แอพแรกที่คุณเลือก

ลุงเอี่ยม กลับวัดไร่ขิงแล้ว ตั้งเป้าบริจาคปีหน้า 2 ล้าน




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย CiNNtv2

          ลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้านใจบุญ เดินทางกลับจากวัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี มาอยู่ที่วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม แล้ว พร้อมร่วมกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด เผยตั้งเป้าบริจาคปีหน้า 2 ล้าน

          จากกรณีที่ ลุงเอี่ยม-นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 62 ปี ขอทานเงินล้าน ได้หลบหนีความวุ่นวายจากวัดไร่ขิง จ.นครปฐม มาอยู่ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี โดยก่อนที่จะกลับมาวัดไร่ขิงเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ลุงเอี่ยมยังได้มอบเงินทั้งหมดในตู้บริจาค ร่วมบูรณะพระประธานในอุโบสถ 500 ปี วัดมหาธาตุวรวิหาร ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุด วันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในวัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม พบว่า ยังคงมีประชาชนเดินทางมาทำบุญกันต่อเนื่อง เพราะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และตรงกับช่วงเด็กนักเรียนปิดเทอมผู้ปกครองจึงพากันมาไหว้พระที่วัดไร่ขิง

          ขณะเดียวกันในช่วงเช้าของวานนี้ (24 มีนาคม) นายเอี่ยมได้เดินทางกลับจากการพักผ่อนที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี มาที่วัดไร่ขิงแล้ว เพื่อเข้าร่วมโครงการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธร ภาค 7 หลังจากถูกทาบทามให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ในโครงการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติด จนกระทั่งถึงเวลา 10.30 น. นายเอี่ยมก็มาถึงบริเวณงานและได้รับเชิญขึ้นเวทีตรงลานจอดรถหน้าศาลาอเนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติวัดไร่ขิง

          เมื่อพิธีกรบนเวทีสอบถามว่า "ลุงเอี่ยมจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรณรงค์เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ลูกหลานของคนไทยห่างไกลยาเสพติดหรือไม่" นายเอี่ยมตอบว่า "ร่วมด้วย" ก็ทำเอาชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างปรบมือส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจลุงเอี่ยมกันอย่างเนืองแน่นเลยทีเดียว

          ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจพรีเซ็นเตอร์ดังกล่าว นายเอี่ยมขอตัวไปนั่งอยู่ในที่ที่เคยนั่งอยู่เป็นประจำเพื่อไปรับบริจาคเงินนำเงินมาร่วมซื้อดอกบัวถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่า ในปีหน้าว่าจะสะสมเงินไว้ถวายจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งประชาชนที่เดินผ่านไปมาก็ยังคงร่วมบริจาคเช่นเคย พร้อมกับขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก
 


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





[24 มีนาคม] ลุงเอี่ยม ทำบุญหมดตู้รับบริจาค ร่วมบูรณะพระประธานวัดมหาธาตุ




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Thai PBS

          ลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้าน มอบเงินทั้งหมดในตู้บริจาค ร่วมบูรณะพระประธานในอุโบสถ 500 ปี วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี ก่อนกลับวัดไร่ขิง

          จากกรณีที่ ลุงเอี่ยม-นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 62 ปี ขอทานพิการใจบุญ ที่ร่วมบริจาคเงินให้วัดไร่ขิง จ.นครปฐม กว่า 1 ล้านบาท จนกลายเป็นข่าวดังทางสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์มากมาย จนลุงเอี่ยมได้หลบหนีความวุ่นวาย โดยมานั่งขอทานอยู่ที่หน้าอุโบสถวัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

          เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลุงเอี่ยมยังนั่งยิ้มแย้มต้อนรับประชาชนที่เดินทางมาทำบุญไหว้พระ อยู่บริเวณอุโบสถ 800 ปี ที่เป็นโบสถ์สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อวัดมหาธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิคู่เมืองเพชรบุรี โดยได้ใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาว นุ่งกางเกงขาสามส่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก ที่บริเวณด้านหน้าอุโบสถพร้อมตู้ใส่เงินอยู่ข้าง ๆ ตัว โดยมีประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อวัดมหาธาตุกันอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมบริจาคกับลุงเอี่ยม เพื่อนำไปสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์พระประธานในอุโบสถ 500 ปี พร้อมถ่ายภาพกับลุงเอี่ยมกันอย่างคึกคัก

