
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด , pantip.com
หากใครได้ชมรายการ "สยามทูเดย์" เมื่อครั้งที่ออกอากาศเรื่องราวของ "น้องโบว์" เด็กหญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่บังเอิญมีหน้าตาละม้ายคล้ายนางเอกสุดฮอตแห่งวิกหมอชิตอย่าง "แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์" อาจทำให้หลายต่อหลายคนต้องน้ำตาซึมซาบซึ้งไปกับเรื่องราวของเธอ ที่แม้ความจนจะทำให้ "น้องโบว์" ลำบากมาตั้งแต่เล็ก แต่เธอก็ไม่นำพาสิ่งนั้นมาเป็นอุปสรรคในชีวิต

เด็กหญิงเกตุสุรี รอดไพล คือชื่อจริงของ "น้องโบว์" วัย 9 ขวบ ชาวตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี "น้องโบว์" อาศัยอยู่กับยายบุญมาก วัย 57 ปี เพียงแค่ 2 คน ในบ้านหลังเล็กๆ ที่อาจไม่สามารถเรียกว่า "บ้าน" ได้เต็มปากนัก เพราะเป็นแค่กระต๊อบหลังหนึ่ง ที่สามารถกันลมกันแดดได้เพียงไม่ให้ร้อนผิวเท่านั้น แต่ไม่สามารถช่วยกันลมฝน และลมหนาวได้
ทุกๆ วัน "น้องโบว์" ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อทำงานบ้านทุกอย่างแทนผู้เป็นยายที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ ไต และไขข้ออักเสบ จนไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนอดีต ภาระหนักอึ้งจึงต้องตกอยู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ควรจะได้เล่นสนุกตามวัยเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นเขา แต่ทว่าหลังเลิกเรียน "น้องโบว์" ต้องไปรับจ้างดายหญ้า ขุดดิน รับจ้างเก็บพริกขาย และทำงานอีกสารพัดที่กำลังของเด็กหญิงตัวเล็กๆ จะสามารถทำได้ "น้องโบว์" เริ่มหัดเรียนรำไทย เพื่อจะได้รับจ้างรำตามงานต่างๆ ซึ่งแม้จะได้เงินจากการรำไทยเพียงครั้งละ 100-150 บาท ที่ดูเป็นเงินเพียงน้อยนิด แต่ก็ทำให้ "น้องโบว์" ยิ้มอย่างมีความสุขแล้วที่จะมีเงินไว้เป็นค่ากับข้าว เพราะหากวันใดไม่มีงาน นั่นหมายถึงสองยายหลานต้องอดข้าว ดื่มเพียงน้ำเปล่าประทังชีวิตให้ผ่านไปวันหนึ่งเท่านั้น ก่อนจะเริ่มต้นสู้ในวันต่อไป

"ทุกวันหนูต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า วันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องรับจ้างทำงานหาเงินมาช่วยยาย และตอนนี้โบว์ก็หัดรำไทยเพื่อไปรับจ้างตามงานต่างๆ ได้เงินมาพอช่วยจุนเจือในครอบครัว แต่งานก็ไม่มีทุกวัน ยิ่งช่วงไหนยายต้องไปหาหมอ ที่บ้านจะไม่มีเงินเหลือเลย ยิ่งถ้าโรงเรียนไม่มีเงินทำอาหารกลางวัน หนูก็จะเอาข้าวกับน้ำปลาไปกินที่โรงเรียน บางวันหนูกับยายก็จะต้องอดข้าว" น้องโบว์เล่าด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
ด้วยความลำบาก และความทุกข์ทรมานกับอาการป่วยที่เป็นอยู่ ทำให้ยายบุญมากเคยคิดสั้นอยู่หลายครั้ง แต่ก็ตัดใจจากหลานสาวผู้เป็นที่รักไม่ได้ ยายบุญมากจึงมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อหลานสาว และคอยพร่ำสอน "น้องโบว์" ด้วยคำพูด 5 คำ เสมอว่า "ให้อดทน มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และเชื่อในการทำดีได้ดี" ซึ่ง "น้องโบว์" ก็เป็นเด็กดี และสามารถจดจำสิ่งที่ยายสอนได้ทุกอย่าง

ในสมัยก่อน ด้วยความเป็นเด็ก และต้องทำงานอย่างหนัก ทำให้ "น้องโบว์" เคยถามยายบุญมากอยู่บ่อยครั้งว่า "ทำไมเราถึงไม่มีเหมือนคนอื่นเขา?" ซึ่งคำตอบที่ได้จากยายบุญมากนั้น หาใช่คำพูดใดๆ ไม่ แต่เป็นหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา จนทำให้ปัจจุบัน "น้องโบว์" ไม่กล้าคิดจะถามคำถามนี้อีก เพราะกลัวยายจะเสียใจ กอปรกับการที่ "น้องโบว์" ยึดคำสอน 5 ข้อของยายไว้ในใจเสมอ จึงทำให้ "น้องโบว์" พอใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่
"หนูไม่อยากคิด เพราะยายสอนให้หนูพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และสอนให้ทำความดี หนูจึงชอบทำบุญ ได้เงินค่าแรงมาหนูก็จะแบ่งส่วนหนึ่งใส่บาตร และนำไปทำบุญ เพราะเชื่อว่าทำบุญ ทำความดีแล้วจะต้องได้ดี"

ขณะที่ยายบุญมากบอกว่า "น้องโบว์" ถือเป็นความภูมิใจของยายมากที่สุด เพราะไม่เคยทำความลำบากใจใดๆ ให้เลย และ ณ วันนี้สิ่งที่ยายอยากทำให้หลานมากที่สุดก็คือ อยากให้ "น้องโบว์" มีสูติบัตรเหมือนคนอื่นๆ เขา และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เนื่องจากแม่ของ "น้องโบว์" นั้นมีจิตไม่สมประกอบเท่าไหร่นัก ส่วนยายบุญมากผู้ที่ทำคลอดน้องโบว์ให้เองกับมือก็ไม่ได้ไปแจ้งเกิด จนปล่อยให้เวลาผ่านล่วงเลยไปกว่า 9 ปี แล้ว ทำให้ "น้องโบว์" มีปัญหาที่จะเข้าศึกษาต่อ โดยเฉพาะการเรียนพยาบาลที่เป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของ "น้องโบว์"

"ตอนนี้หนูเรียนอยู่ ป.4 โรงเรียนบ้านทุ่งศาลาหนูตั้งใจเรียนมากๆ เพื่อจะได้จบมาทำงาน หนูฝันอยากเป็นพยาบาลค่ะ เพราะจะได้รักษายายที่ป่วยอยู่ได้ โดยไม่ได้คิดอยากได้เงิน หรืออยากได้ของอำนวยความสะดวกอะไร ไม่เคยคิดอยากจะซื้อเป๊บซี่หรือขนมขบเขี้ยวกินเหมือนเด็กอื่นๆ หนูรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดีได้อยู่กับยาย 2 คน ทุกคืนก่อนนอน ต้องกราบเท้ายาย กอดยายหอมแก้มยายและก็บอกรักยายค่ะ" คำพูดของเด็กสาวแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่บริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดี
เรื่องราวข้างต้นนี้ สามารถแสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า แม้ "น้องโบว์" จะจนด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่จิตใจของเธอกลับร่ำรวยไปด้วยความกตัญญู และความคิดที่งดงาม จนไม่สามารถประมาณค่าเป็นทรัพย์สินใดๆ ได้เลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ






