เปิดใจ อภิรักษ์ หนุ่มวัย 17 ที่ทำศัลยกรรมมาแล้วกว่า 16 ครั้ง






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก youtube.com โพสต์โดย udooutube , รายการวีไอพี

        ในสังคมไทยทุกวันนี้เรื่องของการศัลยกรรมความงามไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้ว ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่พึงพอใจในรูปร่างหน้าตาเดิม ๆ ของตัวเองจึงตัดสินใจลบจุดบกพร่อง เสริมสร้างความมั่นใจ ด้วยการพึ่งมีดหมอ แต่ในวงเวียนของการทำศัลยกรรมนั้น ก็ทำให้ใครบางคนถูกศัลยกรรมพ่นพิษ ผลลัพธ์ไม่เป็นดังหวัง ต้องแก้ตรงนู้นนิดตรงนี้หน่อย จนกลายเป็นคนเสพติดศัลยกรรมเลยก็มี

        และเรื่องราวที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ เขาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เคยผ่านการมีดมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง อีกทั้งยังโดนเพื่อนล้อจนกลายเป็นปมด้อย ทำให้เด็กหนุ่มในวัย 15 ปี ตัดสินใจเดินทางสู่ถนนสายศัลยกรรมและตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เขาผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้วทั้งหมด 16 ครั้ง!!! ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นกว่า 2.5 แสนบาท ...เราไปดูกันซิว่า เพราะเหตุใดทำไมเขาถึงตัดสินใจทำศัลยกรรมหลายครั้งขนาดนี้ แล้วเขาทำศัลยกรรมอะไรส่วนใดมาแล้วบ้าง

       โดย "อภิรักษ์"ชายหนุ่มคนดังกล่าว  ได้เล่าเรื่องราวการศัลยกรรมของตัวเองว่า แต่ก่อนตนเป็นคนดำ หน้าตาบ้าน ๆ แถมตอนเรียนอยู่เพื่อน ๆ ก็ชอบล้อว่าเป็นเด็กดอย  และการล้อของเพื่อน ๆ นั้นได้กลายเป็นปมด้อยของตนตลอดมา จนกระทั่งตอนปิดเทอม ตนก็นั่งดูทีวี เล่นอินเทอร์เน็ตไปตามประสาวัยรุ่น เลยลองนั่งคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าตนหน้าตาดีเหมือนพระเอกในทีวีก็คงดี จากนั้นตนก็ทำงานหารายได้พิเศษ เก็บเงิน และศึกษาหาคลินิกที่ทำศัลยกรรมอย่างจริงจัง



       หลายคนอาจจะสงสัยว่า การทำศัลยกรรมครั้งหนึ่งนั้นต้องใช้เงินมากมาย แล้วทำไมตนในตอนนั้นที่อายุเพียง 15 ปี ถึงมีเงินขนาดนั้น นั่นก็เป็นเพราะตนชื่นชอบ และมีความถนัดทางด้านคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก เริ่มแรกตนก็รับจ้างซ่อมคอมพิวเตอร์ทั่วไป หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาทางด้านโปรแกรมจนสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ ซึ่งก็มีคนติดต่อมาให้ตนทำเว็บไซต์มากมาย ทำให้ช่วงนั้นมีรายได้ ตกประมาณเดือนละ 10,000 - 30,000 บาท และในตอนนั้นตนก็สามารถซื้อ โทรศัพท์มือถือ, โน้ตบุ๊ก แถมยังจ่ายค่าเทอมได้ด้วยตัวเอง จนตอนนี้ตนสามารถซื้อรถเป็นของตัวเองได้แล้ว