          ทั้งนี้ ลุงเอี่ยมได้โชว์ตู้บริจาคที่มีเงินที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาเกือบเต็มตู้ โดยลุงเอี่ยม บอกว่า จะมอบให้กับเจ้าอาวาสในเช้าวันนี้ (24 มีนาคม) เพื่อร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์พระประธานที่อยู่ในอุโบสถ และจะออกเดินทางจากวัดมหาธาตุวรวิหาร ในเวลาประมาณ 18.00 น. โดยทางเจ้าอาวาสคือพระเทพสุวรรณมุณี จะจัดรถวัดไปส่งที่วัดไร่ขิง

          นอกจากนี้ ลุงเอี่ยมยังขอให้นายสายัญ หอมหวญ อายุ 65 ปี ศิษย์วัดที่ดูและและขายดอกไม้อยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถใกล้กับบริเวณที่ลุงเอี่ยมนั่ง พาสื่อมวลชนไปชมอุโบสถ 500 ปี ที่ลุงเอี่ยมร่วมสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์พระประธานภายในโบสถ์หลังดังกล่าวด้วย

          ด้าน นายสายัญ หอมหวญ อายุ 65 ปี ศิษย์วัดที่ดูและและขายดอกไม้อยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถใกล้กับลุงเอี่ยม กล่าวว่า ตั้งแต่ลุงเอี่ยม มาอยู่บริเวณหน้าอุโบสถสังเกตว่ามีประชาชนเข้ามาทำบุญและพูดคุยกับลุงเอี่ยมมากขึ้น เนื่องจากลุงเอี่ยมเป็นที่สนใจของคนทั่วไปจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง แม้ร่างกายลุงเอี่ยมจะพิการและต้องขอทานเลี้ยงชีพ แต่เงินที่ได้จากผู้บริจาค ก็นำไปทำบุญทั้งหมด เหลือไว้เพียงซื้ออาหารรับประทานเท่านั้น สำหรับเงินที่ลุงเอี่ยมได้จากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหมดนี้ จะนำไปบูรณะปฏิสังขรณ์พระประธานที่ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมมากว่า 1 เดือนแล้ว


 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





[23 มีนาคม] ลุงเอี่ยม อยู่ที่วัดมหาธาตุฯ เพชรบุรี ยันกลับวัดไร่ขิงแน่



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

           พบตัวลุงเอี่ยมแล้วที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี นั่งหน้าตู้บริจาคในโบสถ์ ชาวบ้านจำได้แห่ทำบุญด้วยได้เงินรวม 4 พันบาท เจ้าอาวาสเผย ลุงเอี่ยมเคยอยู่ที่วัดเมื่อ 20 ปีก่อน
 
           จากกรณี นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 62 ปี คุณลุงใจบุญ ผู้มีร่างกายพิการที่อาศัยวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นที่พัก ช่วยรับเงินบริจาคจากญาติโยมเพื่อช่วยเหลือวัด และได้ถวายเงินให้วัดไร่ขิง 999,999 บาท กลายเป็นข่าวฮือฮา และในวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าลุงเอี่ยมได้หายตัวไป ก่อนจะทราบข่าวจากทางญาติว่าเดินทางไปพักผ่อนกับเพื่อนแท็กซี่ขาประจำที่เพชรบุรี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
 
           ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (21 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดไร่ขิง ซึ่งบรรยากาศในวัดยังคงมีประชาชนเดินทางมาทำบุญอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่ลุงเอี่ยมนั่งรับบริจาคบอกบุญยังคงว่างเปล่า เพราะลุงเอี่ยมยังไม่กลับวัด อย่างไรก็ตาม หลังจาก พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผบช.ภ.7 ทราบข่าวว่าลุงเอี่ยมเดินทางไปกับแท็กซี่ขาประจำมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเพชรบุรี จึงได้ประสานกับทาง ผบก.ภ.จังหวัดเพชรบุรี ให้ตำรวจช่วยกันออกตามหาและสืบหาอย่างแน่ชัดว่าขณะนี้อยู่ที่ใด เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย กลัวมิจฉาชีพอาจก่อเหตุกับลุงเอี่ยมได้
 
