ ห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่มีทางออกสู่ภายนอกอาคาร จึงเท่ากับเป็นการปิดตายทางหนีของตัวเอง และยังทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงค้นหาเพื่อช่วยเหลือได้ยากขึ้น เพราะปกติเจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาตามห้องนอนหรือห้องโถงหลักก่อนเป็นอันดับแรก การติดอยู่หลังประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทจึงเสี่ยงต่อการได้รับความช่วยเหลือล่าช้าจนสายเกินไป