       และระหว่างที่เก็บเงินเพื่อเสริมหล่อนั้น ตนก็พยายามศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด จนเจอคลินิกที่ไว้ใจได้ ก่อนจะประเดิมขึ้นเขียงผ่าตัดด้วยการเสริมจมูก เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำแล้วจะต้องดูดี ซึ่งตอนนั้นตนได้นำรูปพี่โดม ปกรณ์ ลัม ไปเป็นตัวอย่างแล้วบอกกับหมอว่า อยากได้แบบนี้ ซึ่งหมอก็พยายามทำออกมาให้คล้ายที่สุด แต่แล้วพอทำได้สักพัก ตนก็ไม่พอใจกับรูปร่างจมูก จึงตัดสินใจพักฟื้นสักระยะ แล้วจะกลับไปแก้ไขใหม่อีกรอบ  จากนั้นตนก็ได้ทำคาง เพราะคิดว่าคางเดิมของตนมันทู่เกินไป แต่เมื่อทำออกมาแล้ว ตนก็ไม่พอใจ เพราะคางดูแหลม และมองออกชัดว่าไปทำศัลยกรรมมา ตนจึงตัดสินใจแก้ใหม่อีก 3 รอบ แถมยังผ่าตัดริมฝีปากบนให้บางลงอีก ซึ่งการศัลยกรรมปากนั้นเป็น การศัลยกรรมที่เจ็บมาก เพราะเนื้อเยื่อของปากบาง แถมเส้นประสาทยังเยอะอีกด้วย แต่ตนก็เดินหน้าทำต่อไป เพราะอยากจะหล่อ อยากดูดีกว่าเดิม




       นอกจากการผ่าตัดศัลยกรรมแล้ว อภิรักษ์ ยังบอกด้วยว่า ตนได้ทำศัลยกรรมชนิดฉีดสารเติมแต่ง ทั้งฟิลเลอร์ ที่ช่วยเติมร่องแก้มให้เต็ม ทั้งโบท๊อกซ์ ที่ช่วยให้กรามเล็กลง และกลูต้าไธโอน ที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น  ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปี ตนได้ทำศัลยกรรมทั้งหมดดังนี้...


       ฉีดกลูต้าไธโอนให้ผิวขาว 15 ครั้ง 52,500 บาท
       ผ่าตัดเสริมจมูก 2 ครั้ง  12,000, 22,000 บาท
       ฉีดฟิลเลอร์ให้แก้มเต็ม  2 ครั้ง   12,000, 8,000 บาท
       ฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้ม 1 ครั้ง  8,000 บาท
       โบท็อกซ์ที่กรามให้หน้าเรียว 1 ครั้ง 7,000 บาท
       ผ่าตัดเหลาคาง 3 ครั้ง 15,000 18,000 45,000  บาท
       ยิงเลเซอร์หน้าใส 10 ครั้ง 30,000 บาท
       ผ่าตัดให้ตาเท่ากัน 1 ครั้ง 20,000 บาท
       ผ่าตัดรอยแผลเป็นนูนที่ตา 3 ครั้ง 3,000 บาท
       ผ่าตัดริมฝีปากบนให้บาง 1 ครั้ง 5000 บาท
       ผ่าตัดรอยแผลเป็นนูนที่คาง 1 ครั้ง 2,000 บาท

       รวมระยะเวลา 2 ปี มูลค่าทั้งหมด 257,500 บาท


        เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกครั้งแรกในการขึ้นเตียงผ่าตัดนั้น อภิรักษ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกลัวเลย แต่เมื่อยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ความเจ็บปวดก็จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งตนก็ได้แต่ทน และยอมรับ เพราะการศัลยกรรมทุกครั้งเป็นสิ่งที่ตนต้องการ ไม่ได้มีใครมาบังคับให้ทำ ส่วนเพื่อน ๆ รอบข้างก็มีแอบซุบซิบนินทาบ้างว่าตนไปทำมาอีกแล้ว? คราวนี้ทำอะไรมาอีกล่ะ? ส่วนทางคุณพ่อคุณแม่ ก็มีเตือน ๆ ตนเหมือนกันว่า ทำเกินเหตุ ยังเด็กอยู่เลยไม่น่าไปทำ ซึ่งตนก็บอกกับพ่อแม่ไปว่า สมัยนี้หมอเขาเก่ง ไม่ต้องมีอะไรน่าห่วง

       ส่วนกระแสในสังคมในเว็บบอร์ดที่แลกเปลี่ยนข้อมูลการศัลยกรรมนั้น เมื่อตนได้ตั้งกระทู้รีวิวการทำศัลยกรรมไป  ก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ว่า ตนเด็กขนาดนี้ ทำไมถึงตัดสินใจทำ และหมอทำไมถึงทำให้ พร้อมกับคำถามที่เข้ามาอย่างมากมาย ท้ายนี้ ตนก็อยากจะฝากไปถึงเพื่อน ๆ ที่อยากจะศัลยกรรมว่า ควรศึกษาหาข้อมูล ทั้งข้อดี ข้อเสีย ให้ดี ตั้งสติกับผลกระทบที่จะตามมา ส่วนตนนั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่ทำศัลยกรรมในช่วงนั้น อาจจะรอให้โตกว่านี้อีกหน่อยค่อยทำ เพราะตนแก้ไปหลายครั้ง เสียเงินฟรี เจ็บฟรีไปหลายหนมันไม่คุ้มกัน