           กระทั่งช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พล.ต.ต.วิรัช ได้รับแจ้งจาก ผกก.เมืองเพชรบุรี ว่า พบตัวลุงเอี่ยมแล้วขณะนี้อยู่ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี อาศัยอยู่กับพระรูปหนึ่งที่ลุงเอี่ยมให้ความเคารพนับถือและมีพระคอยดูแลให้เป็นอย่างดี จึงสั่งกำชับทางตำรวจคอยอำนวยความสะดวก ทางด้าน ลุงเอี่ยมได้แจ้งความประสงค์ว่าขอทำธุระส่วนตัวอีก 2-3 วัน แล้วจะกลับเข้ามาที่วัดไร่ขิงอีกครั้งในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม เพื่อร่วมงานโครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ที่ลุงเอี่ยมเป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน
 
           โดยลุงเอี่ยม กล่าวต่อว่า ตนมาถึงจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม โดยมีชาวบ้านที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อวัดมหาธาตุวรวิหาร และพบว่าตนมาอยู่บริเวณหน้าโบสถ์ จึงนำเงินร่วมทำบุญกับตนด้วย เบื้องต้นได้จำนวน 4 พันบาท ซึ่งได้ถวายทางวัดไปแล้ว สาเหตุที่เดินทางมาที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากตนเคยอยู่วัดแห่งนี้มาก่อน ที่สำคัญต้องการมาพักผ่อนด้วย
 
           ด้านพระราชสุวรรณมุนี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี เปิดเผยว่า ลุงเอี่ยมเคยอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้เมื่อ 20 ปีก่อน คนในวัดเรียกชื่อว่า เอียง และล่าสุดเมื่อมาถึงลุงเอี่ยมก็มาขออยู่ที่วัด ซึ่งก็ให้อยู่โดยจัดทำห้องไว้ให้อยู่อาศัย เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนเก่าแก่ที่เคยอาศัยอยู่ที่วัดมหาธาตุวรวิหารมาแต่ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยพระเทพสุวรรณมุนี เป็นเจ้าอาวาส โดยลุงเอี่ยมเป็นลูกศิษย์ของพระมหาสนั่น ญาณกิตติ ที่ขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นเลขานุการวัด กระทั่งพระมหาสนั่นมรณภาพลงก็ไม่มีใครดูแล ลุงเอี่ยมจึงหายไปโดยไม่รู้ว่าหายไปไหน และมาโด่งดังในข่าวจึงรู้ว่าไปอยู่ที่วัดไร่ขิง
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[21 มีนาคม] ชาวไร่ขิงวิ่งวุ่น! ลุงเอี่ยมหายตัวไป-ที่แท้พักผ่อนทะเล


           ชาวบ้านวัดไร่ขิงวิ่งวุ่น! ออกตามหาตัวลุงเอี่ยม หลังพบว่าหายตัวไป หวั่นคนอุ้ม ด้านครูโรงเรียนวัดไร่ขิง แนะอาจจะไปเยี่ยมบ้านที่ จ.สระบุรี แต่ที่แท้แอบไปพักผ่อนที่ทะเล จ. เพชรบุรี กับแท็กซี่เพื่อนสนิท เผยลุงเอี่ยมเครียด หลังคนแห่ขอดูตัว

           จากกรณีที่ นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 62 ปี คุณลุงใจบุญ ผู้พิการ ที่อาศัยอยู่ในวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยลุงเอี่ยมได้รับบริจาคเงินจากความเมตตาของญาติโยม ที่เดินทางมาไหว้พระ ซึ่งลุงเอี่ยมได้นำเงินจำนวนนั้นไปถวายให้กับวัดตลอดมา โดยล่าสุดลุงเอี่ยมถวายเงินมูลค่าสูงถึง 999,999 บาท จนกลายเป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้ และลุงเอี่ยมก็กลายเป็นคนดังในชั่วพริบตา ไม่ว่าจะเป็นสื่อในประเทศ นอกประเทศ ต่างพากันมาติดต่อของสัมภาษณ์และทำสกู๊ปกันอย่างมากมาย อีกทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดึงตัว ลุงเอี่ยมให้เป็นพรีเซ็นเตอร์กระตุ้นให้คนทำความดี และต่อต้านยาเสพติดด้วย

           แต่ทว่าล่าสุด วานนี้ (20 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ลุงเอี่ยมหายตัวไป บรรดานักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ที่มาทัศนศึกษาที่วัดไร่ขิง และจะเข้ามาเยี่ยมลุงเอี่ยม ก็ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน เพราะลุงเอี่ยมไม่อยู่ และไม่ทราบว่า หายไปไหน  ทางด้านชาวบ้านจึงเดินหากับทั่ววัด รวมไปถึงทั่วละแวกดังกล่าวแต่ก็ไม่พบ

           ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปยัง นายอุดร ศิริอาภรณ์ อาจารย์โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา ทราบว่า นายอุดรยังพบลุงเอี่ยมในช่วงเช้าอยู่เลย  อาจจะออกไปทำธุระส่วนตัว หรืออาจจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.สระบุรี ก็เป็นได้ ซึ่งลุงเอี่ยมเดินทางกลับบ้านที ก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน  ทางผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยัง ญาติของลุงเอี่ยมทราบว่า ลุงเอี่ยมได้ติดต่อมา บอกว่าจะไปพักผ่อนกับแท็กซี่เพื่อนสนิท ที่ จ.ราชบุรี ไม่ก็ จ.เพชรบุรี ซึ่งคงไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะเขาเคยไปด้วยกันแล้ว แต่ทั้งนี้คาดว่า ลุงเอี่ยมคงหนีเหล่านักข่าว และคนที่แห่มาดูกันมากกว่า

           อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังแท็กซี่เพื่อนสนิท กล่าวว่า ช่วงนี้ลุงเอี่ยมรู้สึกเครียด เพราะมีคนมาขอดูตัว พร้อมถ่ายรูปด้วยทั้งวัน เลยทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัวเหมือนเมื่อก่อน จึงขอหาที่ไปหลบพักผ่อนสักระยะ จึงเดินทางมาเที่ยวทะเลที่ จ.เพชรบุรี  ส่วนทางด้าน ชาวบ้าน เมื่อทราบข่าวว่า ลุงเอี่ยมไปพักผ่อน ไม่ได้หายตัวไปแต่อย่างใด ก็โล่งใจ และคลายกังวล เนื่องจากเป็นห่วงว่าลุงเอี่ยมจะได้รับอันตราย และกลัวลุงเอี่ยมโดนอุ้มหายไปจากวัด


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






[20 มีนาคม] ลุงเอี่ยม ได้หมวกใบใหม่จากตำรวจ หลังโดนขโมย



          ลุงเอี่ยมได้รับหมวกใบใหม่จากตำรวจภาค 7 หลังถูกมือดีขโมยหมวกหายไร้ร่องรอย เจ้าตัวเผยดีใจมาก จะเก็บหมวกไว้อย่างดีไม่ให้หายอีก

          จากกรณีที่นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ คุณลุงใจบุญผู้มีร่างกายพิการ ซึ่งอาศัยวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นที่พักและช่วยรับเงินบริจาคจากญาติโยม จนเก็บเงินถวายวัดไร่ขิงได้ถึง 999,999 บาท จนกลายเป็นข่าวฮือฮา มีผู้คนหลั่งไหลไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจมากมาย และทางตำรวจภาค 7 ได้ทำป้ายไวนิลข้อความ ร่วมกันทำความดีเพื่อชาติ อย่าให้ลูกหลานตกเป็นทาสยาเสพติด นำมาตั้งอยู่ข้างที่อยู่ของลุงเอี่ยม รวมทั้งได้มอบหมวกแก๊ปตำรวจภูธรภาค 7 ให้เป็นที่ระลึก แต่แล้ววันรุ่งขึ้นหมวกกลับถูกขโมยไปอย่างไร้ร่องรอย สร้างความเสียดายและเสียใจให้แก่ลุงเอี่ยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคนเอ่ยปากขอจากรองผู้บัญชาการภาค 7 ด้วยตัวเอง

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรีโสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้บัญชาการภาค 7 ได้มอบหมายให้ตำรวจหญิงนำหมวกแก๊ปใบใหม่ไปมอบให้ลุงเอี่ยม ทำให้ลุงเอี่ยมดีใจมาก และได้กล่าวขอบคุณและพูดว่าจะเก็บรักษาไว้ไม่ให้หายอีก


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[17 มกราคม] ครูโรงเรียนวัดไร่ขิง ห่วงมิจฉาชีพคิดร้าย ลุงเอี่ยม



          ครูโรงเรียนวัดไร่ขิงห่วงความปลอดภัย ลุงเอี่ยม วอนมิจฉาชีพอย่าเข้ามาทำร้าย ระบุเงินทุกบาท ลุงเอี่ยม ฝากเข้าธนาคารหมด ไม่มีเหลือติดตัว