        ทางด้านนายแพทย์เทพ  เวชวิสิฐ  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรม เมื่อได้ทราบเรื่องราวของ น้องอภิรักษ์ แล้ว ก็รู้สึกตกใจ และเป็นห่วงหมอที่ทำให้เป็นอย่างมาก เพราะตัวน้องเขายังเด็ก ถ้าเกิดมีเรื่องราวอะไรขึ้นมา หมอจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้เมื่อหมอตัดสินใจทำให้ ก็คงต้องระมัดระวังความปลอดภัยของผู้ป่วยให้มากที่สุด 




       สำหรับประเด็นเรื่องการทำศัลยกรรมตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น นายแพทย์เทพ กล่าวว่า ในวัยเจริญพันธุ์ร่างกายยังสามารถเติบโตได้อีกเรื่อย ๆ และเมื่อทำการศัลยกรรมไปแล้ว ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงหน้าได้อีก ทั้งนี้ การผ่าตัดไม่ว่าจะทำอะไรก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น ยิ่งการศัลยกรรมเสริมความงามก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะสวยเหมือนอย่างที่หวังไว้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ คุณหมอเทพ ยังได้อธิบายถึงการทำศัลยกรรมด้วยวิธีฉีดสารเติมแต่งด้วยว่า...

       - ฟิลเลอร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแปลว่า เติมให้เต็ม ซึ่งฟิลเลอร์จะนิยมฉีดกันตรงที่ร่องแก้ม โหนกแก้ม เพื่อทำให้หน้าเราดูอวบอิ่ม เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ส่วนมากฟิลเลอร์จะมีระยะเวลา 1 เดือน แล้วก็จะเสื่อมไปตามสภาพ แต่ทั้งนี้มีฟิลเลอร์ที่ถาวร แต่ถ้าหมอทำพลาดฉีดเข้าโดนเส้นประสาทก็อาจจะทำให้คางเบี้ยว ปากเบี้ยวได้ 

       - โบท็อกซ์ เป็นการฉีดสารเติมแต่งที่มีอันตรายน้อยที่สุด เพราะโบท็อกซ์จะมีอายุได้เพียงแต่ 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งโบท็อกซ์นั้นเป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่งที่สกัดในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ มาฉีดเพื่อบล็อกผิวหนังไม่ให้ขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นกราม ใต้ตา ตีนกา เพื่อให้หน้าดูกระชับขึ้น

       - กลูต้าไธโอน การฉีดกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือด อันตรายที่สุดของการฉีดสารเติมแต่ง ซึ่งแต่เดิม กลูต้าไธโอน เป็นสารที่ฉีดให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ช่วยแก้อาการอาเจียน แต่เมื่อฉีดไปสักพักผลข้างเคียงของสารนี้คือไปทำลายเม็ดสี ทำให้ผิวขาวขึ้น ทำให้ส่วนที่ดำได้รับผลกระทบไปด้วย สารจะไปทำลายการทำงานของลูกนัยน์ตาดำ และถ้าฉีดมาก ๆ อาจจะส่งผลให้สายตาเสีย หรือตาบอดได้เลยทีเดียว

       ท้ายที่สุดนี้ นายแพทย์เทพ ยังได้ฝากถึงคนที่จะคิดทำศัลยกรรมอีกว่า เรื่องการแพทย์ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างมีผลข้างเคียงและผลกระทบเสมอ ส่วนเด็ก ๆ ที่ยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต และมีความสนใจที่จะศัลยกรรมนั้น ตนอยากจะแนะนำให้ทำเมื่ออายุ 20 ปี ขึ้นไป และได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองแล้ว เพราะการศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถ้าเกิดผิดพลาดไม่พอใจจะต้องมานั่งแก้ทีหลัง และนั่นไม่สนุกแน่นอน






คลิป เปิดใจ อภิรักษ์ หนุ่มวัย 17 คลั่งศัลยกรรม 16ครั้ง! ใน วีไอพี







เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดใจ อภิรักษ์ หนุ่มวัย 17 ที่ทำศัลยกรรมมาแล้วกว่า 16 ครั้ง โพสต์เมื่อ 31 สิงหาคม 2554 เวลา 21:48:04 208,068 อ่าน
TOP