          เป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เมื่อนายเอี่ยม คัมภิรานนท์ หรือ ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง อายุ 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคโปลิโอ และประกอบอาชีพขอทานอยู่ภายในวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ได้บริจาคเงินที่ได้มาจากการขอทานให้วัดเป็นจำนวนถึง 1 ล้านบาท จนทำให้สื่อมวลชนทุกแขนง และรายการต่าง ๆ เดินทางมาหาลุงเอี่ยมที่วัดไร่ขิง รวมทั้งเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ พร้อมติดตามทำข่าวชีวิตของลุงเอี่ยมอย่างมากมาย

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเยี่ยมลุงเอี่ยมที่วัดไร่ขิง ก็พบว่า มีชาวบ้านที่สนิทสนมกับลุงเอี่ยม และค้าขายอยู่ในละแวกนั้น พากันแซวลุงเอี่ยมที่กลายเป็นคนดัง และได้ลงหนังสือพิมพ์ รวมทั้งออกรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งลุงเอี่ยมก็ได้หยิบหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวของตนเองขึ้นมาอ่าน ก่อนจะยิ้มพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

          ขณะที่นางมณีรัตน์ ยี่ประชา อายุ 45 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ บอกว่า เห็นนายเอี่ยมอยู่ในวัดไร่ขิงมานานเป็นสิบปีแล้ว โดยปกติจะนั่งอยู่ที่หลังโบสถ์ซึ่งเป็นที่ประจำ และหลังจากตกเป็นข่าวดัง ทำให้วันสองวันที่ผ่านมา มีคนมาถามหาล็อตเตอร์รี่เลขอายุของนายเอี่ยมเอาไปแทงเป็นเลขเด็ดกันมากมาย

          อย่างไรก็ตาม จากการที่ข่าวของนายเอี่ยมแพร่สะพัดออกไป ทำให้ทางนายอุดร ศิริอาภรณ์ อาจารย์โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของนายเอี่ยม เพราะเกรงว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะนำไปเป็นช่องในการหารายได้ หรืออาจจะมีคนคิดเข้ามาทำร้ายนายเอี่ยม เพื่อชิงเอาทรัพย์

          โดยครูอุดร ระบุว่า อยากจะวิงวอนขอพวกมิจฉาชีพอย่าคิดเข้ามาทำร้ายนายเอี่ยม เนื่องจากเงินทุกบาทที่นายเอี่ยมได้มาจะนำเข้าธนาคารทั้งหมด และไม่มีเงินเหลือติดตัว ส่วนรายการไหนที่ติดต่อให้นายเอี่ยมไปออกรายการ ตนอยากให้เดินทางมาถ่ายทำที่วัดจะดีกว่า เพราะนายเอี่ยมเดินเหินลำบาก



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[16 มีนาคม] ลุงเอี่ยม ลั่นปีหน้าตั้งเป้าบริจาค 2 ล้าน หวังเกิดมาสมบูรณ์



ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง


ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

              หลายคนคงจะได้ทราบข่าวคราวของคุณลุงพิการท่านหนึ่ง ที่ได้ถวายเงินให้แก่วัดไร่ขิงเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท เมื่อวานนี้ (15 มีนาคม) จนกลายเป็นกระเด็นที่น่าสนใจ และเชื่อว่า หลายคนคงอยากทราบถึงประวัติความเป็นมาของลุงเอี่ยมว่าเป็นคนที่ไหน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร และเพราะอะไรที่ลุงเอี่ยมถึงบริจาคเงินให้กับวัดเป็นจำนวนเงินถึง 1 ล้านบาท...

              ช่วงเย็นของวานนี้ (15 มีนาคม) รายการเจาะข่าวเด่น ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ไปยังคุณลุงเอี่ยมถึงการบริจาคเงินในครั้งนี้ โดยมีอาจารย์อุดร สิริอาภรณ์  อาจารย์โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา พร้อมด้วยคุณพรเทพ ปัถวี ไวทยากรวัดไร่ขิง ได้เข้ามาร่วมให้สัมภาษณ์ พร้อมทั้งเป็นล่ามให้คุณลุงเอี่ยม เนื่องจากคุณลุงพิการลิ้นไก่สั้น จึงพูดติด ๆ ขัด ๆ และฟังค่อนข้างลำบาก

              โดยคุณอุดร อาจารย์ที่วัดไร่ขิงวิทยา เล่าประวัติความเป็นมาของลุงเอี่ยมให้ฟังว่า ตนเข้ารับบรรจุเป็นข้าราชการที่วัดไร่ขิงเมื่อปี 2522 ซึ่งตั้งแต่ตนมาอยู่ ก็เห็นลุงเอี่ยมอยู่แล้ว ซึ่งลุงเอี่ยมก็จะมานั่งกินข้าวแกงร่วมกันทุกวัน ทางคณะครูเห็นว่าลุงเอี่ยมเป็นคนพิการที่อารมณ์ดี เลยมีการพูดคุยและหยอกล้อเล่นกับลุงตลอด โดยเฉพาะเล่นหมากรุก ลุงเอี่ยมแกเล่นเก่งมาก และความจำดี แต่หลัง ๆ มาก็ไม่ค่อยได้เล่นกับลุงเอี่ยมสักเท่าไร เนื่องจากมือลุงเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว

             เมื่อถามคุณลุงเอี่ยมว่า ทำบุญมากี่ปีแล้ว ลุงเอี่ยมกล่าวว่า "ทำบุญปีมาทั้งหมด 37 ปี ครั้งแรกทำ 300 ครั้งที่สองทำ 600 ครั้งที่สามทำ 1000 แล้วก็ทำเพิ่มมาเรื่อย ๆ" พอถามต่อว่า คุณลุงคิดอย่างไรถึงได้มาทำบุญ ลุงเอี่ยมชี้ไปที่ใจ และบอกว่า ตนเป็นคนพิการเลยขอให้ผลบุญส่งให้ตนสมบูรณ์แบบ

             ส่วนด้าน คุณพรเทพ เล่าว่า ตนเป็นคนในพื้นที่วัดไร่ขิง ตั้งแต่เกิดมาตนก็เห็นลุงเอี่ยมแล้ว สำหรับลุงเอี่ยมนั้น เขาพิการเป็นโปลิโอตั้งแต่เด็ก มือทั้งสองข้างบิดงอ หยิบจับสิ่งของได้ลำบาก อีกทั้งยังลิ้นไก่สั้นจึงทำให้การพูดการจาค่อนข้างลำบาก แต่ก็ยังสามารถฟังจับใจความได้บ้างอยู่ ส่วนเรื่องการทำบุญนั้น ลุงเอี่ยมไม่ได้เพิ่งจะทำบุญ แต่ทำมานานมากแล้ว ซึ่งในทุก ๆ เทศกาลประจำปีของวัดไร่ขิง ลุงเอี่ยมจะนำเงินมาทำบุญดอกบัวทุกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นภาพที่ชินตาของชาวบ้านวัดไร่ขิง

            คุณพรเทพ กล่าวต่อว่า สื่อหลาย ๆ แห่งได้ลงข่าวว่า ลุงเอี่ยมเป็นขอทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลุงเอี่ยมไม่ใช่ขอทาน ไม่เคยขอเงินใคร ไม่เคยใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ใด ๆ มาวางไว้ตรงหน้าแล้วขอให้คนที่มาไหว้พระให้เงินเลย ส่วนคนที่ให้เงินลุงเอี่ยมนั้น เขาให้ด้วยความเมตตา ลุงเอี่ยมไม่ได้เรียกร้องอะไร เขาก็อยู่ของเขาธรรมดา แต่ก็มีคนให้เงินลุงเอี่ยมเอง นอกเหนือจากความเมตตาแล้ว ลุงเอี่ยมยังเป็นคนที่อารมณ์ดี นิสัยดี แถมยังให้หวยแม่น เขียนหวยให้ชาวบ้านถูกหลายงวด ชาวบ้านจึงนำเงินที่ถูกหวยแบ่งให้ลุงเอี่ยมใช้บ่อย ๆ

           คุณพรเทพ เล่าอีกว่า สำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของลุงเอี่ยม แต่ก่อนลุงเอี่ยมอาศัยนอนตามร่มไม้แถววัด แต่เมื่อวัดขยายเขตกว้างออกไป อดีตเจ้าอาวาสก็เมตตาให้ลุงเข้ามานอนในวัดได้ เนื่องจากเห็นลุงเอี่ยมไม่ได้มีพิษมีภัย หรือเดินเรี่ยไรเงินใคร

          ไวทยากรวัดไร่ขิง  เล่าให้ฟังอีกว่า เงินของลุงเอี่ยมทุกบาทที่เขาได้มา ก็จะนำเงินมาฝากไว้ที่เจ้าอาวาส พอถึงงานบุญทุกปี ลุงเอี่ยมก็จะไปขอเบิก และนำมาถวายวัด ซึ่งลุงเอี่ยมได้ทำอย่างนี้มาตลอดเป็นประจำ แต่ที่เป็นข่าวก็เนื่องจากว่า เงินในครั้งนี้มันมากถึง 1 ล้านบาทเท่านั้นเอง

            เมื่อถามคุณลุงเอี่ยมอีกว่า ในแต่ละวันลุงเอี่ยมได้เงินเท่าไร และใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ลุงเอี่ยมกล่าวว่า ตนได้เงินวันละประมาณ 2-3 พันบาท ใช้วันละ 500 บาท ทางด้านคุณสรยุทธ์ พิธีกรเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ตาโต ถามว่าทำไมถึงใช้จ่ายเยอะ คุณลุงบอกว่า ใช้ค่ากิน และให้ค่าจ้างรถสามล้อที่ขับมารับส่งไปกินข้าววันละ 300 บาท งานนี้คุณสรยุทธ์เลยแซวว่า คุณลุงให้ค่าจ้าง 300 เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำเลย ทันสมัยจริง ๆ

            ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังญาติของลุงเอี่ยม ที่ จ.สระบุรี โดยญาติของลุงเอี่ยมกล่าวว่า ตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับลุงเอี่ยม ลุงเอี่ยมพิการมาตั้งแต่กำเนิด เดินไม่ถนัด พูดไม่ชัดติดอ่าง แถมยังหูไม่ค่อยดี พออายุได้ประมาณ 4 ขวบ พ่อและแม่ของลุงเอี่ยมก็เสียชีวิตหมด เลยต้องอาศัยอยู่กับน้าชาย และเมื่อลุงเอี่ยมอายุได้ 10 ขวบ ก็ทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง โดยการเดินขายขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามท้องนาท้องไร่ เพราะเป็นคนสู้ชีวิต และไม่อยากรบกวนใคร

           ญาติของลุงเอี่ยม เล่าให้ฟังอีกว่า พอลุงเอี่ยมอายุได้ประมาณ 20 ปี ก็ย้ายมาอาศัยอยู่กับพี่ชายที่ จ.นครปฐม พอปีไหนที่ลุงเอี่ยมมีเงินเยอะ ๆ ก็จะกลับมาทำบุญให้กับพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว และให้เงินช่วยเหลือพี่ ๆ น้อง ๆ มาตลอด ซึ่งเมื่อมาหาแต่ละครั้ง ลุงเอี่ยมก็จะซื้อขนมผลไม้มาฝากตลอด แถมยังเคยบริจาคเงินช่วยวัดสร้างสะพานเป็นเงินนับแสน แต่ก็ไม่ได้เป็นข่าวเหมือนครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ทางญาติและครอบครัวก็ทราบมาตลอดว่า ลุงเอี่ยมมีเงินเก็บมากมาย แต่ก็ไม่มีใครไปรบกวนลุงเอี่ยมแต่อย่างใด

           อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดออกไป ก็มีบรรดาสื่อต่าง ๆ พากันต่อคิวให้ลุงเอี่ยมมาสัมภาษณ์ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไปเนื่องจากลุงเอี่ยมปฏิเสธ เพราะเดินทางลำบาก และพูดไม่ชัด แต่ก็ยังให้สัมภาษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า ในปีหน้าตั้งใจจะทำบุญเหมือนเดิม โดยตั้งเป้าไว้ 2 ล้านบาท


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

 



[15 มีนาคม] ใจบุญ! ตาเอี่ยม ขอทานพิการ หอบเงินล้านให้วัดไร่ขิง







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย CiNNtv2


          ฮือฮา ขอทานวัดไร่ขิง จ.นครปฐม พิการเป็นโปลิโอ นั่งขอทานเก็บออมมา 33 ปี ก่อนบริจาคให้วัดไร่ขิง 1 ล้านบาท พร้อมว่าจ้างวงดนตรีลูกทุ่งมาแสดงให้ชาวบ้านชมด้วย

          เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ซอย 7 ถนนพหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งมีอาชีพขอทานอยู่ภายในวัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้สร้างความประหลาดใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่นำเงินถวายให้วัดจำนวน 1 ล้านบาท จึงเดินทางไปตรวจสอบ

          เมื่อไปถึงยังวัดไร่ขิง จ.นครปฐม พบว่า นายเอี่ยมแต่งกายสะอาด ใส่ชุดสูทสีดำ ผูกหูกระต่ายสีแดง ถือพานใส่เงินสดจำนวน 1 ล้านบาท พร้อมดอกบัวกำใหญ่ ซึ่งมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

          จากการสอบถาม นายเอี่ยม ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ตนเป็นคนป่วยเป็นโรคโปลิโอตั้งแต่กำเนิด พิการแขนขา เดินไม่สะดวก ลิ้นไก่สั้น พูดไม่ชัด ไม่มีญาติพี่น้อง อาศัยอยู่คนเดียว ตกกลางคืนจะนอนอยู่ที่ศาลาจำหน่ายธูปเทียนของวัด และปกติจะนั่งขอทานอยู่ด้านหลังโบสถ์วัดไร่ขิงตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 จนปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 33 ปีแล้ว ช่วงแรกตนได้ถวายเงินสดจำนวน 300 บาท และถวายเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี เมื่อประชาชนผู้มีจิตกุศลให้เงินตนทุก ๆ วัน ตนก็ได้เก็บรวบรวมฝากธนาคารรวบรวมไว้ โดยเมื่อปีที่แล้วก็บริจาค 4 แสน สำหรับในปีนี้ ตนตั้งใจว่าหากมีรายได้ครบ 1 ล้านบาท จะถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิง เพื่อร่วมซื้อดอกบัวถวายงานประจำปี ระหว่างวันที่ 2 -10 มีนาคม แล้วก็ได้เงิน 1 ล้านอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ จึงขอมอบเงินส่วนนี้ให้วัดเพื่อนำไปบำรุงพระศาสนาต่อไป







          พร้อมกันนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลา 19.30 น. นายเอี่ยมยังได้จ้างวงดนตรีมาเล่นถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิง โดยมีศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ตั๊กแตน ชลดา มาร้องเพลงด้วยสร้างความบันเทิงให้ประชาชนอีกด้วย

          ทางด้าน พระราชวิริยาลังการ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เปิดเผยเรื่องราวขอทานรายนี้ว่า นายเอี่ยมเป็นขอทานแล้วมาพักอาศัยอยู่ที่วัด ซึ่งเจ้าอาวาสรูปก่อนอนุญาตให้เข้ามาขอทานในวัดได้ เนื่องจากเป็นคนน่าสงสาร พิการ มือหงิกทั้ง 2 ข้าง เดินไม่ได้ ต้องใช้วิธีคลานแทน แต่ละวันทราบว่านายเอี่ยมขอทานได้วันละ 2 พันกว่าบาท ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ได้เป็นหมื่นบาท จากนั้นก็นำเงินรวบรวมมาบริจาควัดทุกปี ครั้งละประมาณ 1 แสนบาท โดยทำมา 4-5 ปีแล้ว และปีนี้นายเอี่ยมถูกหวยงวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เงินนับล้านบาท จึงแสดงความจำนงถวายเงินให้วัด 999,999 บาท พร้อมทั้งหาวงดนตรีของ ตั๊กแตน ชลดา และหนังกลางแปลงมาแก้บนกับหลวงพ่อวัดไร่ขิง

          ส่วน นายอุดร ศิริอาภรณ์ อาจารย์โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา อ.สามพราน จ.นครปฐม กล่าวว่า การมอบเงินดังกล่าวของนายเอี่ยม ถือว่าเป็นการตอบแทนวัด ที่นายเอี่ยมใช้เป็นที่พักพิง และเป็นความประสงค์อยากจะทำบุญร่วมกับทางวัด และขอยืนยันว่าทางวัดไม่ได้สนับสนุนให้มีอาชีพขอทานเกิดขึ้น เพื่อที่จะแสวงหาเงินจากผู้ที่มาทำบุญที่วัด สำหรับกรณีบริจาคเงิน 1 ล้านบาทนี้ ทางวัดก็จะออกหนังสือเพื่อรับรองการบริจาคให้ เพื่อให้เงินที่บริจาคมา ใช้อย่างถูกต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค



คลิปขอทานพิการใจบุญ หอบเงินล้านบริจาควัดไร่ขิง


คลิปขอทานพิการใจบุญ หอบเงินล้านบริจาควัดไร่ขิง



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






ลุงเอี่ยม กลับวัดไร่ขิงแล้ว ตั้งเป้าบริจาคปีหน้า 2 ล้าน โพสต์เมื่อ 15 มีนาคม 2555 เวลา 09:44:16 235,790 อ่าน แสดงความคิดเห็น